คำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
============================
::
::
หลังจากที่ทานอาหารมื้อค่ำและดูการ์ตูนจบหนึ่งเรื่องแล้วอิงรักก็ขึ้นห้องนอนเพื่ออาบน้ำ เธอในวัยสิบขวบสามารถอาบน้ำเองได้แล้ว ทั้งยังเป่าผมเองได้ด้วยเพียงแต่ว่าไม่สันทัดเท่ากับภมรพรรณ์ที่มักจะทำให้เธอบ่อยๆ
เมื่อเห็นว่าผมแห้งดีแล้วอิงรักจึงเดินกลับไปยังเตียงก่อนจะล้มตัวนอน ทุกคืนแม่ของเธอจะกล่อมนอนจนกว่าเธอจะหลับแต่ในคืนนี้เมื่อไม่มีแม่นอนกล่อมจึงทำให้เธอไม่อาจนอนหลับได้ หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะความกลัวที่เกิดขึ้นเมื่อเธอเห็นสายฟ้าพาดผ่านกลางท้องฟ้าที่มืดมิดและจากนั้นไม่กี่วินาทีก็ตามมาด้วยเสียงก้องกัมปนาทของฟ้าร้องจนสั่นสะเทือน
ครึ้งงง!!!
"...!!!"
อิงรักสะดุ้งตกใจจนต้องยกมือขึ้นปิดหู ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนที่กลัวเสียงฟ้าร้องเพราะทุกครั้งจะมีภมรพรรณ์คอยอยู่ด้วยแต่ในวันนี้เมื่อไม่มีแม่อยู่ด้วยเธอจึงหวาดกลัวขึ้นมา
นานหลายนาทีที่ข่มตานอนแต่เพราะเสียงของสายฝนที่เทกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตาและเสียงฟ้าร้องเป็นระยะทำให้เธอไม่อาจนอนหลับได้เพราะความกลัว
อิงรักไม่อาจอดทนกับการอยู่คนเดียวได้ในเวลานี้ก่อนจะตัดสินใจออกจากห้องนอนตัวเองในสภาพผ้าห่มคลุมหัวจรดเท้า
อิงรักไม่ได้ไปไหนแต่เดินมาหยุดที่หน้าห้องนอนของธาราลักษณ์ เธอเคาะประตูอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีการตอบรับจึงทำให้รู้ว่าเขาไม่อยู่ในห้องก่อนจะเดินลงชั้นล่างและเมื่อเห็นไฟเปิดอยู่ก็คาดเดาว่าเขาคงอยู่ในห้องทำงานเพราะระยะหลังๆ เธอมักจะเห็นธนากรและธาราลักษณ์อยู่ในห้องทำงานด้วยกัน
อิงรักยืนลังเลอยู่นานนับนาที เธอกลัวว่าตัวเองจะรบกวนเวลาทำงานของธาราลักษณ์ เย็นวันนี้เขาก็สละเวลาเพื่อสอนการบ้านเธอแล้ว แต่ยังไม่ทันจะได้เคาะประตูห้องทำงานเสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ครึ้ง!!!
"กรี๊ด!"
เสียงฟ้าร้องในครั้งนี้ดังยิ่งกว่าครั้งก่อนและด้วยความตกใจจึงเผลอกรี๊ดออกมาก่อนจะนั่งลงกอดเข่าทั้งยังกระชับผ้าห่มขึ้นแนบแน่น
น้องอิงไม่ชอบเสียงดังของฟ้าร้องเลย!! น่ากลัว!!!
"น้องอิง!"
เสียงเรียกของคนที่เพิ่งประตูออกมาฟังดูร้อนใจ อิงรักเงยหน้าขึ้นเห็นธาราลักษณ์ที่มองเธอด้วยความตกใจก่อนจะถือวิสาสะอุ้มเธอทั้งผ้าห่มเข้ามาในห้องทำงาน
ธาราลักษณ์นั่งลงตรงเก้าอี้บุนวมหลังโต๊ะทำงาน สอนแขนโอบกอดเธอเอาไว้แนบแน่น ต่อให้อิงรักไม่พูดอะไรแต่สีหน้าและเนื้อตัวสั่นเทาของเธอก็ทำให้ธาราลักษณ์รับรู้ได้ว่าเธอคงหวาดกลัวกับเสียงฟ้าร้องและสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก
ในใจก็นึกโทษตัวเองเช่นกันที่ลืมนึกถึงเธอเพราะมัวแต่ทำงานที่คั่งค้างให้เสร็จ อิงรักต้องกลัวมากแค่ไหนถึงได้เดินมาหาเขาถึงชั้นล่างอย่างนี้
"ไม่ต้องกลัวๆ พี่อยู่ตรงนี้แล้ว"
ธาราลักษณ์กระชับแขนกอดอิงรักแน่นกว่าเดิมในขณะที่เธอก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใดและน่าแปลกที่เพียงแค่อยู่ในอ้อมแขนของเขาเท่านั้นเธอก็เกิดรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาทั้งที่ความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนยามที่อยู่กับธาราลักษณ์
เป็นเวลานานหลายนาทีที่อิงรักนั่งอยู่บนตักของเขาทั้งยังถูกสวมกอดเอาไว้ จิตใจที่เคยหวั่นกลัวก็กลับมาสงบอีกครั้งเมื่อนั้นถึงเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังนั่งอยู่ตรงไหน
"นะ น้องอิงไม่เป็นไรแล้วค่ะพี่ลักษณ์"
พวงแก้มใสแดงระเรื่อด้วยความประหม่า อิงรักขยับตัวหมายจะลุกจากตักของธาราลักษณ์แต่เขากลับทำหูทวนลมไม่ยอมปล่อยเธอง่ายๆ ทั้งยังเอ่ยเสียงเข้มราวกับดุเธอกลายๆ ด้วย
"น้องอิงอย่าดิ้น พี่ต้องทำงาน"
"..."
คนถูกปรามที่เคยนั่งขยับตัวยุกยิกหยุดนิ่งทันที ริมฝีปากเม้มแน่นทั้งยังนั่งตัวแข็งทื่ออย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูก
นี่เป็นเป็นครั้งแรกที่พวกเขาใกล้ชิดกันมากถึงเพียงนี้ ใกล้กันเสียจนอิงรักสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ของเขาที่เป่าราดรดบนหน้าผากมนยามที่เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา
"ตะ แต่น้องอิงกลัวพี่ลักษณ์หนักนี่คะ"
"หนักอะไรกันล่ะ ตัวเล็กนิดเดียวเอง"
สำหรับธาราลักษณ์แล้วต่อให้อิงรักจะหนักกว่านี้เขาก็ไม่มีปัญหาหรอกขอแค่ได้ใกล้ชิดเธอก็พอแล้ว
กลิ่นสบู่และกลิ่นแชมพูหอมอ่อนๆ ของคนที่อาบน้ำแล้วทำให้ธาราลักษณ์รู้สึกผ่อนคลายไม่น้อยจากที่ก่อนหน้านี้เขากำลังตึงเครียดกับงานที่ทำ
อิงรักเปรียบเสมือนกำลังใจชั้นดีที่มาได้ถูกจังหวะและเวลาพอดีจึงทำให้เขารู้สึกมีพลังขึ้นเยอะเลย ในขณะที่อิงรักก็ได้แต่มองเอกสารมากมายตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
มีแต่ตัวเลขเยอะๆ ทั้งนั้นเลย...
"พี่ลักษณ์เก่งจังเลยค่ะ"
เอกสารตรงหน้าเธอมีแต่ตัวเลขที่เธอไม่เข้าใจอีกทั้งยังเห็นเขาเขียนอะไรยุกยิกๆ ก็อดชื่นชมไม่ได้
"เอาไว้น้องอิงโตกว่านี้พี่จะสอนงานให้นะ โอเคไหม?"
"เอ๋? น้องอิงทำงานกับพี่ลักษณ์ได้เหรอคะ?"
"ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?"
"แต่พี่ลักษณ์เคยบอกว่าคนอย่างน้องอิงไร้ประโยชน์นี่คะ"
"...!"
ธาราลักษณ์นิ่งงัน ประกายตาที่เคยเรียบนิ่งวูบไหวสะท้อนถึงความเจ็บปวดกับทุกสิ่งที่ผ่านมา
•┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈•
#เมื่อก่อนปากไม่ดี มันน่าตบปากยิ่งนัก!