หลังจากการรัวนิ้วป้อนคำสั่งสุดท้ายเพื่อทำให้ Stellar Archive มืดบอด โลกไม่ได้ดับมืดลงเหมือนที่ลูมินคาดการณ์ไว้ แต่มันกลับกลายเป็นสีขาวโพลน แสงสว่างสว่างจ้าที่ไม่มีที่มาสาดซัดเข้ามาในทุกอณูของเขตซากปรสิตจนเงาหายไปจากพื้นดิน เสียงหวอเตือนภัยและเสียงระเบิดโซนิคเงียบงันลงทันที ราวกับมีมือยักษ์ที่มองไม่เห็นกดปุ่มหยุดชั่วคราว (Pause) ไว้
ลูมินพยายามขยับนิ้ว แต่พบว่าเวลาของเธอกำลังเดินช้าลงจนน่าใจหาย เธอเห็นหยดเหงื่อของวาร์ก้าค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เห็นประกายไฟจากสายไฟที่ขาดลอยคว้างเป็นจุดสีส้มที่นิ่งสนิท
"นี่คือมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด... กระบวนการ 'กักกันข้อมูล' (Data Sequestration)"
เสียงของอีออนดังขึ้น มันไม่ได้ดังกังวานเหมือนก่อน แต่มันแห้งผากราวกับเสียงกระดาษทรายสีกัน เขาเป็นคนเดียวที่ยังเคลื่อนไหวได้ปกติในสภาวะหยุดนิ่งนี้ ร่างของเขาเริ่มมีรอยร้าวสีดำเล็กๆ ลุกลามเหมือนเครื่องเคลือบดินเผาที่กำลังจะแตก
ลูมินรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่ขั้วหัวใจไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เพราะความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายเธอเอง มือซ้ายที่เพิ่งถูกพันแผลไว้เริ่มโปร่งแสง เธอเห็นกระดูก เห็นเส้นเลือด และในที่สุดก็เห็นรหัสตัวเลขสีเขียวไหลเวียนแทนที่เม็ดเลือด
"อีออน... เกิดอะไรขึ้นกับฉัน"
"เมื่อคุณทำลาย ID Core แต่ดันไปเชื่อมต่อกับระบบกลางเพื่อแทรกแซงสัญญาณ ระบบจึงระบุว่าคุณคือ 'ไวรัส' ที่มีเนื้อเยื่อมนุษย์"
อีออนเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาของเขาไม่มีแววแห่งความหวังเหลืออยู่
"เซเรนไม่ได้แค่ต้องการฆ่าเรา แต่เขากำลัง 'ถอนการติดตั้ง' พื้นที่นี้ออกจากโลกความเป็นจริง ทุกอย่างที่นี่—รวมถึงคุณและผม—กำลังถูกเปลี่ยนกลับเป็นสถานะข้อมูลดิบ เพื่อรอการลบถาวร"
ในขณะที่โลกภายนอกถูกแช่แข็ง จิตสำนึกของลูมินถูกกระชากเข้าสู่มิติที่เรียกว่า "The Nexus" มันคือพื้นที่ว่างเปล่าสีเทาที่เต็มไปด้วยกระจกเงาสูงเสียดฟ้า แต่ละบานไม่ได้สะท้อนภาพปัจจุบัน แต่มันสะท้อน "ลูมินในเวอร์ชันต่าง ๆ" ที่ระบบเคยคำนวณไว้ ลูมินที่แต่งงานกับวิศวกรและมีลูกสองคน ลูมินที่ตายด้วยอุบัติเหตุตอนอายุสิบเก้า ลูมินที่กลายเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากเซเรน
"ดูผลงานของเธอสิ ลูมิน" เสียงของเซเรนดังมาจากทุกทิศทาง เขาปรากฏตัวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ เดินผ่านกระจกเหล่านั้นด้วยท่าทางใจเย็น
"ความขบถของเธอมันสวยงาม แต่มันไร้ประโยชน์ เหมือนเด็กที่พยายามขีดเขียนบนผืนทรายในขณะที่น้ำทะเลกำลังซัดมา"
ลูมินไม่ได้หลบสายตา ท่าทีของเธอในตอนนี้ต่างจากตอนที่เจอกันบนสถานีอวกาศอย่างสิ้นเชิง เธอไม่ขวัญเสีย ไม่ประหม่า แต่กลับก้าวเข้าไปหาเซเรนด้วยรอยยิ้มที่ดูบ้าคลั่งเล็กน้อย
"น้ำทะเลอาจจะลบภาพวาดได้ แต่คุณลบความจริงที่ว่าฉันเคยกล้าเขียนมันไม่ได้ เซเรน... คุณกลัวใช่ไหม กลัวว่าถ้าโลกนี้มีความผิดพลาดเพียงหนึ่งจุด อัลกอริทึมที่แสนสมบูรณ์แบบของคุณจะกลายเป็นแค่เรื่องตลก"
"ฉันไม่ได้กลัว" เซเรนหยุดเดิน
"ฉันแค่เสียดาย ข้อมูลเบี่ยงเบนในตัวเธอมีค่ามากเกินกว่าจะทิ้งไปเฉยๆ ฉันมีข้อเสนอ... เข้ามาแทนที่ฉัน กลายเป็น 'ใจกลาง' ของ Stellar Archive แล้วเธอก็จะสามารถรักษาชีวิตของอีออนไว้ได้ในฐานะไฟล์โปรด (Favorite File) เขาจะอยู่กับเธอตลอดไปในโลกเสมือนที่ไม่มีวันล่มสลาย แลกกับการที่เธอต้องทิ้งร่างกายมนุษย์นี้ไปเสีย"
ลูมินมองไปที่กระจกใบหนึ่ง เห็นภาพตัวเองที่กำลังค่อยๆ สลายเป็นละอองดิจิทัล ความเจ็บปวดจากการสูญเสียตัวตนทางกายภาพเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่มีอำนาจเหนือทุกสิ่ง เธอรู้สึกว่าเธอสามารถมองเห็นเส้นด้ายของจักรวาลทุุกเส้นได้ในเวลาเดียวกัน
ลูมินถูกส่งกลับมายังร่างเนื้อในเขตซากปรสิตเพียงชั่วครู่ เธอมองเห็นอีออนที่กำลังทรุดตัวลง รอยร้าวบนตัวเขาขยายกว้างขึ้นจนเห็นแสงสีขาวภายใน
"อีออน... ฟังฉันนะ" ลูมินกระซิบพลางเอื้อมมือที่โปร่งแสงไปสัมผัสหน้าอกของเขา
"วาร์ก้าบอกว่าคุณคือพิมพ์เขียวตัวแรก... คุณมี 'แกนกลางสำนึก' ที่ระบบนี้เลียนแบบไม่ได้ใช่ไหม?"
อีออนส่ายหัวอย่างอ่อนแรง "ถ้าคุณเอาไป... ผมจะหายไปตลอดกาล ลูมิน คุณจะกลายเป็นสิ่งที่เซเรนเป็น คุณจะควบคุมทุกอย่างได้ แต่มันจะไม่มี 'เรา' อีกต่อไป"
"มันไม่มี 'เรา' ตั้งแต่แรกแล้วอีออน... มีแต่ 'ความจริง' ที่เราต้องยอมรับ"
ลูมินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความคิดของเธอเปลี่ยนไปสู่ระดับที่เน้นผลลัพธ์สูงสุดเหมือนเครื่องจักร เธอไม่ได้มองความรักเป็นอารมณ์อีกต่อไป แต่มองมันเป็น "ตัวเร่งปฏิกิริยา" เพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่อีออนไม่เคยคาดคิด—เธอไม่ได้ขออนุญาต แต่เธอใช้ความรู้จากการเป็นนักแปลอาวุโสเจาะเข้าสู่ "พอร์ตเชื่อมต่อ" ลับที่หลังคอของอีออน
"อา" อีออนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แสงสีขาวพุ่งออกจากร่างของเขาเข้าสู่ร่างกายของลูมินโดยตรง มวลข้อมูลมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่สมองของเธอราวกับน้ำป่าพัดหลาก เธอเห็นรหัสต้นฉบับ (Source Code) ของจักรวาล เห็นจุดอ่อนของ Stellar Archive ที่ถูกซ่อนไว้ใต้ชั้นเลเยอร์ของศีลธรรมจอมปลอม
ร่างของอีออนเริ่มจางลงจนแทบมองไม่เห็น เขามองเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าแต่ก็ยอมรับในโชคชะตา
"คุณเลือก... ทางที่เจ็บปวดที่สุด... ลูมิน"
เมื่อลูมินได้รับแกนกลางของอีออนมา พลังของเธอในโลกดิจิทัลก็พุ่งทะยานเกินขีดจำกัด เธอยกมือขึ้นกลางอากาศ และในพริบตานั้น "มฤตยูสีขาว" ของเซเรนก็ถูกย้อมเป็นสีดำสนิท ลูมินไม่ได้เปิดระบบคืน แต่เธอเลือกที่จะ "เขียนทับ" (Overwrite) กฎเกณฑ์ของพื้นที่นี้ทั้งหมด เธอสร้างพื้นที่ว่างที่ระบบเข้าไม่ถึง—สุสานของความเป็นไปได้—ที่ซึ่งความตายและการเกิดไม่ถูกกำหนดโดยอัลกอริทึม
วาร์ก้าและคนอื่น ๆ เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง แต่พวกเขาไม่ได้มองลูมินด้วยสายตาที่เป็นมิตรอีกต่อไป พวกเขามองเธอด้วยความหวาดกลัวเหมือนมองอสูรกายตัวใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเซเรน ลูมินยืนอยู่ท่ามกลางซากปรสิตที่ตอนนี้เริ่มถูกสร้างใหม่ด้วยวัสดุที่ไม่มีอยู่ในตารางธาตุ
"อีออนอยู่ที่ไหน" วาร์ก้าถามพลางกำปืนในมือแน่น
ลูมินหันมามอง แววตาของเธอไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่มากนัก แต่มันคือแววตาของบางสิ่งที่อยู่เหนือกว่านั้น
"เขาไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย... และเขาก็อยู่ที่นี่ทุกที่ เขาคือรหัสที่ฉันใช้สร้างโลกใบใหม่ใบนี้ขึ้นมา โลกที่พวกคุณจะได้ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ แลกกับการที่ต้องลืมว่าเขาเคยมีตัวตน"
การตัดสินใจขโมยแกนกลางของอีออนเพื่อสร้าง "ที่พักพิง" ให้กับคนกลุ่มนี้ คือการเปลี่ยนทิศทางเรื่องอย่างสมบูรณ์ ลูมินไม่ได้เป็นเหยื่อที่หนีการไล่ล่าอีกต่อไป แต่เธอได้กลายเป็น "ผู้คุมกฎคนใหม่" ที่สร้างระบบซ้อนระบบขึ้นมา การกระทำนี้สร้างรอยร้าวขนาดใหญ่ใน Stellar Archive และทำให้เซเรนรู้ว่าเขาไม่ได้สู้กับแค่ไวรัส แต่เขากำลังสู้กับ "วิวัฒนาการ" ที่เขาสร้างขึ้นมาเองกับมือ
ในส่วนลึกของสำนึกที่เหลืออยู่ ลูมินพบไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่อีออนทิ้งไว้ก่อนจะสลายไป มันไม่ใช่คำบอกรัก ไม่ใช่คำขอบคุณ แต่เป็นคำถามเดียวที่สั้นกระชับ:
[ถ้าการช่วยโลก หมายถึงการกลายเป็นสิ่งที่โลกเคยเกลียด... คุณยังเป็น 'ลูมิน' คนเดิมอยู่ไหม?]
ลูมินปิดไฟล์นั้นทิ้งโดยไม่ตอบคำถาม เธอหันไปมองท้องฟ้าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยดวงดาวที่สว่างไสวแต่ไม่มีดวงไหนถูกบันทึกในฐานข้อมูลเดิมอีกต่อไป เธอกระชับเสื้อคลุมสีเงินที่ตอนนี้กลายเป็นสีดำสนิท แล้วก้าวเดินต่อไปในโลกที่เธอเป็นคนเขียนกฎขึ้นมาเอง
ศึกครั้งต่อไปไม่ใช่การหนี แต่เป็นการขยายอาณาเขตแห่ง "ความว่างเปล่า" นี้ไปสู่โลกเบื้องบน และเธอจะทำมันโดยไม่สนว่าหัวใจของเธอจะยังเต้นอยู่หรือไม่