แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าเลเซอร์เหนือเพดานของ "สกายโดม" (Sky Dome) สะท้อนลงบนแก้วไวน์สังเคราะห์สีทับทิม บรรยากาศในงานเลี้ยงกาล่าของเหล่าผู้ปกครอง Stellar Archive เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่ถูกปรับจูนมาอย่างดีจากเครื่องจำลองอารมณ์ที่ติดอยู่หลังใบหู
ทุกคนที่นี่สวมชุดที่ทำจากเส้นใยแสงที่สามารถเปลี่ยนสีตามความต้องการของระบบ แต่ท่ามกลางความสมบูรณ์แบบที่น่าอึดอัดนั้น ผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดราตรีสีดำสนิทที่ตัดกับทุกสรรพสิ่งรอบข้าง
ลูมินไม่ได้เดินก้มหน้าเหมือนนักแปลชั้นผู้น้อยอีกต่อไป เธอเชิดหน้าขึ้น ลำคอเรียวระหงประดับด้วยสร้อยที่ทำจากเศษชิปของอีออนที่เธอร้อยเรียงใหม่ ดวงตาของเธอไม่ได้ส่องประกายด้วยความหวัง แต่มันลุ่มลึกและสงบนิ่งจนคนที่มองสบตาต้องรู้สึกหนาวเยือก
แขกเหรื่อหลายคนเริ่มกระซิบกระซาบ บางคนจำเธอได้ในฐานะ "อาชญากรข้อมูล" ที่ทางการประกาศจับ แต่ไม่มีใครกล้าเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพราะรัศมีอำนาจบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ—อำนาจที่ได้มาจากการกลืนกินแกนกลางของเทพเจ้า
"คุณกล้ามากที่กลับมาที่นี่ ลูมิน" เสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความกดดันดังขึ้นจากด้านหลัง ลูมินไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นเซเรน
"ฉันไม่ได้กลับมาหาความตาย แต่ฉันกลับมาเพื่อยื่น 'ใบแจ้งหนี้' ค่ะ" ลูมินหันไปพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก เธอหยิบแก้วแชมเปญขึ้นมาจิบ ท่าทางของเธอเยือกเย็นและมีจริตจะก้านเหมือนพวกชนชั้นสูงที่เธอเคยชิงชัง
"ระบบของคุณกำลังรั่วไหล เซเรน... และฉันไม่ได้หมายถึงรหัสคอมพิวเตอร์ แต่หมายถึง 'ศรัทธา' ของคนข้างล่างนั่น"
ลูมินพาเซเรนเดินเลี่ยงออกมายังระเบียงที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงเบื้องล่าง ที่นั่นเธอไม่ได้พูดถึงอุดมคติหรือเสรีภาพ แต่เธอส่งชิปขนาดเล็กให้เขาหนึ่งอัน
"นี่คือรายชื่อพนักงานอาวุโสของคุณสิบสามคน ที่แอบส่งข้อมูลดิบของ Stellar Archive มาขายให้กับฉันในเขตซากปรสิต เพื่อแลกกับความทรงจำเกี่ยวกับลูกเมียที่ถูกระบบของคุณลบไป"
เซเรนรับชิปไป สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยน แต่ดวงตากลับหรี่ลง
"เธอกำลังจะบอกว่า เธอกลายเป็นพ่อค้าคนกลางในตลาดมืดงั้นเหรอ?"
"ฉันกำลังทำหน้าที่เป็น 'กระจก' ค่ะ"
ลูมินขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมสังเคราะห์ราคาแพงของเขา
"คุณสร้างโลกที่ทุกคนต้องทิ้งความทรงจำเพื่อความปลอดภัย แต่พวกเขากลับโหยหาความเจ็บปวดที่มาพร้อมความทรงจำนั้นมากกว่าความว่างเปล่าที่แสนสุข ฉันไม่ได้สู้กับคุณด้วยกำลังทหาร แต่ฉันสู้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า 'ความปรารถนา' ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่อัลกอริทึมของคุณมักจะคำนวณพลาดเสมอ"
การพูดคุยครั้งนี้ไม่ใช่บทสนทนาเชิงปรัชญาที่ยืดเยื้อ แต่มันคือการ "ขู่กรรโชก" อย่างเป็นทางการ ลูมินแสดงพฤติกรรมที่ต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอไม่ได้ต้องการการยอมรับ แต่เธอต้องการทำลายความมั่นใจของเซเรนจากรากฐาน เธอรู้ดีว่าในวินาทีนี้ เซเรนไม่สามารถลบเธอได้ เพราะเธอคือคนเดียวที่กุม 'รหัสคืนค่าความจำ' (Memory Restore Code) ของประชากรครึ่งหนึ่งในเขต 4 ไว้ในสำนึกของเธอเอง
เป้าหมายที่แท้จริงของลูมินในคืนนี้ไม่ใช่แค่การข่มขู่เซเรน แต่คือการพิสูจน์บางอย่าง เธอได้รับข้อมูลสายลับว่า "วาร์ก้า" ผู้นำที่เธอเคยช่วยไว้ใต้ดิน แอบนัดพบกับสายลับของหน่วยความมั่นคงที่ชั้นใต้ดินของโดมแห่งนี้ เพื่อส่งมอบตำแหน่งที่ตั้งของอาณาจักรไร้รอยจารึก แลกกับตั๋วทองที่จะพาครอบครัวของเขาขึ้นมาอยู่บน "สกายโดม"
ลูมินเดินลงไปยังส่วนที่มืดที่สุดของอาคาร ห้องซ่อมบำรุงที่เต็มไปด้วยท่อไอน้ำและเครื่องจักรส่งเสียงดังกระหึ่ม เธอเห็นวาร์ก้ายืนอยู่กับเจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบสีขาว ลูมินไม่ได้เข้าไปขัดขวางทันที แต่เธอยืนดูอยู่หลังเงามืด ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวที่เคยมีในตอนที่ถูกหักหลังในอดีตหายไปสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเฉียบ
"เอาไปสิ... พิกัดทั้งหมด และรหัสเข้าถึงประตูชั้นใน" วาร์ก้าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"แค่สัญญากับผมว่า ลูกสาวผมจะได้เข้าเรียนในสถาบัน Stellar Archive เธอต้องมีอนาคตที่ระบบรับรอง"
ลูมินก้าวออกมาจากเงามืด เสียงฝีเท้าของเธอสม่ำเสมอและหนักแน่น
"ความปลอดภัยของลูกสาวคุณ แลกกับการตายของคนนับหมื่นในเขตใต้ดิน... เป็นราคาที่สมเหตุสมผลดีนะคะ วาร์ก้า"
วาร์ก้าสะดุ้งสุดตัว เขาหันมาเห็นลูมินที่ยืนอยู่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบดึงอาวุธขึ้นมา แต่ก่อนที่เขาจะได้เหนี่ยวไก ลูมินเพียงแค่ขยับปลายนิ้วกลางอากาศ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากแกนกลางของอีออนในตัวเธอก็ระเบิดวงจรของปืนในมือเขาจนแหลกละเอียด
"ลูมิน... ผม... ผมไม่มีทางเลือก" วาร์ก้าทรุดเข่าลง
"พวกเขารู้ทุกอย่างแล้ว พวกเขาจะลบเราทั้งหมดถ้าผมไม่ทำแบบนี้"
ลูมินเดินเข้าไปหาเขา เธอไม่ได้แสดงความโกรธ ไม่มีน้ำตา และไม่มีความเห็นใจ เธอโน้มตัวลงกระซิบข้างหูชายที่ครั้งหนึ่งเคยเรียกเธอว่าพวกพ้อง
"คุณมีทางเลือกเสมอ วาร์ก้า... คุณแค่เลือกทางที่ขี้ขลาดที่สุด"
มือของลูมินแตะที่หน้าอกของวาร์ก้า เธอสามารถทำลายระบบประสาทของเขาได้ในเสี้ยววินาทีด้วยพลังที่มีอยู่ แต่อีออนในส่วนลึกของสำนึกเธอกลับประท้วง ความทรงจำของอีออนเกี่ยวกับความเสียสละเริ่มไหลย้อนกลับมาเตือนสติเธอ
ลูมินต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ สังหารวาร์ก้าเพื่อปิดปากและรักษาความลับของอาณาจักร หรือปล่อยเขาไปแล้วยอมให้ความลับรั่วไหลเพื่อรักษา "ความเป็นมนุษย์" ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
ลูมินหลับตาลง ภาพใบหน้าของอีออนที่สลายไปปรากฏขึ้นในใจ 'ถ้าการช่วยโลก หมายถึงการกลายเป็นสิ่งที่โลกเคยเกลียด...'
เธอลืมตาขึ้นแล้วถอยออกมา
"ไปซะ วาร์ก้า เอาพิกัดปลอมที่ฉันแอบสลับไว้ในเครื่องของคุณเมื่อกี้ไปส่งให้พวกเขา แล้วพาครอบครัวหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าให้ฉันเห็นหน้าคุณอีก เพราะครั้งต่อไป... ฉันจะไม่ได้เป็นคนตัดสิน แต่จะเป็นความว่างเปล่าในตัวฉันที่ลงมือ"
แทนที่จะเป็นเผด็จการคนใหม่ ลูมินกลับเลือกที่จะเล่นเกมเสี่ยงตาย เธอจงใจปล่อยให้ข้อมูลที่บิดเบือนไหลเข้าสู่ระบบ เพื่อล่อให้กองทัพของเซเรนเข้าไปสู่ "กับดัก" ที่เธอวางไว้ในเขตใต้ดิน
ลูมินกลับขึ้นมาบนงานกาล่าอีกครั้ง เธอเดินผ่านฝูงชนที่กำลังเต้นรำไปหาเซเรนที่ยังยืนอยู่ที่เดิม เธอยื่นแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าให้บริกรแล้วกระซิบกับเซเรน
"เตรียมกองกำลังของคุณไว้ให้พร้อมนะคะ เซเรน พิกัดที่วาร์ก้าได้ไปคือ 'หัวใจ' ของอาณาจักรฉันจริง ๆ... เพียงแต่หัวใจดวงนั้นมันระเบิดตัวเองได้"
ลูมินเดินออกจากงานเลี้ยงไป ทิ้งให้เซเรนยืนอยู่ท่ามกลางความสับสนเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี เมื่อเธอออกมาสู่โลกภายนอก ลูมินก็พิงหลังเข้ากับกำแพงเย็นๆ แล้วหอบหายใจอย่างหนัก หน้ากากความเลือดเย็นที่เธอสวมมาตลอดคืนเริ่มร้าวสลาย เธอพบว่าการทำเป็นคนใจร้ายนั้นเจ็บปวดพอ ๆ กับการถูกหักหลัง
เธอหยิบสร้อยคอเศษชิปขึ้นมาจูบเบา ๆ
"ฉันทำถูกไหม อีออน ฉันเพิ่งส่งคนนับพันไปสู่สงครามเพื่อปกป้องความลับที่มีเพียงฉันที่กุมไว้... ฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ไหม"
ไม่มีเสียงตอบจากความว่างเปล่า มีเพียงเสียงลมพัดผ่านช่องว่างระหว่างตึกระฟ้า และดวงดาวบนท้องฟ้าที่เริ่มหม่นแสงลงราวกับกำลังไว้อาลัยให้กับจิตวิญญาณที่กำลังแตกสลายของเธอ