บทที่ 4/1

1893 Words
คำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ============================ ยากมาก… ยากมากจริงๆ หมายถึงการจะเข้าหาอิงรักแต่ละทีทำไมมันถึงยากอย่างนี้! ใช่ว่าธาราลักษณ์จะไม่รู้ว่าเขากำลังถูกขัดขวางจากภมรพรรณ์! เธอไม่ยอมให้อิงรักมีโอกาสอยู่คนเดียวเลย ทุกครั้งที่เขากำลังจะเข้าหาอิงรักแต่ภมรพรรณ์ก็มักจะเข้ามาตัดหน้าตลอดจนทำให้เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดคุยกับอิงรักสักครั้งและเธอก็ทำอย่างนี้มานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว มันน่าหงุดหงิดจริงๆ! "เป็นอะไร? ทำไมหน้าเครียดอย่างนั้น งานมันยากเกินไปงั้นเหรอ?" ธนากรเพิ่งกลับมาจากออกรอบตีกอล์ฟและเมื่อถึงคฤหาสน์ก็เห็นลูกชายนั่งหน้าเครียดตรงโซฟาห้องโถงทำให้เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ ตั้งแต่วันนั้นที่ธาราลักษณ์ตกปากรับคำว่าจะทำงานที่บริษัทเขาก็ให้ลูกได้เริ่มทำงานจริงๆ และไม่คิดว่าธาราลักษณ์จะทำอย่างที่รับปากเอาไว้ ซึ่งตอนนี้ก็ครบหนึ่งสัปดาห์แล้วทว่าเพิ่งเคยเห็นสีหน้าที่ดูเครียดตึงของลูกชายมากถึงเพียงนี้ก็วันนี้แหละ "ผมไม่ได้เครียดเรื่องงาน" "ไม่ได้เครียดเรื่องงานแล้วเครียดเรื่องอะไร? อย่าบอกนะ…" "..." "ว่าแกเครียดเรื่องน้องอิงน่ะ!" ธนากรแค่ถามเย้าแหย่ลูกชายไปอย่างนั้นแต่ฝ่ายนั้นกลับเงียบ ซึ่งนั่นก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนก่อนที่เขาจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจและเปลี่ยนเป็นหัวเราะดังลั่นอย่างชอบอกชอบใจในความเครียดที่ลูกชายมีต่ออิงรัก "ฮ่าๆๆๆ! เป็นความจริงหรือเนี่ย!" ธาราลักษณ์หน้าเครียดมากกว่าเดิม รู้สึกอับอายเล็กน้อยที่ธนากรคาดเดาได้ตรงเผง "ผมไม่ตลกนะพ่อ! รู้ไหมว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาผมพยายามเข้าหาน้องอิงมากแค่ไหนแต่น้าภมรไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้น้องอิงเลย" คิดมาถึงตรงนี้ธาราลักษณ์ก็ยิ่งหงุดหงิดหัวเสียมากกว่าเดิม ในขณะที่ธนากรพยายามกลั้นขำเอาไว้ก่อนจะกระแอมไอเมื่อเห็นสีหน้าคร่ำเครียดของลูกชายที่มองมา "ก็แกไปทำลูกสาวเธอก่อนนี่" ธาราลักษณ์อยากจะพูดเสียเหลือเกินว่าคนที่มันรังแกอิงรักนั่นคือตัวเขาคนก่อนต่างหาก แต่ทำไมต้องกลายเป็นตัวเขาในตอนนี้ที่ต้องมารับผลกระทบนั้นด้วย แต่ครั้นจะพูดออกไปก็กลัวว่าจะถูกหัวเราะเยาะหนักกว่าเดิมและหาว่าเป็นไอ้บ้าเสียสติเพราะอย่างนั้นอยู่เงียบๆ แล้วตามดูแลอิงรักเสียยังดีกว่า "ไม่รู้แหละ ยังไงพ่อก็ต้องช่วยผม" ในเมื่อตัวคนเดียวไม่อาจแยกภมรพรรณ์จากอิงรักได้ เห็นทีคงต้องให้ผู้เป็นพ่อช่วยเสียหน่อย "จะให้ช่วยยังไงล่ะ?" เห็นลูกชายทำหน้าเครียดและถึงขั้นเอ่ยปากขอให้ช่วยก็ทำให้คนเป็นพ่ออดเห็นใจไม่ได้ เขาเองก็ใช่ว่าจะไม่สังเกตเห็นพฤติกรรมของเมียกับลูกเสียหน่อย คนหนึ่งพยายามเข้าหาอิงรัก ส่วนอีกคนก็ขัดขวางไม่ยอมให้ธาราลักษณ์เข้าใกล้เลย ช่างเป็นการง้อน้องสาวที่ยากลำบากจริงๆ "ทำยังไงก็ได้คืนนี้พ่อต้องรั้งตัวน้าภมรไม่ให้เข้าห้องน้องอิง" "แกไม่ได้คิดจะแกล้งน้องใช่ไหม?" ธนากรหรี่ตาจับผิดลูกชาย อย่างไรเสียเขาก็ยังไม่ไว้ใจลูกชายตัวเองเช่นกัน ในขณะเดียวกันคนที่ถูกกล่าวหาก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ทำอย่างไรเขาก็ยังไม่อาจพ้นข้อกล่าวหานี้ได้จริงๆ จนกว่าวันหนึ่งจะพิสูจน์ตัวเองได้ต่อหน้าทุกคนว่าเขาเลิกแกล้งอิงรักแล้วจริงๆ! รอก่อนเถอะ! เร็วๆ นี้เขาจะทำให้อิงรักติดเขาเป็นตังเมเลยเชียว!!! "ตกลงว่าพ่อจะช่วยผมไหม?" เห็นลูกชายเหมือนจะโกรธขึ้นมาธนากรจึงยอมรับปากช่วยแต่โดยดี :: :: ช่วงเวลาหนึ่งทุ่มกว่าๆ คือเวลาที่อิงรักอาบน้ำ ปกติภมรพรรณ์จะเป็นคนเป่าผมให้กับเธอและจะอยู่เป็นเพื่อนเล่นจนกระทั่งสามทุ่มเธอก็จะเข้านอน นี่เป็นลูทีนชีวิตวนลูปของอิงรักกับภมรพรรณ์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ทว่าน่าแปลกที่คืนนี้แม่กลับไม่มาเป่าผมให้เธอเหมือนอย่างทุกวันที่ผ่านมา อิงรักเกิดความสงสัยไม่น้อยและตั้งใจว่าจะไปห้องนอนของภมรพรรณ์กับธนากรที่อยู่ตรงข้ามห้องนอนเธอแต่ยังไม่ทันจะก้าวเท้าลงจากเตียงประตูห้องก็เปิดเข้ามาเสียก่อน ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมองแล้วเห็นว่าเป็นใครเข้ามารอยยิ้มกว้างที่เคยเจิดจรัสก็พลันหุบฉับทันที "พะ พี่ลักษณ์" เป็นธาราลักษณ์ที่เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของอิงรัก แววตาสุกใสที่มองเขาเกิดหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด "ขะ เข้ามาทำอะไรที่ห้องอิงคะ?" อิงรักถามเสียงสั่น สายตาเหลือบมองเห็นปัตตาเลี่ยนในมือของเขาก็พลันหน้าซีดตัวสั่นขึ้นมา เขาพกปัตตาเลี่ยนมาทำไม! ไม่ใช่ว่าครั้งนี้จะโกนผมเธอจนหัวล้านหรอกใช่ไหม!! เมื่อคิดอย่างนั้นก็ทำให้อิงรักเกิดตื่นตระหนกตกใจก่อนจะมีปฏิกิริยาต่อต้านเขาอย่างรุนแรง "มะ ไม่เอานะ! อย่าตัดผมอิง! อย่าเข้ามานะ!" น้ำตามากมายจากไหนไม่รู้ถูกเปิดเหมือนก๊อกแตกทำเอาคนที่เพิ่งเข้ามาในห้องอย่างธนากรถึงกับเหลอหลาทำตัวไม่ถูก "ไม่ใช่อย่างนั้นนะน้องอิง!" "อย่าเข้ามา! อย่าเข้ามานะ!" ยิ่งเขาเดินเข้าไปใกล้เธอมากเท่าไหร่ อิงรักก็ยิ่งถอยห่างมากขึ้นเท่านั้น เห็นเธอมีท่าทีหวาดกลัวเขาอย่างหนักก็ทำให้จำต้องโยนปัตตาเลี่ยนในมือออกไปให้ห่างจากตัวก่อนจะหันมายกมือขึ้นทั้งสองข้างต่อหน้าเธออย่างยอมจำนน "ใจเย็นๆ ก่อนนะน้องอิง ฟังพี่ก่อน พี่ไม่ได้จะมาตัดผมน้องอิงนะ" คำพูดนั้นแทบจะไม่เข้าหูอิงรักเลย ในขณะที่ธนากรหวั่นใจเหลือเกินด้วยกลัวว่าเสียงร้องของเธอจะทำให้ภมรพรรณ์ที่อยู่ชั้นล่างได้ยินเข้าและแผนการใกล้ชิดกับอิงรักก็อาจจะพังได้และนั่นก็จะยิ่งทำให้ภมรพรรณ์ดึงอิงรักให้ถอยห่างจากเขาอีกอย่างแน่นอน "อย่าเข้ามานะ! ห้ามเข้ามาใกล้นะ!!!" สองเท้าที่กำลังก้าวไปหาอิงรักชะงักนิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่ธาราลักษณ์เพิ่งเคยโดนอิงรักตวาดใส่อย่างนี้ ด้วยความที่ไม่อยากให้เธอกลัวมากไปกว่านี้เขาจึงต้องยอมทำตามที่เธอบอกแต่โดยดี "โอเคๆ พี่จะยืนอยู่ตรงนี้ โอเคไหม?" "..." ตอนนี้ระหว่างทั้งสองคนมีเตียงหกฟุตขั้นกลางอยู่และสายตาของอิงรักก็ยังจดจ้องเขาอย่างหวาดระแวง "พะ พี่ลักษณ์เข้ามาในห้องอิงทำไม?" สรรพนามแทนตัวเองที่เธอใช้กับแม่และธนากรจะเป็น 'น้องอิง' แต่กับเขาเธอแทนตัวเองด้วยคำว่า 'อิง' เฉยๆ ซึ่งมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอรู้สึกห่างเหินกับเขามากแค่ไหน แม้จะรู้สึกปวดหน่วงในอกและแอบรู้สึกน้อยใจทว่าก็ไม่อาจแสดงออกได้ในตอนนี้นอกจากเก็บงำเอาไว้เท่านั้น แต่ในสักวันหนึ่งเขาจะเรียกร้องให้เธอแทนตัวเองด้วยคำว่า 'น้องอิง' ให้ได้ "พี่แค่จะเข้ามาขอโทษน้องอิงเท่านั้น ไม่ได้จะเข้ามาแกล้งอะไรเลยจริงๆ นะ" "..." อิงรักนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร แต่นัยน์ตากลับวูบไหวสับสนไม่น้อย ธาราลักษณ์ที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบพูดต่อทันที "ไม่ใช่แค่เรื่องวันนี้แต่เป็นขอโทษในทุกๆ สิ่งที่เคยทำไม่ดีกับน้องอิง" เขาอยากพูดคำนี้มาโดยตลอด...ในช่วงชีวิตก่อนของเขายังไม่มีโอกาสได้พูดกับนี้กับอิงรักเลยสักครั้ง ในวันที่เขาคิดได้และเพิ่งรู้ตัวว่ารักเธอ เธอก็จากไปเสียแล้ว... ธาราลักษณ์เจ็บแปลบในอก กระบอกตาพลันร้อนผ่าวเมื่อคิดถึงการจากไปของอิงรักในช่วงชีวิตก่อน "อะ อิงจะเชื่อพี่ได้ยังไงว่าพี่จะไม่โกหกแล้วแกล้งอิงอีก" ตั้งแต่ถูกตัดผมเธอก็หวาดระแวงเขาไปเสียทุกอย่าง แต่หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยมายุ่งกับเธออีกเพราะอย่างนั้นจึงทำให้เธอสับสนไม่น้อย หรือเขาอาจจะพูดจริง? ปกติสีหน้าของธาราลักษณ์ก็อ่านยากอยู่แล้ว ยิ่งอิงรักยังเป็นเด็กเพียงสิบขวบเท่านั้นเรื่องการอ่านสีหน้าหรืออารมณ์ย่อมต้องมีประสบการณ์น้อยกว่าผู้ใหญ่เพราะอย่างนั้นเธอจึงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขากำลังคิดอะไรอยู่ "พี่ไม่โกหกน้องอิงแน่นอน หรือถ้าน้องอิงยังไม่หายโกรธพี่เรื่องที่พี่ตัดผมน้องอิงพี่ยอมให้น้องอิงตัดผมพี่คืนก็ได้" นี่คือเหตุผลที่เขาถือปัตตาเลี่ยนติดมือมาด้วย ธาราลักษณ์ยอมถูกตัดผมก็ได้ถ้าหากมันจะทำให้อิงรักหายโกรธเขาบ้างแม้จะเล็กน้อยก็ตาม อย่างที่รู้ว่าอิงรักเป็นคนรักผมตัวเองและเมื่อเธอได้ยินเขาพูดว่ายอมถูกตัดผมก็ทำให้เธอตกอยู่ในอาการตะลึงงัน ไม่คิดว่าเขาจะใจกล้ายอมให้เธอตัดผม! รู้ตัวอีกธาราลักษณ์ก็ยืนประชิดตัวเธอเสียแล้ว ในมือของเธอถือปัตตาเลี่ยนที่เขาเป็นคนยัดให้ด้วยตัวเองและมันถูกเปิดรอเพื่อใช้งานในขณะที่คนถืออย่างเธอกลับมือสั่นระริก ตัดผมเขาอย่างนั้นหรือ? เธอจะตัดผมเขาเพื่อเอาคืนในสิ่งที่เขาทำกับเธอดีไหมนะ? หรือเธอควรจะปล่อยเขาไปและให้อภัยในสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอ? อิงรักตกอยู่ในอาการสับสน เธอยอมรับว่าลึกๆ ในใจอยากจะตัดผมเขาให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่อีกใจก็ไม่อยากทำอย่างนั้นเพราะกลัวว่าถ้าหากเขาเกิดโกรธเธอขึ้นมาแล้วเป็นฝ่ายจับเธอโกนผมล่ะ เธอจะทำอย่างไร? ไม่เอาหรอก! เธอไม่ตัดผมเขาหรอก! ในขณะที่อิงรักกำลังจะอ้าปากปฏิเสธนั้น จู่ๆ ธาราลักษณ์ที่เหมือนจะรู้ว่าเธอไม่กล้าจึงรีบคว้ามือเธอข้างที่ถือปัตตาเลี่ยนเอาไว้ จากนั้นเสียง 'แว๊~' ของปัตตาเลี่ยนที่กำลังตัดเส้นผมก็ดังขึ้นมาพร้อมๆ กับใจของอิงรักที่หลุดร่วงหล่นลงตาตุ่ม "พี่ลักษณ์ทำบ้าอะไรคะ!!!" •┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈• #หนูไม่ตัด มัมหมีจะตัดให้เองค่ะ! ฝากกดเคว้ป กดหัวใจและคอมเมนต์นิยาย เพื่อเป็นกำลังใจให้กันน้า ฝากเพจด้วยน้า ติดตามข่าวสารได้ในเพจค่า https://facebook.com/tuakrajitrit
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD