หลายวันต่อมา.........
ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้นฉันก็ไม่ค่อยได้เจอพี่ธามเลยแถมเขาก็ยังไม่กลับมาที่ห้องด้วยซ้ำไม่รู้ว่าไปนอนที่ไหน แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไร เขาจะไปนอนที่ไหนกับใครก็เรื่องของเขา ...เหอะ!! หงุดหงิด บ้าจริง!!... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรื่องของเขามันกวนใจไม่น้อย ถึงจะบอกว่าไม่สนใจแต่มันก็มีบ้างที่แอบคิดว่าเขาไปค้างกับพี่ลูกหว้าหรือเปล่าเพราะนึกถึงเรื่องรูปนั้นในไอจีของพี่ลูกหว้าในใจมันก็พลานสั่นไหวแปลกๆ
“อายตา .... อาย.... ยัยอายตา!!!!” เสียงตะโกนของแตงกวาที่ดังอยู่ข้างหูปลุกฉันให้ตื่นจากความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง
“หูกรูจะแตกแล้วแตงกวา!!” ฉันหันไปด่ามันหนึ่งกรุบ
“ก็เรียกตั้งนานเหม่ออะไรวะ? ช่วงนี้ดูเมิงเหม่อลอยแปลกๆ นะ” มันเอียงคอมองหน้าฉันเหมือนรอคำตอบ
“ก็ปกตินี่หว่า คิดมากเมิงอ่ะ” ตอบมันไปพร้อมกับก้มหน้าลงไปสนใจกับหนังสือเรียนต่อ
วันนี้พวกเรามีเรียนกันแค่ช่วงเช้าเลิกเรียนแล้วก็ยังไม่กลับบ้านก็เลยพากันมานั่งปั่นงานอยู่ที่โต๊ะใต้ต้นไม้ทางเดินเชื่อมระหว่างตึกคณะบริหารฯ กับคณะวิศวะฯ
“พักนี้ไม่เห็นพี่ธามมารับเมิงเลยพี่เขาไปไหนวะ?” น้ำหวานที่ก้มหน้าก้มตาปั่นงานอยู่เอ่ยถามฉัน
“กรูไม่ใช่เด็กที่ต้องรอให้พ่อมารับกลับบ้านนะ!”
พูดถึงพี่ธามแล้วก็หงุดหงิดขึ้นมา หลายวันที่ผ่านมานี้ฉันกลับบ้านเองทุกวันเลยปกติเขาจะมารับหลังเลิกเรียนแต่ช่วงนี้ไม่รู้หายหัวไปไหนได้แต่ไลน์มาถามว่า อยู่ไหน? ทำอะไรอยู่? แล้วก็บอกให้กลับบ้านเองด้วย ... ฮึ้ยยย!!... ความคิดในหัวมันตีกันยุ่งเหยิงไปหมด รู้สึกหงุดหงิดกับตัวเองที่จัดการกับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้
ตึก!!!!
ขณะที่ฉันกำลังหงุดหงิดกับตัวเองจู่ๆ ก็มีน้ำแดงแก้วใหญ่ถูกวางลงตรงหน้า ฉันรีบเงยหน้ามองคนที่เอามาวาง
พี่ธามยืนหน้านิ่งส่งยิ้มกวนสไตล์เขามาให้พลางดูดน้ำแดงอีกแก้วที่ตัวเองถืออยู่ในมือพร้อมกับเพื่อนๆ ของพี่เขาที่เดินตามหลังมา
“อะไรคะ?” ฉันมองแก้วน้ำแดงสลับกับมองหน้าเขาไปด้วย นี่คือการเจอกันครั้งแรกของเราในรอบหลายวันที่ผ่านมา
“ซื้อผิด! ตอนแรกกะว่าจะให้หมากินแต่แถวนี้ไม่มีซักตัวก็เลยเอามาให้เธอ....เสียดายของ” ดูเอาเถอะค่ะว่าความปากหมาของเขามันระดับไหน
“งั้นก็เอาไปให้หมาหน้ามหาลัยเถอะค่ะ!” ฉันมองค้อนเขาไปทีนึง คนอะไรเจอหน้าก็กวนประสาทกันเลย เอาจริงๆ พอเห็นหน้าเขาฉันก็รู้สึกดีใจนะ ก็ไม่ได้เห็นหน้ามาเกือบอาทิตย์แล้วนี่นา
“มึงนี่ปากหมาได้ตลอดเลยนะซื้อมาให้น้องก็บอกเขาไปดีๆ “ พี่คิมหันต์พูดพลางยกยิ้มมุมปากก่อนจะยื่นแก้วน้ำอีกสองแก้วไปให้ยัยน้ำหวานกับแตงกวา
“นี่ครับสมูตตี้ผลไม้สำหรับสองสาว” พี่คิมหันต์พูดแล้วส่งยิ้มหวานละมุนให้ทั้งสองคนทำเอาเพื่อนของฉันฉีกยิ้มกว้างเลย ฉันเองยังแอบเคลิ้มไปกับรอยยิ้มของเขา ...ก็ฉันแพ้ผู้ชายอบอุ่นนี่นา...
“ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณค่ะ” แตงกวากับน้ำหวานประสานเสียงกันขอบคุณพี่คิมหัต์พร้อมรอยยิ้มหวาน
“ทำไมพี่ไม่ซื้อสมูตตี้มาให้อายบ้างอ่ะ” ฉันหันไปมองพี่ธามที่ยืนดูดน้ำแดงอยู่ใกล้ๆ
“อยากกินก็ไปซื้อเอง เรื่องมากก็ไม่ต้องแดก!!” ว่าพลางส่งสายตาดุมาให้ฉันพร้อมกับยื่นมือมาทำท่าจะหยิบแก้วน้ำไปเททิ้งจริงๆ ...คนอะไรโมโหง่ายจริง...
“ไม่ๆๆ เอามานี่เลย” ฉันรีบแย่งแก้วน้ำคืนมาพร้อมกับดูดเข้าไปอึกใหญ่ก่อนจะยักคิ้วกวนเขาไปทีนึง
พวกเพื่อนพี่ธามหย่อนตัวลงนั่งที่โต๊ะเดียวกับพวกฉัน โดยพี่ธามเดินมานั่งเบียดฉันที่นั่งอยู่มุมเก้าอี้จนฉันต้องขยับเลือนเข้าไปด้านในแล้วเขาถึงทิ้งตัวนั่งลงทับที่ฉัน ...ที่ก็มีตั้งเยอะจะเบียดกันทำไมก็ไม่รู้... ตามด้วยพี่อิฐที่นั่งลงข้างๆ ฉันอีกฝั่งนึง ส่วนพี่คิมหันต์กับพี่อาร์มก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามที่มีน้ำหวานกับแตงกวานั่งอยู่
“ช่วงนี้ไม่เห็นพวกเราที่ร้านเหล้าเลย เรียนหนักเหรอ” พี่อาร์มเอ่ยถามขึ้น
“โหพี่! ถามแบบนี้เหมือนพวกหนูเป็นพวกขี้เหล้าเลยอ่ะ” แตงกวาตอบกลับพี่อาร์มไปด้วยสายตาตัดพ้อปนขำขัน
“ฮ่าๆ หรือไม่จริง เจอกันทีไรอยู่ร้านเหล้าทุกที” อันนี้พี่อิฐพูดพลางหัวเราะร่วน
“ไม่ใช่ขี้เหล้าคร้า..... แค่อยากเมาบ้างเป็นบางเวลา” แตงกวาตอบกลับแบบขำขัน พาให้ทุกคนในโต๊ะต่างพากันหัวเราะไปตามๆ กัน
“แล้วนี่เลิกเรียนกันแล้วเหรอครับหรือว่ามีเรียนตอนบ่ายต่อ” พี่คิมหันต์ถามขึ้นบ้าง กลุ่มเพื่อนของพี่ธามนี่คงมีแค่พี่คิมหันต์คนเดียวสินะที่พูดจาสุภาพตลอด
“เลิกแล้วค่ะแต่ยังไม่กลับ!” ฉันเองที่เป็นคนตอบคำถามแต่เน้นคำว่ายังไม่กลับดังๆ ให้คนข้างๆ ได้ยินเผื่อเขาจะคิดได้บ้างว่าปล่อยให้ฉันกลับบ้านเองมาเกือบอาทิตย์แล้ว แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้สึกอะไรเลยนั่งดูดน้ำของตัวเองไปจนเกือบจะครึ่งแก้วแล้ว ผู้ชายหน้าตาหล่อร้ายชอบทำหน้าเย็นชาไร้อารมณ์แต่ดันมานั่งดูดน้ำแดงสีสวย ดูๆ ไปมันก็เข้ากันดีพิลึก
“มองอะไร?” เหมือนเขาจะรู้ตัวว่าถูกมอง ก่อนจะหันมาถามฉันด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ
“เปล่าค่ะ” รีบหันเฉไฉไปทางอื่นทันที รู้สึกว่าช่วงนี้จะแพ้สายตาของเขายังไงไม่รู้ ในขณะที่พวกเรากำลังคุยกันอยู่จู่ๆ ก็มีเสียงหวานของใครบางคนเอ่ยเรียกพี่ธามดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“ธามคะ!“ เสียงหวานเจืออารมณ์ไม่พอใจของใครบางคนดังขึ้น ทำให้ทั้งโต๊ะต้องหันไปมอง คนที่เรียกพี่ธามเสียงหวานก็คือ พี่ลูกหว้า เธอมากับเพื่อนอีกสองคนที่ยืนหน้านิ่งจ้องเขม็งมาทางพวกเรา พร้อมกับเดินฉับๆ เข้ามาหยุดตรงหน้าโต๊ะฝั่งที่พี่ธามนั่งอยู่ข้างๆ ฉัน
“ลูกหว้าโทรหาธามตั้งหลายสายแต่ธามไม่รับเลย” ใบหน้าสวยคมที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางทำให้เธอดูสวยเฉียวขึ้นไปอีก
“มีไร!!” เสียงนิ่งเรียบเย็นเหยียบจนฉันสัมผัสได้ของคนข้างๆ ทำให้พี่ลูกหว้าประหม่าไปชั่วครู่
“ลูกหว้าจะมาถามธาม ว่าธามจะไปค่ายอาสาของมหาลัยไหม แต่ไปหาที่คณะแล้วไม่เจอ เพื่อนในคลาสธามเขาบอกว่าธามเดินมาทางนี้ลูกหว้าก็เลยตามมาแต่….ไม่คิดว่าจะมาเจอธามกับ รุ่นน้อง คณะเดียวกับลูกหว้า”
เธอเว้นวรรคก่อนจะพูดประโยคหลังออกมาสายตาคมกริบของเธอมองมาที่ฉัน ทำเอาฉันกลืนน้ำลายเหนียวลงคอพร้อมกับขยับถอยไปทางพี่อิฐทันที แต่จู่ๆ มือหนาของพี่ธามกลับคว้าหมับเข้าให้ที่เอวของฉันเพื่อรั้งให้ฉันขยับเข้ามาใกล้เขามากกว่าเดิม ฉันทำได้แต่ขืนตัวเองให้เอียงไปด้านข้างพี่อิฐไม่อยากเข้าใกล้เขามากไปกว่านี้เพราะกลัวพี่ลูกหว้าจะกินหัวฉันเอา