คำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
::
::
สามวันต่อมา…
การเซ็นสัญญาทำธุรกิจร่วมกับคู่ค้าคนใหม่กินเวลานานกว่าที่ธาราลักษณ์คิดเอาไว้ สาเหตุที่ช้าก็มาจากเจ้าสัวแห่งจีนแผ่นดินใหญ่วัยสี่สิบห้าในชุดแดงกำลังสนุกสนานหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอยู่กับสาวๆ ของเลานจ์ที่ตามเอาอกเอาใจไม่ห่าง
ทั้งที่เซ็นสัญญาเสร็จแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังนั่งดื่มแอลกอฮอล์ต่อทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกว่าจะรีบกลับจีน แต่ไหงตอนนี้ถึงทำตัวสบายๆ ราวกับไม่ได้รีบร้อนจะกลับ ทว่าเป็นเขาที่กำลังรีบร้อนเมื่อใกล้ถึงเวลาที่จะต้องไปรับอิงรักที่โรงเรียนแล้วแต่เขายังไม่อาจสลัดเจ้าสัวคนนี้ได้เลย
"เอ้า ดื่ม!"
เจ้าสัวคะยั้นคะยอธาราลักษณ์ให้ดื่มวิสกี้รสดี แต่เขาก็จำต้องปฏิเสธเพราะไม่อยากดื่มให้กลิ่นเหล้ามันติดเพราะกลัวว่าอิงรักจะไม่ชอบ
เมื่อช่วงชีวิตก่อนเขาใช้ชีวิตเป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่ชื่นชอบออกเที่ยวกลางคืน ทุกครั้งที่เขากลับมาหาอิงรักเธอมักจะคอยเตือนและบ่นเงียบๆ ว่าไม่ชอบกลิ่นของเหล้าเลยแต่เขาก็ได้ยิน ทว่าก็ไม่เคยเลิกดื่มทั้งยังเมินเฉยความห่วงใยของเธอที่มีต่อเขา
แต่ในตอนนี้อะไรที่ทำให้อิงรักรู้สึกสบายใจเขาก็ยินดีที่จะทำด้วยความเต็มใจ
"พ่ออย่าคะยั้นคะยอเขาสิคะ! เขาต้องขับรถกลับนะ!"
'ลี่อิน' หญิงสาววัยยี่สิบปีหน้าสละสลวยซึ่งเป็นลูกสาวของเจ้าสัวที่ติดสอยห้อยตามพ่อมาด้วยก็ได้แต่เอ่ยปากห้ามพ่อที่เมาทีไรก็เริ่มจะเอาแต่ใจทุกที
สีหน้าของเธอดูไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่พ่อทำสักเท่าไหร่ รู้ว่ามาเจรจาธุรกิจแต่เธอก็ไม่คิดเลยว่าสถานที่นัดหมายจะเป็นที่นี่และไม่ต้องสงสัยว่าใครเป็นคนเลือกสถานที่ถ้าไม่ใช่พ่อของเธอ
ลี่อินรู้สึกเบื่อหน่ายกับสถานที่นี้แต่ถึงอย่างนั้นในความเบื่อหน่ายก็ยังมีอะไรที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเธอเกิดถูกตาต้องใจคู่ค้าของพ่อเข้าอย่างจัง
ลี่อินรู้ว่าเขาชื่อธาราลักษณ์และเป็นชายหนุ่มนักธุรกิจที่อายุยังน้อยทว่ากลับทำงานเก่งกาจและเขายังสามารถทำให้พ่อของเธอที่เป็นคนเขี้ยวลากดินยอมเซ็นสัญญาทำธุรกิจร่วมกันโดยที่ต่างฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์ที่เท่าเทียมกัน
ในสายตาของลี่อินเธอมองว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะหน้าตาหล่อเหลาคมคายของเขาที่ถูกใจเธอมากที่สุด ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยเจอใครหล่อเหลาเท่าเขามาก่อนและเธอก็ถูกใจตั้งแต่แรกเห็นเมื่อเขาก้าวเท้าเข้ามาในห้องแห่งนี้
"ถ้าหากคุณมีธุระก็กลับได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันออกไปส่งเองยังไงพ่อก็ไม่ว่าอะไรหรอก"
ธาราลักษณ์ไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจของลี่อินที่อาสาออกมาส่งเพราะเขาต้องการออกจากที่นี่อยู่พอดีและเป็นไปตามคาดเมื่อเจ้าสัวไม่ได้เอ่ยรั้งอะไรให้เขาต้องอยู่ต่อ
"ขอบคุณนะครับ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ไม่อาจอยู่ได้นานกว่านี้"
ธาราลักษณ์กล่าวขอบคุณลี่อินไปตามมารยาทในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินออกจากเลานจ์ของทางโรงแรม แต่ในตอนนั้นเองที่จู่ๆ คนข้างกายก็เกิดแข้งขาอ่อนเปลี้ยสะดุดขาตัวเองขึ้นมาก่อนจะเซถลามาทางเขาที่จำต้องโอบเอวรับร่างเธอเอาไว้อย่างพอเหมาะพอเจาะ
กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแต่ฉุนสำหรับเขาตีขึ้นจมูกจนเผลอกลั้นหายใจเอาไว้ก่อนจะรีบดันตัวลี่อินให้ออกห่างด้วยท่วงท่าเป็นธรรมชาติ ต่างจากลี่อินที่หน้าแดงซ่านเพราะความเขินหรืออับอายเขาก็ไม่แน่ใจสักเท่าไหร่
"ขอบคุณค่ะ"
"ไม่เป็นไรครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ"
ไม่เสียเวลาร่ำลาไปมากกว่านี้อีกแล้วธาราลักษณ์ก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองลี่อินที่ได้แต่ยืนมองตามแผ่นหลังกว้างด้วยสายตาเสียดายที่การอ่อยในครั้งนี้ล้มเหลว
ทันทีที่ขึ้นรถเบนท์ลีย์สีดำเขาก็มุ่งตรงไปยังโรงเรียนอิงรักทันที ตอนนี้เขาไปรับเธอสายกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ไม่รู้ว่าอิงรักจะโกรธเขาหรือเปล่า ยิ่งการจราจรช่วงเย็นอย่างนี้เป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดเสียจริง!
กว่าจะมาถึงโรงเรียนเขาก็เลทเกือบหนึ่งชั่วโมง เห็นอิงรักเดินหน้ามุ่ยมาแต่ไกลใจเขาพลันหายวาบทันที
"ทำไมวันนี้พี่ลักษณ์มารับน้องอิงช้านักล่ะคะ?"
ทันทีที่ขึ้นรถอิงรักก็ถามด้วยน้ำเสียงติดฉุนเฉียวนิดๆ เธอรอเขามารับนานเกือบหนึ่งชั่วโมงจะไม่ให้หงุดหงิดได้อย่างไร ทั้งที่ปกติแล้วเขามารับเธอตรงเวลาเสมอ
"พี่ขอโทษ พอดีพี่ติดงานสำคัญน่ะ น้องอิงไม่โกรธพี่นะ"
"..."
คราวนี้กลับเป็นอิงรักที่นิ่งเงียบไปก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าอาจจะเผลอทำตัวเอาแต่ใจเกินไปทั้งที่เขามาสายเพราะต้องทำงานแทนธนากรที่ยังไม่กลับมาจากอเมริกา
"น้องอิงไม่โกรธหรอกค่ะ ว่าแต่...พี่ลักษณ์ดื่มมาเหรอคะ?"
"นิดหน่อยน่ะ"
อิงรักยื่นหน้าเข้าใกล้ธาราลักษณ์ที่เกิดตัวแข็งทื่อขึ้นมา เธอทำจมูกฟุดฟิดๆ ราวกับต้องการพิสูจน์กลิ่น ทั้งที่เขารู้อยู่เต็มอกว่าการกระทำของเธอไม่ได้แอบแฝงอะไร แต่ถึงอย่างนั้นหัวใจเขากลับเต้นกระหน่ำคับอกเมื่อถูกปลายจมูกรั้นถูไถตามลำคอเพื่อดมกลิ่นจนขนอ่อนลุกชันทั้งกาย
"น้องอิงได้กลิ่นน้ำหอม..."
อิงรักย่นจมูกพร้อมกับผละตัวถอยห่างจากธาราลักษณ์ทันทีเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมที่เธอไม่คุ้นเคยจากเขามาก่อนทั้งยังฉุนมากด้วย ขนาดแม่ของเธอยังไม่ใส่น้ำหอมที่ฉุนอย่างนี้เลย
จู่ๆ อิงรักก็เกิดรู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมาเสียอย่างนั้นก่อนจะเบือนหน้าหนีทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องไม่ชอบใจด้วย
"น้องอิงเหม็นเหรอ?"
เห็นปฏิกิริยาที่เธอมีต่อเขาแล้วก็ทำให้อดใจเสียไม่ได้ ธาราลักษณ์ก้มหน้าลงสูดดมตามเสื้อเชิ้ตและเขาก็ได้กลิ่นน้ำหอมที่ไม่คุ้นเคยเช่นกันก่อนจะนึกไปถึงใบหน้าของลี่อินและเหตุการณ์ที่เธอเกิดล้มขึ้นมาจนเขาต้องโอบรับตัวเธอเอาไว้
คาดว่าน่าจะเป็นตอนนั้นที่กลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ของเธอติดตัวเขามา
"น้องอิงไม่ชอบให้กลิ่นคนอื่นติดตัวพี่ลักษณ์ค่ะ"
อิงรักกอดอกบอกเขาอย่างเด็กเอาแต่ใจ มีน้อยครั้งมากที่เธอจะแสดงอาการอย่างนี้เมื่อรู้สึกไม่พอใจอะไรสักอย่างและครั้งนี้เธอก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจในตัวธาราลักษณ์ที่ไม่รู้ว่าไปเอากลิ่นน้ำหอมฉุนๆ นี่ติดตัวได้อย่างไร
ธาราลักษณ์เห็นท่าทางราวกับ ‘หวง’ เขาก็นิ่งงันไป ก้อนเนื้อใต้อกเกิดเต้นระส่ำอย่างรุนแรงกับคำพูดนั้น
เขาไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอจะหวงเขาอย่างที่คิดไปเองไหม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ติต่างไปแล้วว่าเธอต้องหวงเขาอย่างแน่นอน!
ถ้าไม่หวงจะทำหน้าบูดแล้วเหมือนคนที่งอนเขาหรือไง!
"พี่ลักษณ์ถอดเสื้อทำไมคะ!"
อิงรักถามคนข้างกายที่จู่ๆ ก็ถอดเสื้อเชิ้ตก่อนจะโยนทิ้งไปทางด้านหลังรถอย่างไม่สนใจ แผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นๆ ปรากฏสู่สายตาอิงรักเป็นครั้งแรกก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดตา
ถึงเธอจะเป็นแค่เด็กสิบขวบแต่เธอก็รู้จักอายเป็นนะ!
ธาราลักษณ์หัวเราะขำในลำคออย่างชอบใจ เขาไม่ได้ตั้งใจเย้าแหย่อิงรักหรอกแต่เห็นเธอหน้าแดงอย่างนี้แล้วก็นึกอยากแกล้งขึ้นมา
"ก็น้องอิงบอกว่าไม่อยากให้กลิ่นน้ำหอมคนอื่นติดตัวพี่ไม่ใช่เหรอ? พี่ก็ต้องถอดเสื้อสิ"
"ตะ แต่ก็ไม่เห็นต้องถอดตอนนี้เลยนี่คะ! ถ้ามีใครเห็นเข้าจะว่ายังไงล่ะคะ!"
เขาต้องแกล้งเธอแน่ๆ เลย! ไหนสัญญากันแล้วไงว่าจะไม่แกล้งกันน่ะ!!!
"ไม่มีใครเห็นหรอก รถพี่ติดฟิล์ม"
ถึงจะเห็นแล้วอย่างไรในเมื่อเขาไม่ได้สนใจสายตาคนอื่นที่มองมา ตอนนี้คนที่เขาสนใจมีคนเดียวเท่านั้นแหละ! คือยัยเด็กแก้มแดงที่เขาภาวนาเช้าเย็นขอให้เธอโตวันโตคืนเร็วๆ เสียที!
เขาชักจะทนความน่ารักของเด็กมันไม่ไหวแล้วนะ! ต้องอดทนอย่างนี้ไปอีกตั้งแปดปีเชียวหรือ!
ทำไมเขาถึงไม่ย้อนเวลากลับมาในช่วงที่เธออายุสิบแปดกันนะ! ถึงตอนนั้นเขาคงไม่ต้องอดทนถึงเพียงนี้!
สวรรค์กลั่นแกล้งชัดๆ! นี่กำลังเอาคืนเขาแทนอิงรักใช่หรือไม่ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยรังแกเธอ!
•┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈•
#ตอนหน้าน้องจะใส่ปุ๋ยเร่งโตเป็นเด็กสาววัย 15 แล้วนะคะ
อาจจะมีเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางกันบ้างนิดหน่อยแต่อย่าดราม่าเลย