“ถึงภาจะจนแต่ก็ไม่เคยคิดทำอะไรแบบนั้น ถ้าคุณคิมได้ยินตอนที่ป้าคุยกับภา คุณคิมก็คงได้ยินแล้วว่าภาปฏิเสธป้าไป ไม่ได้ตอบรับในสิ่งที่ป้าเสนอสักหน่อย ที่ภาตกลงเพราะมันเป็นคำขอสุดท้ายของปู่ภาก่อนตาย และคุณปู่พฤกษ์ท่านก็ขอร้อง ภาแค่อยากตอบแทนบุญคุณของคุณปู่พฤกษ์ที่ให้ชีวิตใหม่กับภาก็เท่านั้นเอง”
“ช่างเป็นข้ออ้างที่ทำให้ตัวเองดูสูงส่งเป็นคนดีเสียเหลือเกินนะ เธอยอมตกลงเพราะเป็นคนกตัญญูรู้คุณ พอฉันไม่ตกลงทำตามคำขอของคุณปู่บ้าง ฉันก็กลายเป็นคนเนรคุณขึ้นมาทันตาอย่างนั้นสิ”
“ปฏิเสธในวันนั้นแล้วไปแอบตกลงทีหลังก็ได้นี่ ไม่อย่างนั้นอยู่ๆ คุณปู่จะมาพูดเรื่องแต่งงานนี่ทำไม”
“ไอ้คิม แกกำลังใส่ร้ายหนูภาอยู่นะ พูดแบบนี้มันเกินไป” ชายชราลุกออกมาจากเก้าอี้โยกตัวโปรด แล้วเดินตรงมายังคนทั้งสอง
“ไม่เกินไปหรอกครับ ผมไม่ได้ใส่ร้ายใครด้วย เธอเพิ่งคุยกับป้าไปเมื่อเดือนก่อน พอมาเดือนนี้คุณปู่ก็มาพูดเรื่องแต่งงานกับผมทั้งที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเอ่ยถึง แล้วแบบนี้จะให้ผมคิดยังไงได้”
“ปู่ยืนยันได้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความต้องการของหนูภา แต่ว่าเป็นความต้องการของปู่กับไอ้อ่ำเพื่อนรักของปู่จริงๆ คิมทำเพื่อปู่จะได้ไหม”
ชายหนุ่มมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววเคืองขุ่น
“เธอไปกรอกหูคุณปู่ฉันยังไงท่านถึงได้เป็นไปขนาดนี้” ก่อนจะยืนยันกับปู่ของเขาอีกครั้ง
“จะไม่มีการแต่งงานที่ผมไม่เต็มใจเกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับคุณปู่”
ชายชรายกมือขึ้นกุมหัวใจก่อนที่ร่างกายจะทรุดฮวบลงไปบนพื้น
“คุณปู่!” คิมหันต์รีบก้าวเข้าไปประคองคุณปู่เอาไว้อย่างตกใจ ในขณะที่รวีรัมภาก็เข้าไปช่วยเช่นกัน
“คุณปู่เป็นอะไรไปคะ” เธอถามอย่างร้อนรน
“ปู่ไม่เป็นไรหรอกหนูภา แค่โรคคนแก่ธรรมดา”
“จะไม่เป็นไรได้ยังไงครับ หลังจากทำบอลลูนที่หัวใจแล้วผมก็ไม่เคยเห็นคุณปู่มีอาการแบบนี้อีกเลย ผมว่านี่มันไม่ธรรมดาแล้ว”
“ก็แค่โรคประจำตัวปู่ล่ะน่า นานเข้ามันก็กำเริบขึ้นมาได้ แกยังไม่ชินอีกเหรอ เดี๋ยวปู่พักสักหน่อยก็คงหาย”
“แน่นหน้าอกขนาดนี้ ผมว่าไปโรงพยาบาลดีกว่านะครับคุณปู่”
นั่นไม่ใช่การแสดงความเห็นแต่เป็นประโยคที่พูดแล้วต้องรีบทำทันที คิมหันต์พาคุณปู่ของเขาไปยังโรงพยาบาลประจำที่ท่านรักษาอยู่
หลังจากที่คุณหมอตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดแล้ว จึงลงความเห็นว่าให้รักษาโดยการผ่าตัดบายพาสเส้นเลือดหัวใจ เพราะเส้นเลือดที่ใส่บอลลูนเอาไว้เริ่มเสื่อมสภาพแล้ว แถมยังพบเส้นเลือดอีกสองเส้นที่มีไขมันอุดตันมากขึ้นจนถึงระดับที่ต้องได้รับการแก้ไข
เมื่อแพทย์ลงความเห็นเช่นนั้นคุณปู่จึงต้องแอดมิดเพื่อเตรียมตัวผ่าตัดที่โรงพยาบาล
“ตาคิม มาใกล้ๆ ปู่ซิ” คุณพฤกษ์เรียกหลานชายเข้าไปหาที่เตียง ก่อนจะหันไปทางหญิงสาว “หนูภาก็ด้วย”
เจ้าของชื่อทั้งสองรีบเดินเข้าไปหาผู้ใหญ่ที่เคารพอย่างห่วงใย
“ก่อนที่ปู่จะผ่าตัด ปู่ขออะไรเราทั้งสองคนก่อนได้ไหม”
“อะไรครับ” เป็นคิมหันต์ที่ถามทั้งๆ ที่ก็พอจะรู้อยู่ว่าคุณปู่คงพูดเรื่องนั้นต่อ
“ถ้าเรื่องแต่งงานมันลำบากใจเกินไป อย่างนั้นปู่ขอให้แกกับหนูภาหมั้นกันไว้ก่อนได้ไหม”
“ว่าแล้วเชียว” หลานชายส่ายหน้าเล็กน้อย
“หนูภาจะว่ายังไงลูก หมั้นกับตาคิมได้ไหม” คนป่วยเอ่ยถามหญิงสาวที่เขารักเหมือนหลานสาวแท้ๆ ก่อน
“ภาแล้วแต่คุณปู่ค่ะ คุณปู่อยากให้ภาทำอะไรภาก็จะทำ แต่คุณปู่ต้องหายไวๆ นะคะ” มือบางกุมมือเหี่ยวย่นไว้แน่น
ที่เธอไม่คัดค้านแต่แรกเพราะรู้อยู่แล้วว่าคุณปู่มักมีอาการกำเริบหากท่านกังวลใจหรือมีเรื่องอะไรที่บีบคั้นความรู้สึก
สิ่งใดที่ทำเพื่อผู้มีพระคุณได้เธอไม่คิดจะปฏิเสธสักนิด ในเมื่อโชคชะตาเคยพรากทั้งพ่อและแม่ รวมถึงปู่ที่เธอรักไปโดยที่เธอยังไม่มีโอกาสได้ทำอะไรเพื่อตอบแทนพวกท่านเลย
ดังนั้นเธอจะไม่ให้มันเกิดขึ้นกับคุณปู่พฤกษ์คนที่เธอรักและเคารพที่สุดในชีวิตที่ยังเหลืออยู่อีก เพียงคุณปู่เอ่ยปาก เธอก็พร้อมจะตอบแทนท่านอย่างเต็มความสามรถ
และที่สำคัญที่เธอไม่ปฏิเสธเพราะแอบมีใจให้คุณคิมหันต์มาโดยตลอด แม้อีกฝ่ายจะไม่เคยรู้และมองเธอในแง่ร้ายก็ตามที
“ปู่ขอบใจหนูภามากนะลูก” กล่าวกับหญิงสาวแล้วจึงหันไปทางหลานชายอีกครั้ง
“แล้วแกล่ะ ตาคิม”
“ผม...” คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่น ถ้าคุณปู่ไม่มีอาการกำเริบถึงกับต้องผ่าตัดเขาคงยืนยันคำตอบเดิม แต่ในเมื่อคุณหมอแนะนำให้ดูแลสภาพจิตใจคุณปู่ให้มากขึ้นเพราะโรคนี้ และผู้ป่วยไม่ควรเครียด วิตกกังวลรวมถึงมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ
นั่นทำให้เขาต้องไตร่ตรองดีๆ กับคำตอบในครั้งนี้
“ลองใช้โอกาสนี้ศึกษาดูใจกันไปก่อน หนูภาเป็นคนดี ไม่ได้ทำแบบที่ป้าของเธอเสนอหรอก ที่ปู่เพิ่งมาพูดเรื่องนี้เพราะตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะรอให้หนูภาเรียนจบมหาวิทยาลัยก่อนถึงจะคุยกับแก มันเป็นความตั้งใจของปู่แต่แรก ไม่มีใครมายุยงทั้งนั้น ถ้าเกิดว่าคบหากันแล้วมันไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยมาบอกปู่”
ชายชรามองหน้าหลานชายด้วยสายตาเว้าวอน
“ถือว่าปู่ขอร้องเถอะนะตาคิม ได้ไหม...”
“ในเมื่อคุณปู่ถึงกับขอร้องแบบนี้ถ้าผมปฏิเสธก็คงดูเลวเกินไป เอาเถอะครับ คุณปู่อยากให้หมั้นผมก็จะหมั้น”
และต่อจากนั้นไม่กี่เดือน หลังจากคุณปู่ผ่าตัดรักษาโรคหัวใจจนอาการดีขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว งานหมั้นที่ท่านอยากให้เกิดก็ได้ถูกจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ
“ค่าสินสอดทองหมั้นฟันกันไปตั้งหลายล้าน ทำทีพูดว่าไม่หวังอะไร แต่สุดท้ายดอดไปคุยกับเจ้าหนี้เอาไว้ดิบดีว่าจะเอาเงินไปให้ สมใจเธอกับป้าแล้วสินะ แต่ก่อนฉันก็อุตส่าห์สงสารเห็นใจ ที่ไหนได้ สุดท้ายยิ่งกว่าสิบแปดมงกุฎ” ในขณะที่สวมแหวนหมั้นยังไม่แคล้วที่เขาจะกระซิบว่าร้ายคู่หมั้นสาวจนหน้าเสีย
รวีรัมภาไม่เคยคิดเลยว่าทุกอย่างมันจะเป็นเช่นนี้ ที่เขาพูดมาไม่ผิดแม้แต่น้อย ป้าเอาบ้านไปเข้าธนาคารไว้และบอกว่าจะไปไถ่ออกมาเมื่อได้เงินก้อนนี้จริง ทุกสิ่งทุกอย่างมันเอื้อกันจนเธอเถียงเขาไม่ได้ ไม่แปลกที่เขาจะมองเธอในแง่ร้ายแบบนั้น
ทั้งที่แต่ก่อนความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาดีมากๆ ราวกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกันด้วยซ้ำ บรรยากาศแบบนั้นมันคงไม่มีทางจะหวนกลับมาอีกแล้วสินะ