ตอนที่ 7 เริ่มต้นกับงานในคลับหรูในกลางเมือง

1412 Words
(ณ โรงพยาบาล) หลังจากที่ในบัญชีของฉันมีเงินล้านแล้วนั้น ฉันจึงรีบไปติดต่อกับทางโรงพยาบาลทันทีเพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่ ซึ่งคุณหมอผู้ดูแลไข้ได้ทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้แม้แม่ยังไม่ได้สติ แต่ก็พ้นขีดอันตรายแล้วล่ะ เพียงแต่คุณหมอบอกว่า แม่ของฉันต้องใช้เวลาพอสมควรที่จะได้สติ และฟื้นขึ้น ฉันย้ายแม่มาอยู่ในห้องพิเศษ ที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะเมื่อจ่ายค่าผ่าตัดไปแล้วนั้น หลังจากนี้ค่าห้องพิเศษฉันยังคิดว่าจ่ายไหว เพราะยังไงฉันก็ยังมีเงินเดินเด็กเสิร์ฟที่จะทำที่คลับของคุณแฟรงค์เดือนละแสนอยู่ ฉันนั่งลงข้าง ๆ เตียงของแม่ มองใบหน้าที่ซีดเซียว แต่ก็ยังดีกว่าก่อนวันผ่าตัดมากนัก และกุมมือท่านขึ้นมาแนบกับแก้ม “แม่ต้องหายดีนะคะ...หนูยอมได้ทุกอย่าง ขอแค่แม่กลับมาทำอาหารให้หนูกิน...” ฉันแทบจะร้องไห้ แก้มแนบกับมือแม่อยู่แบบนั้น ทว่า...ไม่นานมือถือของฉันก็ดังขึ้น ฉันหยิบมันขึ้นมาดู เพียงปรากฏสายที่โทรเข้ามามันทำให้ฉันมือไม้สั่น และหวาดกลัวที่ต้องรับ ‘F’ นี่คือชื่อคุณแฟรงค์ที่ฉันเมมไว้ในเครื่อง ฉันสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอด กุมหัวใจที่มันเต้นแรงด้วยความสั่นสะท้านก่อนจะรับมัน “ค่ะ เฮีย...” เขาบอกให้ฉันอย่าเรียกคุณ แต่ให้เรียกเฮีย ไม่ว่าเขาจะสั่งอะไรฉันก็ต้องทำตามทั้งหมดอย่างเลี่ยงไม่ได้ “เงินล้านที่ฉันให้ไปคงไม่ได้เอาไปหายใจทิ้งเปล่าใช่ไหม” ‘เอะอะ ก็พูดแต่เงินล้านอยู่นั่น’ นี่เป็นเพียงเสียงในหัวของฉันเท่านั้น ฉันไม่ได้พูดมันออกไปจริง ๆ หรอกค่ะ “เปล่าค่ะเฮีย มายด์ทราบดีว่ารับเงินไปแล้วต้องทำยังไง” “พูดได้ดี...วันนี้เป็นวันเริ่มงานวันแรกที่คลับ ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าเงินที่จ่ายไปอีกเดือนละแสน จะคุ้มค่าแค่ไหมเมื่อเธออยู่ในชุดยูนิฟอร์มที่ฉันสั่งพิเศษให้เธอ...หึ” เขาพูดแบบนี้ยิ่งทำให้ฉันกลัว ยังมีชุดอะไรที่ทำให้แย่กว่าตอนเป็นสาวเสิร์ฟร้านเจ๊ปิ่นอีกรึไงกันนะ “ชุดอะไรคะ?” “มีสิทธิ์จะถามเหรอ? เอาเป็นว่ามาทำงานวันแรกก็อย่าทำให้เสียเรื่องแล้วกัน อ่อ และที่สำคัญอย่าลืมใส่สร้อยเกียร์ดำมาด้วย...ตู๊ด...” อยากวางสายก็วางกันดื้อ ๆ พูดตามตรงสีหน้าตอนนี้ฉันไม่ดีนัก เพราะคำพูดของเขาทำให้ฉันกลัว ชุดอะไรกัน? และการเป็นสาวเสิร์ฟมันต้องทำอะไรมากกว่าเสิร์ฟงั้นเหรอ ตอนนี้ฉันไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง (หน้าคลับหรู) ตกเย็น ฉันรีบเดินทางไปคลับตามตำแหน่งในนามบัตรที่เขาให้ไว้ เพียงแค่ก้าวขาเข้ามาก็พบว่าคลับแห่งนี้ใหญ่มาก ๆ แถมแสงสีหน้าคลับก็แทบจะมากกว่า บาร์เจ๊ปิ่นทั้งร้านแล้วมั้ง ฉันยืนมองพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ เพราะตอนนี้ฉันยังไม่ได้ย้ายเสื้อผ้าไปที่คอนโดนั้นเลย เฮีย...ส่งข้อความย้ำแล้วย้ำอีกว่าฉันต้องย้ายไปที่นั่นวันนี้ และเมื่อไหร่ที่เขาเข้าไปและไม่พบฉันนั่นหมายความว่าฉันจะโดนดี ก็ไม่เข้าใจหรอกคำว่าโดนดีของเขาหมายถึงอะไร อาจจะหมายถึงหนี้ของฉันจะเพิ่มพูนขึ้นรึเปล่านะ ดังนั้นวันนี้ฉันเลยหอบมันมาด้วยซะเลย กะว่าเลิกงานก็นอนที่คอนโดนั่นแหละ เมื่อเข้าไปในคลับฉันก็ต้องตกใจกับจำนวนของพนักงาน เอาแค่พนักงานเสิร์ฟผู้หญิงก็มีจำนวนหลายสิบคนแล้ว แถมยังหน้าตาดีกันทั้งนั้น พอมองย้อนมาที่ตัวเองอืม...ฉันก็ถือว่าใช้ได้อยู่ละมั้ง เอาจริงใครมาเห็นหน้าตาและบุคลิกของฉันและไม่ได้รู้จักกันมาก่อนก็คงมองว่าฉันเป็นลูกคุณหนูคนหนึ่งได้เลยล่ะ เฮ้อก็ได้แต่พูด เพราะสุดท้ายความจริงที่ว่าฉันคือเด็กสลัมเกิดมายากจนสุด ๆ ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป หัวหน้าพนักงานคลับมีการเช็คชื่อ พนักงานสาวหลาย ๆ คนก็เริ่มมาทักทายฉัน ฉันเองก็ตอบรับคำทักทายเหล่านั้นด้วยความเป็นมิตร แต่เชื่อรึเปล่าฉันเห็นสาวเสิร์ฟคนหนึ่งใส่สร้อยเกียร์สีดำเหมือนกัน มันทำให้ฉันสะดุ้งตัวโหยง และรีบดึงคอเสื้อตัวเองขึ้นมาปิดสร้อยให้มิด ดูท่าในคลับนี้คงมี ‘สินค้า’ ที่เขาซื้อไว้อยู่ด้วยนอกจากฉันอีกสินะ ดังนั้นเพื่อไม่อยากให้มันเกิดการกระทบกระทั่ง ฉันควรปกปิดมันต่อหน้าพวกเขาด้วยดีกว่า... “มายด์...” เสียงของพี่หัวหน้าคลับฝ่ายผู้หญิงเรียกชื่อฉัน “ค่ะ” ฉันยกมือขานรับเหมือนคนอื่น ๆ “ทางคลับแจ้งมาว่า มายด์ประจำโซนวีวีไอพีนะ” “คะ?” ฉันทำหน้าเหวอสุดขีด และแน่นอนว่าสาวเสิร์ฟอีกหลายคนหันมาจ้องที่ฉันไม่วางตา พลางเสียงซุบซิบกันยกใหญ่ “เงียบ ๆ กันหน่อยทุกคน” พี่หัวหน้าฝ่ายผู้หญิงปรามบรรดาสาวเสิร์ฟที่ดูเหมือนไม่พอใจที่ฉันมาใหม่แล้วได้ไปอยู่โซนนั้นทันที “พี่มน...ทำไมคนนั้นมาใหม่แล้วได้ไปตำแหน่งนั้นเลยคะ ฟ้าใส ทำงานที่นี่มาสองปีแล้วยังไม่ได้ผ่านไปโซนนั้นด้วยซ้ำ” คนชื่อฟ้าใสทำหน้าไม่พอใจหันมามองฉันที่ตอนนี้ฉันยังงุงงนกับเหตุการณ์อยู่ “นี่เธอ...เด็กใครกัน หรือว่าใช้เส้น...” “เปล่านะคะ พอดีเจ๊ปิ่นบาร์เก่าเขาฝากฉันเข้ามาทำงาน ฉันยังไม่รู้ตำแหน่งของฉันที่นี่ด้วยซ้ำ ฉันก็เพิ่งรู้ว่าต้องไปอยู่โซนนั้นเหมือนกันนะคะ ถ้าพวกคุณไม่พอใจฉันไม่ไปโซนนั้นก็ได้” ฉันพูดในแบบที่ฉันคิดและไม่อยากมีปัญหากับใครตั้งแต่วันแรก ทว่า...พี่มนหัวหน้าฝ่ายหญิงก็แทรกเสียงขึ้นมา “น้องมายด์ ตำแหน่งนี้เป็นทางผู้บริหารกำหนดมา พี่เปลี่ยนตำแหน่งให้ไม่ได้หรอก อีกอย่างในเอกสารนี้มีหมายเหตุไว้ด้วยว่าน้องมายด์ต้องทำตำแหน่งนี้เท่านั้น” ฉันไม่ได้พูดอะไรตอบกลับ แต่คนชื่อฟ้าใสก็ดูเหมือนจะไม่หยุดพูดเสียที เอาจริงฉันเข้าใจความรู้สึกนะที่ทำงานมานานแต่โดนเด็กใหม่ตัดหน้าแบบนี้ แต่ทำไงได้ ฉันไม่ใช่คนที่จัดแจงตำแหน่งให้ตัวเองจริง ๆ “แต่ว่าพี่มนคะ...ยัยคนนี้ต้องใช้เส้นแน่ ๆ” “ใช้เส้น? นี่พวกเธอคิดว่าคลับเป็นส่วนราชการรึไงที่ว่าใช้เส้นแล้วมันผิด ที่นี่มันคลับ ผู้บริหารจะรับใคร เอ็นดูใครเลื่อนตำแหน่งให้ใคร ไม่ว่าจะเรื่องความสามารถ หรือสเน่หา มันก็ไม่ผิดทั้งนั้น ขนาดพวกเธอเองยังพยายามอ่อยคุณแฟรงค์กันทุกวัน...เพื่อหวังไต่เต้าไม่ใช่ไรไง” เพียงคำพูดแห่งโลกความเป็นจริงของพี่มนเอ่ยออกมาก็ทำให้ทุกคนเงียบกันหมด และนั่นก็ทำให้เสียงสาว ๆ อีกกลุ่มที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบฟ้าใสแทรกเข้ามา “นั่นสิ ฉันก็ได้ข่าวมาว่ามีสาวเสิร์ฟบางคนนั่งรอแหกขาให้เจ้านายไม่สำเร็จก็เลยไปแหกขาให้คนขับรถเขาแทน แต่คนขับรถเขาก็ไม่เอา” “นี่แกว่าใครหา อีมุก” “ใครร้อนตัวก็รับไปดิ...” “หยุด ๆ พอเลยกฎของที่นี่ใครมีเรื่องกันไล่ออกทันทีจำกันไม่ได้รึไง” และนั้นก็เป็นจุดสิ้นสุดของความโกลาหลที่กำลังจะเกิดขึ้น เฮ้อ...วันแรกฉันก็ดูเหมือนจะโดนรับน้องเข้าซะแล้วล่ะ “คนอื่น ๆ แยกย้ายกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว ส่วนน้องมายด์ ตามพี่มาค่ะ” ฉันถูกพี่มนเรียกให้เดินตาม แน่นอนว่าฉันรีบก้มหน้าเดินตามไปทันทีและไม่มองสายตาของบางคนที่จ้องมองกันอย่างไม่พอใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD