ทันทีที่บานประตูห้องน้ำหรูปิดสนิท ปริมก็ทิ้งตัวลงนั่งบนฝาชักโครก แล้วปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มือเรียวรีบยกขึ้นอุดปากตัวเองไว้แน่น เพราะกลัวว่าคนข้างนอกจะได้ยินเสียงสะอื้น
“ยาย... ปริมขอโทษนะยาย ปริมไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ”
เธอสะอื้นฮึกๆ จนตัวโยน คิดถึงรอยยิ้มของยาย คิดถึงบ้านหลังเล็กที่เคยอยู่ด้วยกัน แต่เมื่อนึกถึงสายระโยงระยางในห้องไอซียู ปริมก็รีบปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างเด็ดเดี่ยว เธอจะมัวอ่อนแอไม่ได้ ชีวิตของยายแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่ผู้ชายคนนั้นถืออยู่
เด็กสาวรีบจัดการอาบน้ำชำระล้างคราบน้ำตา และกลิ่นจากโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบชุดที่ถูกวางเตรียมไว้บนเคาน์เตอร์ แต่แล้วคิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย
‘ชุดพวกนี้... ของใครกัน ทำไมถึงมีชุดผู้หญิงเตรียมไว้พร้อมเสร็จสรรพ เหมือนกับรู้ล่วงหน้าว่าเธอจะมา หรือจริงๆ แล้วที่นี่มีผู้หญิงแวะเวียนมาทำหน้าที่เด็กเลี้ยงแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้วงั้นเหรอ' ความคิดนั้นทำให้หัวใจของปริมวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่คิวต่อไป ในรายการสินค้าของเขาเท่านั้น
แต่เมื่อมือเล็กคลี่ชุดนั้นออกดู เธอถึงกับตาโตอ้าปากค้าง
“นี่มันชุดนอน... หรือเศษผ้ากันแน่เนี่ย”
มันเป็นชุดนอนกระโปรงผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแดงสดที่บางเฉียบ จนแทบมองทะลุเห็นผิวเนื้อ ชายกระโปรงสั้นกุดจนน่าใจหาย แถมยังแหวกขึ้นมาสูงจนเป็นคืบ ปริมมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ด้วยความรู้สึกอัปยศที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ชุดนี้มันโป๊เกินกว่าที่เด็กมัธยมอย่างเธอจะกล้าจินตนาการถึง
แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อเธอเป็นคนเสนอขายสินค้านี้เอง เธอก็ไม่มีสิทธิ์เลือกบรรทางอื่นได้เลย
ปริมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด สวมชุดนอนบางเบานั้นลงบนร่างกายที่สั่นเทา เธอจัดแจงเรือนผมให้พอดูดีที่สุด ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับเจ้าชีวิตที่รออยู่ข้างนอก
‘สู้เขานะปริม... เพื่อยาย แกต้องทำได้’ สิ้นความปิดเธอก็ค่อยๆประตูห้องน้ำให้แง้มออกเบาๆ ปริมก้าวเท้าออกมาด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ลานประหาร เธอพยายามดึงชายกระโปรงซาตินสีแดงสั้นกุดลงมาปิดบังต้นขาขาวนวลอย่างขัดเขิน มือเรียวทั้งสองข้างกุมเข้าหากันแน่นจนสั่นเทา
"เอ่อ... ซะ... เสร็จแล้วค่ะ"
เขายังอยู่ในชุดเชิ้ตตัวเดิมแต่ปลดกระดุมบนออกสองสามเม็ดให้พอดูผ่อนคลาย ในมือถือแก้วไวน์ทรงสูงที่มีของเหลวสีแดงก่ำไหลวนอยู่ข้างใน สายตาคมกริบที่เคยดูเย็นชาในโรงพยาบาล ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นสายตาที่มองสำรวจร่างบางตรงหน้าอย่างเปิดเผยและจาบจ้วง
ตั้งแต่ไหล่บางเนียนใสที่โผล่พ้นสายเดี่ยวเส้นเล็ก หน้าอกอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ตื่นตระหนก ไปจนถึงเรียวขาเพรียวบางที่สั่นระริก
“เดินเข้ามานี่สิ...”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดูแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อยเอ่ยสั่ง ปริมขยับขาไม่ออก เธอได้แต่ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
“ทำไม เมื่อกี้ที่โรงพยาบาลยังเก่งอยู่เลยไม่ใช่เหรอ... ไหนบอกว่ามีประสบการณ์มาเยอะไง”
คลาวด์แค่นยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก พลางจิบไวน์ช้าๆ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ตอนนี้แดงซ่านไปถึงใบหู เขาแกล้งถามย้ำเพื่อลองหยั่งเชิง เพราะท่าทางเก้ๆ กังๆ ของเธอมันช่างย้อนแย้งกับคำอวดอ้างที่เธอใช้โกหกเขาอย่างสิ้นเชิง
“คะ... คือ... หนู...”
ปริมละล่ำละลัก พยายามจะหาคำพูดมากลบเกลื่อนความลับที่เธอกำลังซ่อนไว้
“มาหาฉัน... แล้วแสดงให้ดูหน่อยสิว่าความเก่งที่เธอโม้ไว้น่ะ มันคุ้มค่ากับเงินล้านที่ฉันเพิ่งเซ็นจ่ายไปหรือเปล่า”
เขาพึมพำเสียงต่ำพลางวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะข้างเตียง แล้วขยับตัวนั่งพิงหัวเตียงรอคอยการปรนนิบัติ จากเด็กเลี้ยงตัวน้อยที่กำลังจะสิ้นฤทธิ์
ปริมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ จนหน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวภายใต้ผ้าซาตินบางกริบ
'เลิกสั่นซักที แค่ทำๆไปแล้วก็จบปริม' เธอสั่งให้ตัวเองหยุดสั่น และจินตนาการถึงภาพนางเอกดาวยั่วในหนังที่เคยผ่านตา จังหวะการเดิน การปรายตา และความมั่นใจที่เธอต้องแสร้งทำขึ้นมาเพื่อความอยู่รอด
‘เอาวะปริม... แกทำได้ แกเก่ง แกคือตัวแม่’ เธอกล่อมตัวเองในใจ
ขาเรียวค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาชายหนุ่มที่นั่งพิงโซฟาอยู่ช้าๆ ปริมพยายามบิดสะโพกให้ดูยั่วยวนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอโน้มตัวลงไปหาเขาจนกลิ่นน้ำหอมหรูจากกายหนาปะทะเข้ากับจมูก มือเรียวสั่นๆ เอื้อมไปลูบไล้ที่ลาดไหล่กว้างของคลาวด์อย่างแผ่วเบา เหมือนที่เคยเห็นในหนัง
“ใจร้อนจังเลยนะคะ... คุณลุง”
เสียงหวานพยายามดัดให้ดูแหบพร่าและเซ็กซี่ ปริมช้อนสายตาขึ้นมองเขา พยายามส่งสายตาที่คิดว่ายั่ว ที่สุดเท่าที่จะเค้นออกมาได้ มืออีกข้างค่อยๆ ไล้ไปตามแนวกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างอ้อยอิ่ง
“เงินล้านของคุณ... หนูจะตอบแทนให้คุ้มค่าจนคุณลืมไม่ลงเลยล่ะค่ะ”
เธอแสร้งยิ้มยั่วที่มุมปาก พลางขยับกายเข้าไปเบียดชิดกับท่อนขาแกร่งของเขา ปริมพยายามทำตัวให้ดูเชี่ยวชาญ แข็งใจสู้กับสายตาคมกริบที่จ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของเธอ ราวกับกำลังดูโชว์ตลกราคาถูก
คลาวด์ไม่ได้ขยับหนี เขาทำเพียงแค่นั่งนิ่ง ปล่อยให้มือเล็กๆ ของยัยเด็กเลี้ยงจอมโกหกปัดป่ายไปตามตัว แต่แววตาของเขากลับฉายแววขบขันแกมสมเพช
หมับ!
จู่ๆ มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของปริม แล้วกระชากเพียงแรงเดียว ร่างของเธอก็ถลาลงไปนั่งแหมะอยู่บนตักกว้างของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อ๊ะ!”
ปริมหลุดอุทานออกมา หน้าตาตื่นตระหนกหลุดมาดตัวแม่ไปจนหมดสิ้น
"เธอชื่ออะไร"
"นะ... หนูชื่อปริมค่ะ"
“หึ... นี่เหรอที่บอกว่าเก่ง”
คลาวด์โน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาของเขาเยือกเย็นจนปริมหายใจติดขัด
“สั่นเป็นเจ้าเข้าขนาดนี้... หนังที่ดูมามันไม่ได้ช่วยสอนวิธีเก็บอาการให้เธอด้วยหรือไง ยัยหนู”
แรงกระชากเมื่อครู่ทำให้ปริมตกไปนั่งแหมะอยู่บนตักกว้างอย่างเสียหลัก กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นไวน์จางๆ จากกายหนาทำให้สติของเธอเตลิดเปิดเปิงไปหมด หัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมาชนแผ่นอกกว้างของเขา
"คะ... คุณ..."
“หึ... ไหนล่ะความเก่ง”
คลาวด์พึมพำเสียงต่ำพลางรวบเอวบางไว้หลวมๆ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต ที่สั่นระริกของเด็กสาวราวกับจะแกล้งให้เธอตายใจ
“ไหนลองพิสูจน์สิ... ว่าที่บอกว่าคุ้มค่าน่ะ มันแค่ไหน เริ่มสิ... ฉันรออยู่”
คำท้านั้นเหมือนสายฟ้าฟาด ปริมลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หน้าร้อนผ่าวจนแทบระเบิด มือเรียวที่วางสั่นๆ อยู่บนไหล่หนาค่อยๆ ขยับเลื่อนขึ้นไปโอบรอบคอเขาช้าๆ เธอพยายามนึกถึงฉากที่นางเอกจูบพระเอกในหนัง ต้องเริ่มที่ไหนก่อนนะ ซอกคอหรือริมฝีปาก
‘เอาเถอะปริม เพื่อยาย... แกต้องรอด!’ ปริมหลับตาปี๋ ก่อนจะตัดสินใจโน้มใบหน้าเข้าไปหาซอกคอขาวสะอาดของเขา เธอพยายามกดจูบลงไปเบาๆ แบบที่คิดว่ายั่วที่สุด พร้อมกับใช้มือลูบไล้แผ่นหลังกว้างผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตอย่างเก้ๆ กังๆ ร่างกายของเธอมันสั่นจนคลาวด์รู้สึกได้ชัดเจน แต่เธอก็ยังดันทุรังจะโชว์เหนือต่อไป
“อืม... คุณลุง... ชอบแบบนี้ไหมคะ”
เธอถามเสียงพร่า ทั้งที่จริงๆ คือเสียงสั่นเพราะความกลัว ก่อนจะพยายามเปลี่ยนเป้าหมายมาที่ริมฝีปากหยักได้รูปของเขา ปริมขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ เธอเกร็งไปทั้งตัวจนดูเหมือนท่อนไม้ที่พยายามจะเต้นรำ
“หยุด...”
เสียงทุ้มสั่งสั้นๆ พร้อมกับมือหนาที่เชยคางเธอขึ้นมาสบตา ปริมชะงักกึกทันที แววตาของคลาวด์ในตอนนี้ไม่ได้ขบขันอีกต่อไป แต่มันเข้มขึ้นจนน่ากลัว
“จูบคนตายยังดูมีชีวิตชีวากว่าเธอเลยยัยหนู...”
คลาวด์แค่นยิ้มร้ายพลางบีบคางเธอเบาๆ
“เด็กที่มีประสบการณ์ เขาไม่หลับตาปี๋เหมือนกลัวโดนฉีดวัคซีนแบบนี้หรอกนะ บอกมาตรงๆ ดีกว่า ว่าจริงๆ แล้วเธอซิงใช่ไหม”