บทที่ 6 ทำคุณบูชาโทษ

2085 Words
“ทำร้ายผู้หญิง ไม่ดีหรอกนะพี่ชาย” “แล้วมึงมาเสือกอะไรด้วยวะไอ้หน้าอ่อน” เซนต์เลิกคิ้วสูงแสดงท่าทางไม่สบอารมณ์ พลางหันไปทางอีกคนที่ตอนนี้ลดแขนกำบังนั้นลงแล้ว “หรือว่ามันเป็นผัวมึงอีกคนฮะอีหนึ่ง” “หยุดปากหมาสักทีได้ไหมพี่เซนต์ ผัวอะไรของมึง” ตอนนี้ความตกใจของวันหนึ่งหายไปปลิดทิ้ง เหลือแต่ความอับอายแทนหลังลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าคนที่ตะโกนห้ามไม่ให้หมวกกันน็อคกระแทกหน้าอย่างทันท่วงทีเมื่อครู่นี้คือเขา และเดินตรงมาอย่างไม่ลังเล โดยความอับอายของเธอมีมากถึงขนาดหลุดตวาดคำหยาบโลนใส่หน้าแฟนเก่า ทว่าหญิงสาวคงไม่รู้ว่าประโยคนั้นพาเหนือเมฆชะงักตามไปด้วย เนื่องจากอันที่จริงมันก็เกือบจะใช่แล้วนั่นแหละ เพียงแต่ตอนนั้นมีคนมาขัดจังหวะซะก่อน “ไม่ใช่ผัวก็แสดงว่า..ตั้งใจมาเสือก” “อ่า..” ร่างสูงมองหน้าคู่กรณีที่เดาว่าน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขา ไม่ก็อายุมากกว่าสักเล็กน้อย พลางยกยิ้ม “โตๆกันแล้ว คุยกันดีๆสิพี่” “แล้วมึงมาเสือกอะไรด้วย” “ผมก็ไม่อยากเสือก แต่ที่นี่มันเป็นที่สาธารณะ บังเอิญเป็นคนดี เมินไม่เป็น” “งั้นเรอะ...” เซนต์พยักหน้า ก่อนแค่นหัวเราะ “ถ้าอย่างนั้นมึงจะทำไง ไหนว่ามาสิ ไอ้คนดีของสังคม” เหนือเมฆหรี่ตามองร่างเล็กที่เอาแต่ยืนนิ่ง ราวกับถูกดูดเข้าไปในโลกคู่ขนาน มีเพียงดวงตาขยายโต กับร่างกายเหมือนไร้วิญญาณ ก่อนจะขมวดคิ้วหันกลับมาหาอีกคน “ผมจะไปทำไรได้ พวกคุณเป็นคู่รักกันนี่ครับ เป็นไปได้ก็แค่อยากให้..” “เปล่านะ ไม่ใช่!” แต่ จู่ๆเหมือนดวงจิตจะกลับเข้าร่างทันควัน เพื่อทักท้วงสิ่งนี้ที่เหนือเมฆเข้าใจผิด เขาชะงักหันไปมองเธอใหม่ “ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเขานะ เราเลิกกันแล้ว” จากนั้นก็เลิกคิ้วสูง สีหน้าตึงเครียดเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่มทันที “อ๋า...ถ้างั้นก็แสดงว่า พี่กำลังคุกคามเธอ ทำแบบนี้เหมือนผิดกฎหมายข้อไหนสักข้อนะครับ ว่าไหม?” เซนต์เริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมาแล้วจริงๆ แต่ท่าทางเดือดดาลนั้นกลับทำให้ใบหน้าทีเล่นทีจริงก่อนหน้าของเหนือเมฆหายไปด้วย และเปลี่ยนเป็นดุดัน เอาจริงขึ้นมาแทน เขายืดอกมือที่เท้าเอวสอบราวกำลังเตือนว่าอยากเจ็บตัวก็ให้ลองดู และแน่นอนคนที่ไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร ก็เข้ามาผลักอกเขา ร่างสูงถอยร่นไปตามแรงผลักสองสามก้าว ดึงสติให้ร่างเล็กที่มองอยู่ขึงตากว้าง กวาดตามองไปทั่ว เมื่อสัญชาตญาณกำลังบอกว่าตรงนี้อีกเดี๋ยวจะเกิดเรื่อง จึงมองหาตัวช่วยตามสัญชาตญาณทันที “กล้าผลักกูเหรอวะ” พลเมืองดีก่อนหน้านี้ท่าทางเปลี่ยนไป เขาไม่สนเหตุผลเอาตัวเองเข้ามาแส่หวังช่วยผู้หญิงก่อนหน้าแล้ว แต่กำลังโมโหที่ถูกชายแปลกหน้าพาลกันด้วยการผลักแทน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด ไม่ชอบให้ใครมาถูกเนื้อต้องตัว หากเขาไม่อนุญาต ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้นจะถือว่าถูกคุมคามทั้งหมด และต่อไปนี้คือการป้องกันตัว! “คิดจะเสือก ก็ต้องเจ็บตัวกันหน่อยไม่ใช่รึไง” เซนต์เลิกคิ้ว เหนือเมฆแสะยิ้มก่อนถลกแขนเสื้อเชิ้ต จากนั้นจึงกระโจนเข้าไปเต็มตัว แน่นอนว่าจังหวะชุลมุนนี้ วันหนึ่งที่ยืนอยู่ถึงกับทำตัวไม่ถูก เซนต์โดนอีกคนเหวี่ยงหมัดใส่ไม่ยั้ง แถมรู้จักหลบหลีก ท่าทางของเขาเป็นมวยกว่า ทว่าแม้จะรู้แล้วว่าคนที่มาช่วยมีเค้าโครงเป็นฝ่ายชนะ เธอก็ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บตัวอยู่ดี จึงตัดสินใจเอาตัวเข้าไปห้าม เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเลยสักคน เอาแต่ยืนมอง บ้างก็ถ่ายคลิป และท่าทางของเซนต์จะไม่ไหวอยู่แล้ว “หยุดกันได้แล้ว!” น่าแปลกที่เธอหันหลังให้เหนือเมฆ เลือกที่จะประจันหน้ากับแฟนเก่า“พอแล้วพี่เซนต์!” ภาพนั้นจึงกลายเป็นว่าเธอกำลังปกป้องผู้ชายอีกคน ไม่ใช่แฟนเก่าที่เพิ่งจะเปลี่ยนสถานะเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซ่า.. เสียงฝนกระหน่ำตกลงมาระหว่างนั้น ราวกับสวรรค์ช่วย โชคดีที่เธอไม่ต้องยุ่งวุ่นวายมาก และไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้จะแก้ไขยังไงเหมือนกัน พอฝนตกก็เหมือนโล่งใจไปที แต่ดูท่าเซนต์เหมือนไม่ยอมไปง่ายๆ และอีกคนโกรธจัดจนคุมสติไม่อยู่ แถมไม่คิดจะออมมือให้อีกคนเช่นกัน ทว่าพอน้ำฝนปะทะโดนผิวหนัง ความร้อนที่วิ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือดและสูบฉีดก็ถูกทำลายทิ้ง มาช่วยให้เย็นลง คล้ายเหล็กหนาถูกไฟรนจนแดงฉาน ก่อนถูกฉีดด้วยน้ำจนควันจากความร้อนพวยพุ่ง “ระวังตัวไว้เถอะมึง” เซนต์เป็นฝ่ายหยุดก่อน เขาชี้หน้าเหนือเมฆ และลามมายังเธอ “มึงด้วยอีหนึ่ง กูไม่ปล่อยมึงไปง่ายๆหรอก” เมื่อเหตุการณ์จบลง ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว แม้แต่คนที่มองอยู่ก่อนหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็พากันขึ้นรถ บ้างก็หลบฝนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ เหลือเพียงเขาและเธอสองคนที่ยังยืนนิ่งกันอยู่ เพราะทำอะไรไม่ถูกแถมอารมณ์คุกรุ่น กว่าจะได้สติก็ตอนเปียกโชกไม่เหลือพื้นที่แห้ง เป็นร่างสูงที่ตวัดสายตามองเธอ พลางเสยผมปรกหน้าขึ้นไปลวกๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่รถ โดยไม่พูดกับเธอสักคำ หญิงสาวมองตาม ความอับอายและประหม่าทำให้เธอต้องกำชายเสื้อตัวเองแน่น พร้อมกลีบปากอวบอิ่มเม้มสนิท เมื่อตั้งสติได้ก็ยกเท้าที่หนักอึ้งถอยหลังไปยืนใต้ชายคา เพื่อหลบฝนซึ่งกระหน่ำเทลงไม่หยุด แถมตกหนักซะจนชายคาที่เธอใช้เป็นที่พึ่งพิงชั่วคราว ก็ไม่สามารถบดบังละอองฝนถูกพัดพาเข้ามาด้วยกระแสลมได้ เธอยืนกอดตัวเองตัวสั่นเทิ้ม มองรถคันหรูที่กำลังถอยออกจากซอง พวงมาลัยหักล้อเตรียมจะเดินหน้า ทว่ากลับหยุดกึกก่อนได้ยินเสียงดึงเบรกมือ ตามด้วยประตูฝั่งคนขับถูกเปิดออกและปิดกลับไปอย่างรวดเร็ว ก่อนร่างสูงจะเดินเร็วตรงมาหาเธออย่างไม่ทราบสาเหตุ “ขึ้นรถ” วันหนึ่งมองเขาตาไม่กะพริบ เธอกำลังงงว่าเขาพูดอะไร เนื่องจากฝนตกหนักใส่หลังคากระเบื้อง ที่เธอยืนอยู่ข้างใต้ทำให้ไม่ได้ยิน “บอกให้ขึ้นรถ จะไปส่ง” รู้ตัวอีกทีก็ตอนข้อมือข้างหนึ่งถูกเขาถือวิสาสะกระชากฉุด และออกแรงดึงจนร่างเล็กปลิวไปตามแรง “เดี๋ยวคุณ” บรรยากาศภายในรถ กับความเย็นยะเยือกถึงขนาดฟันล่างและบนกระทบกันดังกึดๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมน้ำหอมกลิ่นเดิมคลุกเคล้ากับกลิ่นบุหรี่อีกทีทำหญิงสาวฟุ้งซ่าน ถึงขนาดต้องเบือนหน้าไปทางอื่น เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า ต่างจากคนขับที่เอาแต่นั่งเงียบเมื่อรับรู้เส้นทาง หลังจากเธอบอกแล้ว “เดี๋ยวพอถึงป้ายสีเขียวขวามือ คุณจอดนะคะ หนึ่งจะเดินเข้าไปเอง” แต่หากจำเป็นต้องพูด เธอจะเอาแต่นั่งเงียบไม่ได้ สาวเจ้าเม้มแน่นเมื่อการพูดของเธอไม่ได้แปรเปลี่ยนอะไรคนฟัง แม้แต่สีหน้าที่เรียบสนิทก็ยังเหมือนเดิม ราวกับเธอไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ กับคำสั้นๆที่ตอบแทนความเข้าใจออกมา “อืม” เอาแต่มองทางข้างหน้า จนกระทั่งถึงที่หมาย “นี่เหรอ?” “ค่ะ จอดได้เลยค่ะ” เขาจอดเทียบหน้าปากซอยตามป้ายสีเขียวที่เธอบอก พลางมองแพ่งเข้าไปข้างใน เมื่อเห็นว่ามันค่อนข้างมืดและลึกจึงเลิกคิ้วสูง “มืดนะ ใช่ทางไปคอนโดเหรอ” “มันเป็นทางลัดน่ะค่ะ” วันหนึ่งปลดเข็มขัดนิรภัย ละสายตาจากสิ่งนั้นขึ้นมองใบหน้าเจ้าของเส้นผมที่เคยเปียกชุ่มเปลี่ยนเป็นหมาดผลของการโดนลมแอร์ขณะขับรถ “ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยหนึ่ง และอุตส่าห์มาส่ง.. ว่าแต่เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าคะ” “เปล่า” อีกฝ่ายตอบทันทีโดยไม่คิด แม้จะยังค้างคาเรื่องซอยมืดที่เธออ้างว่ามันคือทางลัด ทว่ากลับเลือกที่จะไม่ถามต่อ เพราะคิดว่าจบเรื่องนี้ไปคงไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันอีก แต่พอเห็นหน้าเธอ มองเข้าไปในตาลึก เขาก็อดที่จะพูดบางอย่างไม่ได้ “ถ้างั้นฉันไปแล้วนะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ” “เดี๋ยว” “คะ?” เธอหันกลับมา กลายเป็นคนยื้อที่เงียบกริบ เขามองเธอนิ่งแต่สายตาข้างในระคนความสงสัยซ่อนอยู่ที่อยากให้เธอไขข้อข้องใจ ทว่าเพียงแค่สบตาบทที่จะพูดกลับอันตรธานหายไปในทันที จนเธอต้องเป็นฝ่ายท้วง เนื่องจากนั่งอยู่ตรงนี้ร่างกายของเธอยิ่งหนาวเหน็บ “มีอะไรหรือเปล่าคะ” “ตอนที่ผมกับคุณ..เอ่อ คืนนั้นที่คลับ” ดูจากการเกาสันจมูก คำถามที่เขาอยากรู้เหมือนยากจนเกินไป “ทำไมเหรอ” เธอจึงช่วยให้มันง่ายขึ้น “จะถามอะไรฉัน” “ตอนนั้นคุณมีผัวอยู่แล้วใช่ไหม” เป็นประโยคคำถามที่ทำคนฟังหน้าชาไม่น้อย วันหนึ่งเอียงหน้าร้องฮะ จากนั้นก็คลี่ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ฝืนทนสุดๆ “แล้วคุณล่ะ มีเมียอยู่แล้วใช่ไหม” “ผมถามคุณก่อน” เสียงลมหายใจพ่นออกมาอย่างแรงจากเธอ คนตัวเล็กที่กำลังจ้องหน้าเขาเขม็ง แก้มเนียนใสเปลี่ยนสีเป็นแดงระเรื่อ พลางกระแทกเสียง กัดฟัน “ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ถึงตอนนั้นมีอะไรกันจริงๆ คุณก็ไม่ใช่ชู้หรอก” เตรียมจะผลักประตูออกไปอีกครั้ง “เดี๋ยว” “อะไรอีก” “เรื่องน้องชายผมที่เขาตามจีบคุณ.. คุณหยุดยุ่งกับเขาได้ไหม” เห็นได้ชัดว่าดวงตาคู่สวยนั้นขยายกว้างเพียงแค่ได้ยินคำถามนั้นออกมา จากปากของคนที่เธอเพิ่งจะซาบซึ้งและกล่าวคำขอบคุณไปหมาดๆ พลันหัวคิ้วเธอหย่อนเข้าหากันอย่างฉุนกึก “ยังไงนะ” เอียงคอถามใหม่อีกครั้งด้วยสีหน้าหาเรื่อง “ขออีกทีค่ะ เมื่อกี้ไม่ทันฟัง” “ช่างมันเถอะ” เขารู้ว่าเธอได้ยินตั้งแต่แรก และชัดทุกถ้อยทุกคำ จึงเกิดความหงุดหงิดที่เธอยังจะมาถามซ้ำอีก “ลงไปได้แล้ว” ดวงตาคู่หวานขึงกว้างอีกครั้งเมื่อจู่ๆ เขาออกปากไล่ เปลี่ยนอารมณ์แบบฉับพลัน จนเธอที่ยังนั่งงงอยู่ไม่ทันตั้งตัว และฉุกกึกหนักกว่าเดิม “เรื่องนั้นฉันแนะนำให้คุณไปบอกน้องชายของคุณจะดีกว่านะ” ปึง! เสียงเปิดและปิดประตูรุนแรงตามความรู้สึกขุ่นเคือง เหนือเมฆยกยิ้มทิ้งท้ายให้กับสายตาอาฆาตของคนตัวเล็กที่ตวัดจ้องมองผ่านแสงไฟกันชนหน้าและกระจกรถจังหวะเดินอ้อมมาทางฝั่งเขา จากนั้นจึงจะก้าวเร็วหายเข้าไปในซอย ที่เธออ้างว่ามันเป็นทางลัด ทั้งที่เขารู้จักว่ามันคือที่ไหน ส่วนใหญ่แมนชั่นแถวนี้จะเป็นนักศึกษามากกว่าที่เข้าพัก เนื่องจากมันใกล้กับมหาลัย จนนานไปกลายเป็นหอพักนักศึกษามากกว่าคนทั่วไป เมื่อหลายปีก่อนสมัยเขายังเรียนอยู่ น้องรหัสเขาก็พักอยู่แถวนี้ เขามารับมาส่งเธอเป็นประจำ เหนือเมฆส่ายหน้าขำทิ้งท้ายให้กับความปลิ้นปล้อนของเธอ ก่อนจะถอยรถออกไปอย่างอารมณ์ขุ่นมัว เจ็บใจทั้งเธอ เจ็บใจทั้งคนของเธอ ยิ่งชุดเปียกจนรู้สึกไม่สบายตัวด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิด “เวรเอ๊ย มึงเป็นคนดีตั้งแต่เมื่อไหร่กันไอ้เหนือ” ถึงขนาดต้องก่นด่าตัวเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD