บทที่ 14 ความรู้สึกเดียวกัน

2149 Words
เขาเบรกล้อลากเพื่อหักเข้าข้างทาง ร่างเล็กที่ไม่ทันตั้งตัวเกือบหัวคะมำไปข้างหน้า โชคดีที่ฝืนตัวเอาไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นงานนี้มีหัวโนแน่ “โห นี่.. สมองกระทบกระเทือนได้เลยนะ” เธอแยกเขี้ยวใส่เขา มองซ้ายมองขวา และไม่ลืมที่จะหันไปมองข้างหลัง เมื่อไม่เห็นรถตามมาจึงพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นหันไปขึงตากว้างใส่เขาอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาหันมามองเธอพอดี หลังจากดึงเบรกมือขึ้นมา “หยุดรถทำไมคุณ..” “ไม่มีแรงไปต่อ ต้องปกป้องตัวเองก่อน” “แหม..”สาวเจ้าเอียงคอ พลางเสยผมขึ้นอย่างลวกๆ เป็นท่าทางที่ทำเป็นประจำตอนหงุดหงิด ซึ่งถ้าไม่อยู่ในอารมณ์นี้ คงกลั้วขำไปแล้ว “จะบอกว่าไม่มีเมียงั้นสิ” “ใช่” เขายืนยันเสียงแข็ง จ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยไม่กะพริบ เพื่อสังเกตกิริยาท่าทางของเธอ รวมถึงสีหน้าตอนนี้ด้วย ที่มันอ้าปากค้างซะจนเขายังกลั้นขำแทบไม่อยู่ “คิดว่าจะเชื่อรึไง” “ก็ไม่ได้ขอให้เชื่อ แค่ยืนยันความบริสุทธิ์ คุณจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดภายหลังไง” ดวงตาคู่สวยขยายกว้าง ถึงไม่เข้าใจความหมายนี้ที่เขาพูด แต่มันก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงไม่เบา “พะ พูดแบบนี้คืออะไร” “ตอนนี้ผมอยากได้คุณ” เหนือเมฆบอกหน้านิ่ง โน้มตัวเข้าไปด้วย “อยากนอนกับคุณ” วันหนึ่งอ้าปากค้าง คราวนี้ถึงกับใบ้กิน มองหน้าเขาด้วยความรู้สึกหลากหลายและอธิบายไม่ถูก ในใจกำลังคิดคนตรงหน้ากล้าพูดออกมาตรงๆอย่างนี้ได้อย่างไร เขาไปเอาความมั่นใจนี้มาจากไหน ไม่กลัวเธอปฏิเสธเลยหรือ? “แล้วนี่ ต้องพูดอะไรต่อ..” หญิงสาวพึมพำเสียงแผ่ว รู้สึกถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้า ลามลงมาถึงกลางอก ขณะมองหน้าเขาคนเมาอีกคน ต่างฝ่ายต่างจ้องมอง เห็นภาพสะท้อนของกันและกัน จังหวะนั้นเธอรีบตั้งสติด้วยการกะพริบตาถี่ ลบริมฝีปาก เกิดความรู้สึกแปลกใหม่ที่ว่า เธอเองก็ต้องการเขาอยู่นิดๆ “ก็นึกว่าจะกล้าบ้าบิ่นแค่ตอนแข่งรถ” ร่างสูงคลี่ยิ้ม ถือโอกาสตอนเธอกำลังเบลอเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ ปลายจมูกโด่งห่างจากอวัยวะเดียวกันเพียงคืบ “เดี๋ยวก่อน” มือบางถูกยกขึ้นมาวางทาบบนแผงอกแกร่ง ยอมรับว่าน้ำหอมกลิ่นเฉพาะของเขา ที่มีกลิ่นเดียวกันกับคืนนั้นกำลังปั่นป่วนสมองเธอ พาสมองขาวโพลน ถึงขนาดเผลอกลืนน้ำลายลงคอจนเจ็บ ผลจากลำคอแห้งผาก “ ถ้าอย่างนั้น..ขอถามอะไรหน่อย” “อืม..” และไม่รู้เมื่อไหร่ที่เสียงเขากลายเป็นเสียงครางงึมงำ ดังอยู่ในลำคอราวกับกำลังมีอารมณ์กำหนัดความกระสันพุ่งพล่าน “คือ..” “รีบพูดก่อนที่ผมจะจูบ” “หยุดอ่อยก่อน” หญิงสาวกระเถิบถอยหนี เพียงเพราะประโยคไม่น่าไว้ใจนี้ “และช่วยตั้งสติหน่อยค่ะ ตอนนี้เราอยู่ข้างถนน” ได้ผล เขาชะงัก เหนือเมฆดึงตัวเองกลับไป มองหน้าเธอสลับกับหันมองรอบตัว เห็นรถรายังคงวิ่งผ่าน หากจอดนานมีหวังโดนเรียกแน่ พลางทำทีเป็นกระแอมกระไอกลบเกลื่อนฟอร์มที่เสียไป “ถ้าอย่างนั้น.. เอาไงดี” ถึงแม้ว่าต่างฝ่ายต่างต้องการ เธอยอมรับตอนนี้ปั่นป่วนตรงท้องน้อย ตึงหน่วงตรงกลางกาย ราวกับมีผีเสื้อบินวน ทว่าการใช้ชีวิตของตัวเองในตอนนี้ท่ามกลางความเสี่ยง ลุ้นระทึก และมีโอกาสเจ็บตัวตลอดเวลา เสมือนวิ่งเล่นอยู่ในสนามรบ จึงคิดว่าหากจะต้องนอนกับเขาจริงๆ ก็ควรจะต้องได้อะไรกลับคืนมาบ้าง ดีกว่าให้ไปฟรีๆ “คำถามเดียว แล้วจะตัดสินใจ” “ว่ามา” “คุณจะช่วยหนึ่งไหม” เพียงแค่โล่กำบังจากเขาในตอนนี้ ก็เท่านั้น.. เหนือเมฆนิ่งงัน หันกลับมามองเธอ “คำนี้ต้องเป็นผมไม่ใช่เหรอที่ถาม..” ย้อนถามน้ำเสียงแหบพร่าสีหน้าทึ่ง แต่เพียงแค่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นคลี่ยิ้มต่อ “หนึ่งถามแล้ว คุณก็แค่ตอบ” “ใจร้อนจังคนสวย” “ไม่รู้หรือไงว่าจอดรถตรงไหล่ทางน่ะ” “รู้...” เมื่อข้อเสนอถูกยื่นมาและมีการตอบสนอง ใบสัญญาก็มักจะลงตัว เขายิ้มกว้างที่มาพร้อมกับความพึงพอใจ ก่อนจะดึงเบรกมือลง แล้วเหยียบคันเร่งบึ่งรถออกไปทันที “เลือกมาสิว่าจะคอนโดคุณ หรือคอนโดผม” “คุณก็ได้ค่ะ” “อ่า...ด้วยความยินดีครับ” #คอนโดเหนือเมฆ วันหนึ่งเดินตามหลังร่างสูงมาจนถึงหน้าลิฟต์ ก่อนจะเข้าไปในกล่อง พร้อมกับคำถามมากมายในหัวของตัวเอง ก่อนหน้านี้อะไรดลใจถึงได้พาตัวเองมายืนอยู่ตรงนี้ กับความรู้สึกลังเลซึ่งเพียงแค่คิดไปเรื่อยแต่ไม่ได้หาทางแก้ไขมัน ขณะเดียวกันเท้าก็ก้าวไปเรื่อย เดินตามหลังเขาไป จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้าห้อง “ยังเมาอยู่ไหม” เสียงถามมาพร้อมกับเสียงทาบบัตรบนคีย์แท็ก ด้วยความมึนงง เธอจึงทำได้แค่ส่ายหน้าแทนคำตอบ เนื่องจากที่เป็นอยู่คงไม่ใช่แค่มึนเมา แต่ยังมีมึนงงที่มาพร้อมกับความรู้สึกคล้ายวิญญาณถูกเหวี่ยงออกจากร่าง ไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง ที่เธอไม่รู้จัก มีเพียงความตื่นเต้นและบรรยากาศแปลกใหม่รอบตัว นอกนั้นแทบไม่มีอะไรอยู่ในสมองเลย มันทั้งว่างเปล่า และขาวโพลนไปหมด และถ้าจะบอกว่าอาการนี้ที่เป็นอยู่ของเธอ มาจากการถูกล่อลวงโดยหมอเสน่ห์จากเขา เอาเป็นว่าเธอจะเชื่อ “เข้ามาสิ” สมมุตินับว่านี่เป็นครึ่งหนึ่งของการตัดสินใจ ยอมตามเขามาด้วยความจำยอม อีกทั้งได้สิ่งแลกเปลี่ยนคือมีเขาเป็นไม้กันหมา ดุจยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แล้วอีกครึ่งหนึ่งล่ะ..คืออะไรกัน ทำไมเธอถึงยังประหม่า ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังใจกล้า ทำตัวกร้านโลกอยู่เลย หรือว่าเธอชอบ.. “คุณอยู่คนเดียวเหรอคะ” เอาจริงคนที่ขยันทำให้หัวใจเต้นแรงอาจเป็นตัวเธอเองก็ได้ เพราะอย่างตอนนี้ไม่รู้อะไรมาดลใจอีก ถึงได้โพล่งคำถามนี้ออกไปแบบไม่คิดให้ดีก่อน “หืม” ทำเอาร่างสูงที่เดินนำหน้าเข้าไปก่อนถึงกับชะงัก หันมองข้ามไหล่มาย่นคิ้ว “คนเดียวสิ อยู่กับคนอื่นจะพาคุณมาได้ไง” ก็จริงของเขา “ขอโทษที..” หญิงสาวยิ้มเจื่อนเดินเข้าไปอีกหน่อย ก่อนจะกวาดตามองไปทั่วห้อง และตัดสินใจนั่งลงบนโซฟาใกล้ๆ “หิวหรือเปล่า ไม่ค่อยได้มา ไม่รู้มีอะไรกินบ้าง” เหนือเมฆเดินเลยไปโซนห้องครัว ก่อนเปิดไฟส้มเผยให้เห็นเคาน์เตอร์และตู้ติดผนังล้ำสมัย บ่งบอกถึงการจงใจบิวท์อินออกมาให้หรูหรา “ไม่ค่ะ ไม่หิว” “ถ้าอย่างนั้นก็กินน้ำแร่เหมือนผมก็แล้วกัน เป็นสิ่งที่ผมขาดไม่ได้” “คุณไม่ได้อยู่ที่นี่เป็นประจำเหรอคะ” เขาไม่ตอบในทันที แต่เลือกที่จะเดินไปหยิบน้ำมาแทน ขวดหนึ่งเป็นของเขา ส่วนอีกขวดถูกเปิดฝายื่นมาให้เธอ “ที่อยู่จริงๆ เป็นเพนท์เฮาส์ไกลออกไปอีก ตรงนั้นใกล้โรงพยาบาล ไม่ต้องขับรถไกลมาก” เหนือเมฆชะงัก หลังเห็นการกระดกน้ำของเธอสะดุด พร้อมหัวคิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่รู้เรื่องนี้ “ไปโรงบาลบ่อย? คุณป่วยเหรอ” เขาที่กำลังอ้าปากจะบอก ไม่ทันได้ขยับปากเธอก็ชิงถามซะก่อน พร้อมกับการยกน้ำขึ้นดื่มอีกรอบ ทว่าครั้งนี้เกิดการสำลัก “เปล่า ผมเป็นหมอ” “แค่กๆๆ” ใบหน้าเรียบเฉยของเหนือเมฆเกือบเปลี่ยนเป็นหัวเราะร่วนแล้ว กับท่าทางสำลักน้ำของเธอ แต่ทว่ามันไม่ใช่เรื่องตลกที่เขาจะเอามาล้อเล่นได้ “ใจเย็นคุณ” ถึงได้เอื้อมมือไปลูบหลังเบาๆให้ เป็นการปลอบประโลม “จะตกใจอะไรขนาดนั้น” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง หลังน้ำแร่ขวดนั้นถูกเมิน เพราะคนที่ดื่มมันหายใจไม่ทั่วท้อง กว่าจะกลับมาพูดได้ปกติใช้เวลาพอควร “แน่อยู่แล้วว่าต้องตกใจ เพราะไม่รู้ว่าคืนนี้หนึ่งจะต้องนอนกับใคร..” เธอแสร้งทำหน้าตื่นเต้น “ระหว่างนักแข่งหมายเลขสิบเก้า กับนักรบชุดขาวทรงมาเฟีย” เหนือเมฆอึ้งไปพักหนึ่ง ผู้หญิงตรงหน้าช่างร้อยลูกเล่น บางครั้งก็ทำให้เขาหงุดหงิด และบางครั้งก็ทำให้เขาสนุก แน่นอนตอนนี้เขาสนุกมาก เธอกำลังทำให้วันแห่งชัยชนะของเขามีความหมาย ทั้งที่ปกติแค่ดื่มฉลองอยู่ที่สนามไม่ก็คลับ “ตื่นเต้นอะไรกัน” เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเธอ วางน้ำในมือลงตรงกลางโต๊ะ พลางโน้มหน้าเข้าไปใกล้ “ไม่ว่าจะใครก็ช่าง ต่างพาคุณไปถึงสวรรค์ได้ทั้งนั้นแหละ” ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นจังหวะเห็นพวงแก้มเนียนใสเปลี่ยนสี แววตาทะเล้นหายไปในพริบตา เห็นเพียงความไหววูบก่อนจะถูกหลบซ่อนด้วยการหันเบือน ถึงได้รู้ว่าร่างเล็กกำลังเขิน และเพราะเป็นแบบนั้น เขาถึงได้ยื่นก้านนิ้วแกร่งสอดเข้าไปใต้คางเธอ ก่อนออกแรงให้เธอหันกลับมา “ว่าไง ทำไมถึงเงียบไป ถุงยางวันนี้ซื้อกล่องใหม่มาแล้วนะ” “บะ บ้า!” เขายอมรับว่าลักษณะท่าทางนี้ของเธอมีเสน่ห์ มันไม่ได้ดึงดูดแค่เขา ทว่าก่อนหน้านี้ที่ได้เจอ ยิ่งใกล้ชิด กลับพบว่าตอนไม่เมา..ก็ด้วย “คุณไปอาบน้ำก่อน จะได้เริ่มกัน” สำหรับวันหนึ่ง บอกตามตรงทั้งหน้าและบุคลิกของเหนือเมฆ หากไม่ได้รู้จักกัน มองเผินๆแทบดูไม่ออกเลยว่าเขาจะเป็นคนหมกมุ่นเรื่องนี้ และยิ่งเธอเพิ่งมารู้ว่าเขาเป็นหมอ ก็ยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่ เพราะภาพในอุดมคติของเธอไม่ใช่แบบนี้ “ให้ไปอาบน้ำเหรอ?” “ทำไมล่ะ กลัวน้ำหรือไง” “อะไรกัน ไม่ใช่หมานะ” เหนือเมฆหลุดหัวเราะ “พูดเองนะ ผมเปล่า” หน้าที่ใกล้มากซะจนเห็นถึงรูขุมขนเบียดเอี๊ยดที่มันทั้งเนียนนุ่มและกระชับราวกับเด็กทารก ถึงกับทำให้เธอลอบกลืนน้ำลาย “ผมชอบกลิ่นวนิลา ในห้องน้ำมีสบู่เหลวกลิ่นนี้ คุณใช้มันนะ” “ของคุณเหรอ?” “ของผมสิ จะของใคร ทำไม..รังเกียจเหรอ” “เปล่า หนึ่งแค่ถาม เผื่อหลุด” เขาหัวเราะอีกครั้ง “ก็บอกว่าอยู่คนเดียว นี่ไม่เชื่อกันเลย?” “พิสูจน์สิ” “ได้..ถ้าอย่างนั้น อาบด้วยกัน” ในขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงที่เรียบราวกับคนสนิทกันมานานอยู่นั้น เหมือนต่างฝ่ายต่างไม่รู้ตัวว่าจมูกของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ มิหนำซ้ำยังหายใจลดกันเอง จนตอนนี้ไม่รู้แล้วว่ากำลังเมากลิ่นอะไร แอลกอฮอล์ กลิ่นน้ำหอม หรือความใคร่ “อาบน้ำตอนนี้ ถ้าฉันสร่างเมามัน..” เธอดึงหน้าออกไปเล็กน้อย เพื่อมองหน้าเขาให้ชัด กลายเป็นว่าเปิดโอกาสให้สบตากัน “จะมีสติมากกว่านี้นะ” หลุบตาต่ำตอนเขาฉีกยิ้ม เห็นฟันเรียงสวยและความทะเล้นที่แพรวพราวไปด้วยเสน่ห์ น่าแปลกที่ความเจ้าชู้ของเขาทำให้เธอชอบ และแน่นอนว่าเหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้น เธอตั้งใจให้มันเป็น ชนวนเหตุเพราะตัวเขา ไม่ใช่หลุมพรางแต่อย่างใด “นั่นแหละที่ผมต้องการ..” จบประโยคนั้นกลีบปากอวบนุ่มน่าสัมผัสถูกขบด้วยฟันคม ดึงออกจนยืดรู้สึกเจ็บแต่กลับถูกปลอบประโลมด้วยการปล่อยและสัมผัสลงมาใหม่ บดขยี้อย่างเนิบนาบจนเธอรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว ไม่แปลกที่เธอจะจูบตอบ และเผยอปากออกให้เล็กน้อยเพื่อที่เขาจะจูบสะดวกยิ่งขึ้น จนต้องดุนลิ้นเข้ามา จูบซับสลับปล่อยให้ดูดดื่ม จนเกิดเสียงเฉอะแฉะ และความวาบหวามประหนึ่งว่าเธอมีปีกกำลังบินได้ ซึ่งเป็นความจริงไม่ใช่จินตนาการ เท้าเธอลอยผลจากการถูกอุ้มโดยเขา ในท่ากระเตงอุ้มเด็ก ก่อนพาเดินไปยังห้องน้ำทั้งที่ริมฝีปากยังบดขยี้กันอยู่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD