แสงแดดจ้าใน "จัตุรัสกลางเมืองแสงตะวัน" สว่างไสวเสียจนดูเหมือนสีที่ถูกทาซ้ำบนผืนผ้าใบที่เน่าเปื่อย วันนี้คือวันฉลองครบรอบ 50 ปีของสถาบัน Stellar Archive ผู้คนนับหมื่นในชุดสีขาวโพลนต่างพากันมารวมตัวกันเพื่อรับ "พร" จากระบบ—ซึ่งก็คือการอัปเดตอัลกอริทึมประจำปีที่จะช่วยลบความกังวลและความเศร้าหมองในปีที่ผ่านมาทิ้งไป ลูมินยืนอยู่บนระเบียงสูงของตึกระฟ้าเก่า ๆ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมจัตุรัส เธอสวมเสื้อคลุมยาวสีแดงเพลิงที่ดูเหมือนหยดเลือดท่ามกลางทะเลสีขาว
พฤติกรรมของเธอเปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดด เธอไม่ได้เดินอย่างระมัดระวังหรือคำนวณความเสี่ยงอีกแล้ว เธอกำลัง "สนุก" กับการที่เห็นระบบรักษาความปลอดภัยพยายามตามหาเธอแต่ไม่พบ เพราะเธอได้ใช้รหัสจากร่างเนื้อของอีออนสร้าง "โดมลวงตา" คลุมพื้นที่นี้ไว้ ลูมินมองลงไปเบื้องล่างด้วยสายตาที่ว่างเปล่าแต่มุมปากกลับแสยะยิ้มที่ดูเหมือนการเยาะเย้ยพระเจ้า
"ดูพวกเขาสิลูมิน... พวกเขาดูมีความสุขจังนะ"
อีออนพูดขณะที่เขายืนอยู่ข้างหลัง ร่างกายของเขาดูอ่อนแรงลงหลังจากที่ถูกดึงออกมาจากแคปซูลใต้สมุทร ผิวของเขาดูซีดจางและมีเส้นใยแสงสีทองพาดผ่านใต้ผิวหนังราวกับเป็นรากไม้ที่กำลังแตกกิ่งก้านสาขา
"ความสุขคือสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่งที่เซเรนป้อนให้พวกเขา" ลูมินตอบโดยไม่หันมอง เสียงของเธอไม่มีความกังวล
"วันนี้ฉันจะทำลายความฝันนั้นทิ้ง และคุณคือเครื่องส่งสัญญาณที่ดีที่สุดที่จักรวาลนี้เคยสร้างมา"
เป้าหมายของลูมินในวันนี้คือ "การจุดระเบิดทางความรู้สึก" (Emotional Detonation) เธอไม่ได้ต้องการทำลายตึกหรือฆ่าคน แต่เธอต้องการแทรกแซงกระบวนการอัปเดตข้อมูลของประชาชนในวินาทีที่ระบบกำลังเชื่อมต่อกับจิตสำนึกของทุกคน
ลูมินเดินไปที่แผงควบคุมที่เธอแอบติดตั้งไว้ล่วงหน้า มันไม่ใช่เครื่องมือแปลภาษาอีกต่อไป แต่เป็นอุปกรณ์กระจายคลื่นประสาทระดับสูง
"อีออน วางมือลงบนแท่นนำสัญญาณนี่" ลูมินสั่งการ
"มันจะเจ็บมากใช่ไหม" อีออนถามพลางมองไปที่แท่นเหล็กที่มีเข็มเลเซอร์นับร้อยรออยู่
"ใช่... แต่มันคือความเจ็บปวดที่ 'จริง' ที่สุดที่คุณต้องมอบให้พวกเขา"
ลูมินพูดด้วยท่าทางที่โหดเหี้ยมและเด็ดขาดกว่าเดิม เธอไม่ได้ปลอบโยนเขาเหมือนตอนแรก แต่เธอมองเขาเป็นเพียงอุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง
"ถ้าคุณอยากให้พวกเขารู้จักความเป็นมนุษย์ คุณต้องยอมให้ความทรงจำและความเจ็บปวดของคุณไหลผ่านพวกเขาไป"
อีออนหลับตาลงแล้ววางมือลงไป เข็มเลเซอร์ปักเข้าที่เส้นประสาทของเขาอย่างรุนแรง ร่างของเขากระตุกและกรีดร้องออกมาเป็นรหัสดิจิทัล ลูมินไม่ได้สะดุ้ง เธอเพียงแค่ขยับปลายนิ้วปรับจูนคลื่นความถี่ให้ตรงกับเสาสัญญาณหลักของจัตุรัสเบื้องล่าง ในวินาทีนั้น หน้าจอยักษ์รอบจัตุรัสที่เคยแสดงภาพกราฟความสำเร็จของระบบก็ดับวูบลง และเปลี่ยนเป็นภาพความทรงจำที่แตกสลายของอีออนทันที
ภาพของความสูญเสีย ความอ้างว้างใต้น้ำ และความลับที่พ่อแม่ของลูมินปกปิดไว้ ถูกส่งตรงเข้าสู่สมองของประชาชนนับหมื่นที่กำลังอยู่ในสถานะ "พร้อมรับข้อมูล" เสียงหัวเราะในจัตุรัสเงียบหายไป แทนที่ด้วยเสียงสะอื้นที่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนที่เคยยืนนิ่งเริ่มทรุดตัวลงคุกเข่า บางคนเริ่มฉีกทึ้งชุดสีขาวของตัวเองทิ้งด้วยความคลุ้มคลั่งเมื่อความทรงจำที่ถูกลบไปถูกกระตุ้นให้กลับคืนมาอย่างกะทันหัน
"ทำไม... ทำไมฉันถึงจำได้ว่าฉันมีลู!" ชายคนหนึ่งตะโกนก้อง "พวกแกหลอกฉันว่าฉันตัวคนเดียว"
ลูมินมองดูความโกลาหลนั้นด้วยความพึงพอใจที่ประหลาด เธอไม่ได้เข้าไปช่วยหรือจัดระเบียบ แต่เธอเดินไปที่ขอบระเบียงแล้วตะโกนใส่ไมโครโฟนกระจายเสียง
"ตื่นเถอะเหล่าตุ๊กตาไม้ ตื่นขึ้นมาพบกับความเจ็บปวดที่แสนล้ำค่าของพวกคุณ ยินดีด้วยที่ได้กลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง"
พฤติกรรมของเธอในตอนนี้ดูเหมือนผู้นำลัทธิที่บ้าคลั่งมากกว่านักปฏิวัติที่รักสันติ เธอใช้ความรุนแรงทางจิตวิญญาณในการปลุกระดม ผลลัพธ์ของตอนนี้เปลี่ยนทิศทางเรื่องอย่างชัดเจน เพราะประชาชนเริ่มลุกฮือขึ้นทำลายเสาสัญญาณของ Stellar Archive ด้วยมือเปล่า สงครามกลางเมืองได้เริ่มต้นขึ้นแล้วท่ามกลางแสงแดดจ้า
ท่ามกลางความวุ่นวาย เซเรนปรากฏตัวขึ้นที่ระเบียงตึกเดียวกับลูมิน เขาไม่ได้มาพร้อมอาวุธ แต่มาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง
"เธอทำลายวินัยของมนุษยชาติ ลูมิน... เธอทำให้พวกเขากลายเป็นสัตว์ป่าที่คลุ้มคลั่งเพียงเพื่อตอบสนองความสะใจของเธอเอง"
"สัตว์ป่าที่มีความรู้สึก ยังดีกว่าหุ่นยนต์ที่มีความสุขจอมปลอมค่ะ เซเรน"
ลูมินหันมาประจันหน้า เธอไม่ได้หนีและไม่ได้ใช้พลังงานป้องกันตัว แต่เธอก้าวไปข้างหน้าแล้วตบหน้าเซเรนอย่างแรง—การกระทำทางกายภาพที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความดูหมิ่น
"คุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินใครอีกต่อไป เพราะตอนนี้... แม้แต่อัลกอริทึมของคุณก็กำลังกรีดร้องด้วยความสับสน"
เซเรนมองไปที่อีออนที่กำลังสลบไสลอยู่บนแท่น
"เธอใช้เขาจนเกือบตายเพื่อเป้าหมายนี้ เธอต่างจากฉันตรงไหน?"
คำถามนั้นทำให้ลูมินชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบ้าคลั่งหายไปแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แหลมคมกว่าเดิม
"ฉันต่างจากคุณตรงที่... ฉันรู้ตัวว่าฉันกำลังทำอะไร และฉันพร้อมจะตกนรกไปพร้อมกับผลลัพธ์นี้ แต่คุณ... คุณยังหลอกตัวเองว่าคุณอยู่บนสวรรค์"
ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติของ Stellar Archive เริ่มทำงานในโหมด "Lethal Purge" (การกวาดล้างด้วยอาวุธสังหาร) เพื่อระงับจลาจล โดรนติดอาวุธนับพันลำพุ่งออกมาจากยอดตึกสถาบัน มุ่งหน้าสู่จัตุรัสเพื่อสังหารทุกคนที่กำลังขัดขืนระบบ
ลูมินต้องตัดสินใจใหม่ เธอสามารถใช้ข้อมูลสุดท้ายในตัวอีออนเพื่อ "ชัตดาวน์" ระบบทั้งหมดในเมืองนี้ได้ถาวร ซึ่งจะช่วยชีวิตคนนับหมื่นในจัตุรัส แต่ผลที่ตามมาคือจิตสำนึกของอีออนจะถูกฉีกขาดเป็นชิ้น ๆ และเขาจะกลายเป็นเพียงร่างว่างเปล่าที่ไร้สมองไปตลอดกาล หรือเธอจะยอมปล่อยให้คนเหล่านั้นตายเพื่อรักษา "ต้นแบบ" อย่างอีออนไว้เพื่อสู้ต่อในระยะยาว
ลูมินมองดูประชาชนที่กำลังถูกเล็งด้วยเลเซอร์สังหาร แล้วมองดูอีออนที่หายใจรวยริน เธอเลิกใช้ตรรกะของผู้นำ และเลิกใช้ความเห็นใจแบบมนุษย์ แต่เธอใช้ "ความบ้าบิ่น" ของผู้ที่ไม่มีอะไรจะเสีย เธอไม่ได้เลือกข้อใดข้อหนึ่ง แต่เธอใช้พลังงานจากแกนกลางในตัวเธอเองเชื่อมต่อเข้ากับอีออน แล้วกระโดดลงจากระเบียงตึกระฟ้าพร้อมกับร่างของเขาในอ้อมแขน
"ถ้าจะดับ... ก็ดับไปพร้อมกันทั้งหมดนี่แหละ"
เธอดึงพลังงานทั้งหมดในตัวออกมา สร้างคลื่นรบกวนขนาดยักษ์ (EMP Pulse) ที่เกิดจากการสลายตัวของแกนกลางในพริบตา แสงสีขาวจ้ากลืนกินทั้งจัตุรัสโดรนร่วงหล่นเหมือนแมลงปีกหัก ระบบ Stellar Archive ในเขตเมืองหลวงล่มสลายลงทันทีในแรงระเบิดของข้อมูลครั้งใหญ่
เมื่อแสงจางลง ลูมินและอีออนนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากโดรนและผู้คนที่สับสน ลูมินลืมตาขึ้นมา พบว่าตอนนี้ดวงตาของเธอเริ่มมีสีสันกลับมาอีกครั้ง—แต่เป็นสีแดงเลือดที่เกิดจากเส้นเลือดฝอยแตกจากการรับน้ำหนักข้อมูลเกินขนาด พฤติกรรมของเธอเปลี่ยนไปสู่ความนิ่งสงบที่น่ากลัว เธอพยุงอีออนขึ้นมาแล้วมองไปที่เซเรนที่ยืนอยู่บนตึกที่พังพลาย
"นี่คือตอนจบของบทเรียนแรกค่ะ เซเรน... บทเรียนเรื่องการสูญเสีย"
การตัดสินใจระเบิดข้อมูลครั้งนี้ทำให้ Stellar Archive สูญเสียการควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในเมืองหลวง และลูมินได้กลายเป็น "สัญลักษณ์ของความโกลาหล" ที่ประชาชนทั้งรักและหวาดกลัว เธอไม่ได้เป็นแค่อาชญากร แต่เธอคือ "ไวรัสที่เดินได้" ที่กำลังจะลุกลามไปทั่วจักรวาล