ถ้าหากไล่ตามไทม์ไลน์ในช่วงชีวิตก่อนที่เคยเกิดขึ้น ธาราลักษณ์จำได้ว่าตนเองในวัยยี่สิบแปดปีเพิ่งเริ่มทำงานกับผู้เป็นพ่อ แม้ตอนนั้นจะลดเรื่องเที่ยวกลางคืนลงไปบ้างแต่ก็ยังถือว่าเป็นคนที่ไม่เอาไหนอยู่ดี
ความสัมพันธ์กับคนในบ้านก็ย่ำแย่ เขามีปากเสียงกับพ่อทุกวันเพราะเรื่องที่เขาทำตัวเหลวไหลไม่หยุด พฤติกรรมในช่วงชีวิตก่อนทำให้พ่อเอือมระอาจนเกือบจะตัดหางปล่อยวัดอยู่หลายครั้ง ต่างกับอิงรักที่กลายเป็นลูกรักของธนากรที่ประเคนทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอ แต่ถึงอย่างนั้นอิงรักก็ไม่เคยทำตัวหลงระเริงไปกับสิ่งที่เธอได้รับทั้งยังคงทำตัวดีอย่างเสมอต้นเสมอปลายเพราะอย่างนั้นเขาจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพ่อเขาถึงได้รักเธอประดุจลูกสาวแท้ๆ เผลอๆ อาจจะรักอิงรักมากกว่าเขาที่เป็นลูกชายแท้ๆ เสียอีก
ที่ผ่านมาอิงรักไม่เคยทำให้ธนากรและภมรพรรณ์ผิดหวังเลยสักครั้ง แต่มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่เธอถูกมองด้วยสายตาผิดหวังจากพ่อแม่นั่นก็คือการที่เธอท้องขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าพ่อเด็กคือใคร ส่วนคนที่กระทำเลวระยำนั้นก็คือเขานั่นเองแต่กลับไม่ยอมรับว่าคือพ่อเด็กในท้องทั้งที่เขารู้ดีเต็มอก
ครั้งหนึ่งในชีวิตของเขาเคยทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง แต่เมื่อได้รับโอกาสนั้นกลับมาอีกครั้งเขาจึงพยายามจะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอิงรักที่มันกำลังเป็นไปด้วยดี
ธาราลักษณ์เคยคิดมาตลอดว่าเขากับเธอสนิทกันมากจนสามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่องแต่น่าแปลกที่ช่วงหนึ่งอาทิตย์ให้หลังมานี้เขารู้สึกว่าอิงรักทำตัวไม่เหมือนเดิม
เธอไม่ได้พูดเจื้อยแจ้วกับเขาเหมือนทุกวันที่นั่งทานมื้อเช้าด้วยกันหรือตอนที่เขาไปรับไปส่งเธอที่โรงเรียน อิงรักไม่ได้ออดอ้อนเขาเหมือนที่ผ่านมาเมื่อเธอต้องการอะไรสักอย่างหนึ่งและเธอไม่ได้พูดจาหยอกล้อหรือแม้แต่คำชมที่มักจะเอ่ยชมว่าเขาหล่ออย่างนั้นเก่งอย่างนี้ก็ไม่มีสักประโยค…
หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาอิงรักกลายเป็นคนติดโทรศัพท์ที่แม้กระทั่งตอนนั่งทานข้าวเธอก็ยังต้องถือโทรศัพท์ติดมือ หลายครั้งที่เขาเห็นเธอพิมพ์แชตคุยกับเพื่อนๆ แต่ตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเธอคุยเพื่อนหรือแท้จริงแล้วเธอกำลังคุยกับใครอยู่
"น้องอิง ทานข้าวให้หมดก่อนแล้วค่อยเล่นโทรศัพท์"
ธาราลักษณ์อดตักเตือนอิงรักไม่ได้เมื่อเห็นว่าเธอแทบจะไม่แตะข้าวเลยเพราะมัวแต่กดแชตไม่หยุด ในขณะที่คนถูกเตือนก็ไม่ได้ดื้อดึงอะไรทั้งยังกลับมาทานข้าวด้วยท่าทางเป็นปกติทว่าสีหน้าเรียบนิ่งของเธอนั่นมันอะไรกัน?
ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาพ่อของเขากับแม่เลี้ยงอย่างภมรพรรณ์ต้องเดินทางไปต่างประเทศด้วยเรื่องธุรกิจที่กำลังขยายเส้นทางขนส่งเพราะอย่างนั้นช่วงนี้พวกเขาจึงไม่ได้อยู่ที่นี่และนั่นก็ทำให้เขาต้องคอยสอดส่องดูแลอิงรักเพียงคนเดียว ที่ผ่านมาเธอทำตัวเป็นเด็กดีมาโดยตลอด แต่มีระยะนี้ที่เธอทำตัวแปลกไป
เขาเลี้ยงอิงรักกับมือมาถึงห้าปีทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอกำลังทำตัวเปลี่ยนไป หรือช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาพลาดอะไรเกี่ยวกับเธอไปอย่างนั้นหรือ?
"น้องอิงอิ่มแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ"
อิงรักรวบช้อนส้อมวางลงบนจานและเมื่อพูดจบเธอก็เดินขึ้นชั้นบนทันทีโดยไม่ลืมที่จะคว้าโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย ทิ้งให้ธาราลักษณ์มองตามแผ่นหลังเธอด้วยสายตาดำมืดที่น้อยครั้งจะได้เห็น
ในใจเขาบังเกิดความรู้สึกตงิดใจบางอย่างจนต้องตามเธอขึ้นไปด้วย ประตูห้องนอนเธอเปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อยแต่มันก็มากพอที่จะทำให้เขาได้ยินบทสนทนาของอิงรักกับใครคนหนึ่งซึ่งเป็น...ผู้ชาย
[ตกลงนะ? วันพรุ่งนี้เราไปเที่ยวด้วยกันนะอิง]
เสียงทุ้มห้าวดังออกมาจากโทรศัพท์ที่เปิดสปีกเกอร์โฟนทำให้ธาราลักษณ์ได้ยินอย่างชัดเจน ก้อนเนื้อใต้อกข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างรุนแรงพร้อมๆ กับความรู้สึกหึงหวงปะทุขึ้นกลางใจ
ไอ้หมอนั่นมันเป็นใครกัน! ทำไมมันถึงได้มาคุยกับน้องอิงของเขา!
ในช่วงชีวิตก่อนธาราลักษณ์ไม่รู้หรอกว่าสถานการณ์อย่างนี้เคยเกิดขึ้นกับอิงรักหรือเปล่าเพราะตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจเธอ แต่เพียงแค่เขาจินตนาการว่าเธอออกไปเที่ยวเล่นกับผู้ชายคนอื่นเขาก็แทบคลั่งแล้ว!
ไม่ว่าอย่างไรครั้งนี้เขาจะขัดขวางไม่ให้มันเกิดขึ้นแน่นอน! เธอไม่มีสิทธิ์ไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนอื่นเด็ดขาด! คนที่เธอจะไปด้วยได้ทุกที่ต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น!
ขณะเดียวกันอิงรักก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา แต่เธอก็ไม่ได้เอะใจเลยว่าภัยเงียบที่ชื่อธาราลักษณ์กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เธอที่นอนหันหลังให้กับเขาจึงทำให้เธอมองไม่เห็นว่าเขาเดินมาหยุดข้างเตียงนอนแล้ว
อิงรักยังไม่ทันจะตอบรับเพื่อนชายร่วมห้องคนนั้นโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างกายก็ถูกชิงตัดสายไปเสียก่อนจากฝีมือของธาราลักษณ์และนั่นก็ทำให้อิงรักตกใจไม่น้อยที่จู่ๆ เขาก็โผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียง
"อ๊ะ! พี่ลักษณ์! ทำอะไรเนี่ย!"
"..."
ธาราลักษณ์ยืนมองอิงรักที่ขยับตัวลุกขึ้นนั่งด้วยแววตาคุกรุ่นอย่างไม่คิดปิดบังทำเอาคนที่เพิ่งเคยได้รับสายตานั้นชะงักนิ่งไป ในใจเกิดหวาดหวั่นอย่างไม่รู้ตัวทว่าก็พยายามเก็บอาการเหล่านั้นแต่ก็ไม่อาจพ้นสายตาของธาราลักษณ์อยู่ดี
"พรุ่งนี้จะไปไหนกับใครงั้นเหรอ?"
ธาราลักษณ์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาพยายามข่มกลั้นไม่ขึ้นเสียงกับเธอเพราะกลัวว่าจะสร้างความกลัวให้เธออย่างไม่รู้ตัว
อิงรักในอายุสิบห้าเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อที่เขาต้องดูแลอย่างใกล้ชิดและการที่เธอคุยกับเพื่อนชายและนัดกันออกไปในวันหยุดนั้นเขาย่อมต้องไม่ไว้ใจอยู่แล้ว ธาราลักษณ์ต้องการรู้ว่าเธอจะไปไหนหรือทำอะไร ทว่าอิงรักกลับไม่คิดอย่างนั้นในเมื่อมันเป็นเรื่อง ‘ส่วนตัว’ ของเธอ
"มันเป็นเรื่องส่วนตัวค่ะ น้องอิงไม่จำเป็นต้องบอกพี่ลักษณ์"
"แต่พี่ต้องรู้"
คราวนี้น้ำเสียงของธาราลักษณ์เข้มขึ้นหลายระดับ สีหน้าก็ดูเหมือนคนที่เริ่มจะไม่พอใจในความดื้อรั้นของอิงรักที่แอบหวาดหวั่นแต่ความอวดเก่งเล็กๆ ของเธอมันทำให้เธอไม่อาจยอมได้
ทีเขายังไปไหนมาไหนได้โดยที่ไม่บอกเธอด้วยซ้ำ! แต่พอเธอบอกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวเขากลับไม่พอใจอย่างนั้นหรือ! เอาเปรียบกันเกินไปแล้วนะ!
"เอาโทรศัพท์คืนมานะคะ!"
อิงรักไม่อยากต่อปากต่อคำกับธาราลักษณ์ เธอลุกขึ้นยืนบนเตียงพยายามจะยื้อแย่งโทรศัพท์จากมือเขาทว่าเขาก็ว่องไวเหลือเกิน จนเธอตัดสินใจโถมตัวกอดเขาเอาไว้แน่นทำให้ธาราลักษณ์เสียหลักหงายหลังลงบนพื้นโดยมีอิงรักทับอยู่บนร่าง
รอยยิ้มหยักอย่างคนได้ใจปรากฏบนริมฝีปากเล็กได้รูป โทรศัพท์ในมือธาราลักษณ์ถูกคว้ากลับไปแต่อิงรักยังไม่ทันจะลุกขึ้นออกจากตัวเขาก็ถูกท่อนแขนหนาตวัดโอบเอวเอาไว้แน่น
หมับ!
"อ๊ะ! ปล่อยนะ! ปล่อยน้องอิงนะคะ!
•┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈•
#ก็เอาซี่! น้องอยู่ในช่วงดื้อแล้วนะขอบอก!!!