เสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านโครงสร้างโลหะของสถานีสังเกตการณ์พัลซาร์ 0-X ฟังดูเหมือนเสียงคร่ำครวญของวิญญาณที่ถูกลืม ที่นี่คือสุดขอบโลกที่แม้แต่สัญญาณจาก Stellar Archive ก็ยังเจือจางจนเหลือเพียงเสียงซ่าในหู
ลูมินก้าวเดินฝ่าหิมะสีเทา—ซึ่งไม่ใช่เกล็ดน้ำแข็งธรรมชาติ แต่เป็นอนุภาคคาร์บอนที่ตกลงมาจากชั้นบรรยากาศที่พังทลาย ชุดเกราะยุทธวิธีของเธอถูกคลุมทับด้วยเสื้อขนสัตว์เทียมที่มอซอ เธอไม่ได้มองกลับหลัง ไม่ได้คิดถึงกองกำลังใต้ดินที่หักหลังเธอ หรือเด็กสาวที่เธอเคยช่วยไว้ ทุกอย่างในใจเธอตอนนี้ถูกแช่แข็งไว้ด้วยเป้าหมายเดียว: พิกัดที่พ่อแม่เธอซ่อนไว้ก่อนตาย
เท้าของเธอเหยียบลงบนพื้นผิวเหล็กที่เย็นจัดจนเกราะป้องกันความร้อนเริ่มส่งเสียงเตือน ลูมินไม่ได้ตกใจเธอเพียงแค่ปรับจูนระบบให้ประหยัดพลังงานด้วยท่าทางที่นิ่งเฉยราวกับหุ่นยนต์ ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น สะท้อนภาพหอคอยทรงเข็มที่แทงทะลุเมฆหมอกขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศ นี่คือสถานที่ที่ไม่มีชื่อในแผนที่ใด ๆ ของเซเรน และเป็นที่ที่ "ข้อมูลที่ไม่ถูกบันทึก" ซุกซ่อนอยู่มานานเกือบทศวรรษ
"ระดับออกซิเจน 15%... เริ่มกระบวนการหายใจแบบสังเคราะห์"
ลูมินสั่งการเสียงเรียบ เธอเดินเข้าสู่ประตูนิรภัยขนาดใหญ่ที่ถูกปิดตายด้วยระบบรหัสแอนะล็อก—รหัสที่ต้องใช้ลูกกุญแจจริง ๆ เท่านั้น ไม่ใช่เลขฐานสอง
ภายในหอคอยคือป่าของเครื่องจักรโบราณ เทปแม่เหล็กขนาดใหญ่และหลอดสุญญากาศที่ส่งแสงสีส้มสลัว ๆ ลูมินเดินผ่านกองเอกสารกระดาษที่กรอบเกรียม เธอหยิบภาพถ่ายเก่าใบหนึ่งขึ้นมาดู มันคือภาพชายหญิงคู่หนึ่งในชุดกาวน์สีขาวที่ยืนเคียงข้างเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังถือตุ๊กตา... ตัวเธอเอง
ความทรงจำที่ถูกลบไปจาก ID Core เริ่มถูกกระตุ้นด้วยสิ่งของทางกายภาพเหล่านี้ แต่ความอบอุ่นที่ควรเกิดขึ้นกลับกลายเป็นความรู้สึกหนาวเหน็บในใจเมื่อเธอเริ่มเห็น "ความจริง" ที่แฝงอยู่ในแผนผังบนผนัง
พ่อแม่ของเธอไม่ได้ถูกบีบให้สร้าง Stellar Archive... แต่พวกเขาคือ "ผู้ริเริ่ม"
ลูมินปลดสายเชื่อมต่อจากข้อมือซ้ายที่ไร้ชิปของเธอเข้ากับเครื่องอ่านข้อมูลโบราณ ทันใดนั้น ภาพโฮโลแกรมของพ่อเธอ 'ดร. อีวาน' ก็ปรากฏขึ้น ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดและมีความภาคภูมิใจที่น่าขนลุก
"ถ้าใครได้เห็นข้อความนี้ แสดงว่าระบบของเราทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ... มนุษย์คือตัวแปรที่คาดเดาได้ยากเกินไป ความรัก ความแค้น ความสุ่มเสี่ยงเหล่านั้นทำให้โลกพินาศ เราจึงต้องสร้างกรงขังที่แสนสุขขึ้นมา กรงที่ชื่อว่าความหวัง"
ลูมินนั่งนิ่ง ความคิดของเธอที่เคยเชื่อว่าพ่อแม่คือวีรบุรุษที่ต่อต้านเซเรนเริ่มแตกร้าว เธอเปลี่ยนท่าทีจากนักค้นหาที่กระหายความจริง กลายเป็นผู้พิพากษาที่เย็นชา
"พวกคุณไม่ได้สร้างระบบเพื่อลดความสูญเสีย... แต่พวกคุณสร้างมันเพราะพวกคุณหวาดกลัวความเป็นมนุษย์" เธอพึมพัมกับเงาโฮโลแกรมที่ไม่มีความรู้สึก
เป้าหมายเฉพาะของลูมินในสถานีนี้คือการค้นหา "รหัสทำลายตัวเอง" (Self-Destruct Key) ของ Stellar Archive แต่สิ่งที่เธอพบกลับเป็น "รหัสอัปเกรด" (Eschaton Protocol) ซึ่งหากเปิดใช้งาน มันจะลบตัวตนทางกายภาพของมนุษย์ทุกคนบนโลกและอัปโหลดจิตสำนึกเข้าสู่หน่วยความจำส่วนกลางถาวร เพื่อให้โลกเข้าสู่สภาวะสมบูรณ์แบบที่ไร้ความเจ็บปวดตลอดกาล
ในขณะที่เธอกำลังตรวจสอบไฟล์ เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นที่ประตูหน้า เซเรนไม่ได้ตามมาด้วยกองทัพ... เขามาเพียงลำพัง
เซเรนเดินเข้ามาในหอคอยโดยไม่ใส่ชุดเกราะป้องกันอากาศ เขาดูเหมือนจะคุ้นเคยกับสถานที่นี้เป็นอย่างดี
"เธอพบมันแล้วสินะ ลูมิน... มรดกที่แท้จริงของครอบครัวเธอ พ่อแม่เธอไม่ได้อยากให้เธอเป็นแค่นักแปล แต่เขาอยากให้เธอเป็น 'ผู้นำร่อง' (The Pilot) ของวิวัฒนาการขั้นสุดท้ายนี้"
ลูมินหันไปมองเขา มือของเธอถืออุปกรณ์เก็บข้อมูลที่บรรจุรหัส Eschaton ไว้
"คุณกับพ่อแม่ฉัน... พวกคุณร่วมมือกันสร้างอีออนขึ้นมาในฐานะ 'ถังขยะ' ใช่ไหม เพื่อเอาความผิดพลาดทั้งหมดไปฝากไว้ที่เขา แล้วคนอื่นจะได้เข้าสู่ระบบที่บริสุทธิ์"
"อีออนคือพระเยซูในคราบดิจิทัล" เซเรนตอบอย่างไม่ยี่หระ
"และตอนนี้เธอมีอำนาจในมือ ลูมิน... จะกดปุ่มเพื่อทำให้ความฝันของพ่อแม่เธอเป็นจริง หรือจะทำลายมรดกทั้งหมดนี้ทิ้งแล้วปล่อยให้โลกที่พังทลายเดินหน้าต่อไปในความมืด"
ลูมินยืนอยู่ต่อหน้าแผงควบคุมหลัก แสงจากจอภาพสะท้อนในตาของเธอที่เริ่มมีรอยร้าวของพลังงานดิจิทัลจากแกนกลางของอีออนปะทุออกมา นี่คือการตัดสินใจที่เธอไม่เคยคิดมาก่อน เธอไม่ได้ถูกบีบด้วยกำลังทหารเหมือนที่ผ่านมา แต่เธอถูกบีบด้วย "ตัวตน" ของเธอเอง
"ถ้าฉันเปิดใช้งานมัน ทุกคนจะรอดจากความตาย... แต่พวกเขาจะไม่ได้ใช้ชีวิต" ลูมินพูด เสียงของเธอไม่มีความลังเล
"พ่อแม่ฉันคิดว่าความสมบูรณ์แบบคือคำตอบ แต่พวกเขาลืมไปว่าดอกไม้ที่ไม่มีวันเหี่ยว... ก็คือดอกไม้ที่ไม่มีวันโต"
"เธอจะทำลายสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าพ่อแม่เธอยังมีค่าอยู่เหรอ" เซเรนถามพลางก้าวเข้ามา
"ฉันจะทำลายสิ่งที่เป็นมะเร็งร้ายของโลกต่างหาก"
ลูมินหันกลับมาด้วยสายตาที่กร้าวแกร่งอย่างที่เซเรนไม่เคยเห็น เธอไม่ได้กดปุ่มเปิดใช้งาน แต่เธอเลือกที่จะ "เขียนรหัสซ้ำ" (Overwrite) ในรูปแบบที่อันตรายที่สุด เธอใช้พลังงานจากแกนกลางในตัวเธอซึ่งเป็นความผิดพลาดที่ระบบรับไม่ได้ อัดฉีดเข้าไปในเครื่องอ่านข้อมูลเพื่อ "ระเบิดข้อมูล" (Data Overload) ทั้งหมดในหอคอยนี้
"เธอทำอะไรลงไป" เซเรนคำรามด้วยความตระหนกเป็นครั้งแรก
"ฉันกำลังลบ 'เส้นทางที่ถูกเขียนไว้' ทั้งหมดทิ้งค่ะ เซเรน... รวมถึงอนาคตที่พ่อแม่ฉันกำหนดให้ฉันด้วย" ลูมินพูดพลางมองดูเปลวไฟสีฟ้าที่เริ่มเผาผลาญสายเคเบิลรอบตัว
แรงระเบิดจากข้อมูลทำให้หอคอยทั้งหลังสั่นสะเทือน โฮโลแกรมของพ่อแม่เธอแตกสลายเป็นเม็ดพิกเซลสีเทา ลูมินคว้าเอาชิปหน่วยความจำเดียวที่เหลืออยู่—ชิปที่บันทึกความทรงจำ 'ดิบ' ที่ไม่ถูกดัดแปลงของเธอในวัยเด็ก—แล้ววิ่งออกจากหอคอยก่อนที่มันจะถล่มลงมา
เธอกลับออกมาสู่ทุ่งหิมะสีเทาอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงถล่มของเหล็กและคอนกรีต เซเรนหายไปในหมอกควัน ทิ้งไว้เพียงคำถามที่วนเวียนอยู่ในอากาศ ลูมินไม่ได้รู้สึกสะใจในชัยชนะ แต่เธอรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่เบาสบายกว่าเดิม พฤติกรรมของเธอเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เธอเลิกแสวงหาคำตอบจากดวงดาวหรือจากใครทั้งสิ้น
เธอหยิบภาพถ่ายครอบครัวใบสุดท้ายขึ้นมา แล้วปล่อยให้ลมพายุพัดมันปลิวหายไปในหิมะ
"ลาก่อนค่ะ... พ่อ แม่... ลูกสาวของพวกคุณตายไปในระบบนานแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงผู้หญิงที่ไม่มีชื่อคนหนึ่งเท่านั้น"
ถึงตอนนี้ลูมินไม่ได้สู้เพื่อคนอื่น และไม่ได้สู้เพื่อกู้โลก แต่เธอสู้เพื่อ "ลบอดีต" ของตัวเองทิ้งเพื่อเริ่มต้นใหม่ในฐานะมนุษย์ที่ไร้รอยบันทึกอย่างแท้จริง เธอเดินหน้าต่อไปในทุ่งหิมะ มุ่งหน้าสู่พิกัดสุดท้ายที่เธอแอบเห็นในฐานข้อมูลก่อนมันจะระเบิด... พิกัดที่บ่งบอกว่า "อีออน" อาจจะยังไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกซ่อนอยู่ในที่ที่ใกล้ตัวเธอที่สุด