บทที่ 10/1

1376 Words
เป็นเวลากว่าแปดปีแล้วที่อิงรักอยู่ใต้ร่มโพธิ์ร่มไทรของตระกูล ‘เลิศวชิรกร’ ประมุขของตระกูลคนปัจจุบันคือธนากรซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงที่ดีกับอิงรักและภมรพรรณ์มาก ที่ผ่านมาแปดปีเขาดูแลสองแม่ลูกดีมาก โดยเฉพาะลูกเลี้ยงอย่างอิงรักที่เปรียบเสมือนดั่งลูกสาวแท้ๆ ไปแล้ว อิงรักเป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย เธอไม่เคยทำตัวเกเรเป็นที่น่าหนักใจของครอบครัวและยังเป็นที่รักของครอบครัวโดยเฉพาะเป็นที่รักของพี่ชายต่างสายเลือดที่คอยดูแลประคบประหงมไม่ห่าง อิงรักในวัยเด็กสิบขวบเติบโตกลายเป็นหญิงสาวสะพรั่งวัยสิบแปดปีแล้ว จากเด็กมัธยมกลายเป็นหญิงสาวมหาลัยที่ใครๆ ต่างก็เข้าหาแต่เธอกลับไม่ชายตาแลใคร ในขณะเดียวกันธาราลักษณ์วัยสามสิบเอ็ดปีก็มีหญิงสาวมากหน้าหลายตาเข้าหาไม่น้อยเช่นกัน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเขาก็รักมั่นเพียงอิงรักคนเดียวเท่านั้นแม้ว่าเธอจะไม่รู้ความจริงในข้อนี้ก็ตาม ตลอดระยะเวลาแปดปีที่ผ่านมาธาราลักษณ์เก็บความลับนี้ไว้ในใจเพียงคนเดียว ต่อหน้าพ่อและแม่เลี้ยงเขาทำตัวดีและรักษาระยะห่างกับอิงรักพอสมควรเพราะทุกคนรู้ดีว่าเขากับอิงรักแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นพี่น้องกันทว่าก็ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ยิ่งอิงรักโตเป็นสาวเขาก็ยิ่งต้องสำรวมพฤติกรรม ต่างจากอิงรักที่มักจะไม่สนใจเรื่องพวกนั้น เมื่อก่อนเธอเคยกอดเขาและชิดใกล้อย่างไร ปัจจุบันก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ แม้ผู้เป็นแม่จะเตือนหลายครั้งแล้วแต่อิงรักก็มักจะลืมตัวเสมอ ทว่าเขากลับชอบใจที่เธอลืมตัวบ่อยๆ เสียอีกเหมือนอย่างตอนนี้ที่เธอพุ่งตัวเข้าสวมกอดเขาด้วยความดีใจเมื่อเห็นว่าเขาเป็นคนมารับเธอถึงมหาลัย "พี่ลักษณ์! กลับมาเมื่อไหร่คะ!" "ลงเครื่องมาปุ๊บพี่ก็มารับน้องอิงเลย" ธาราลักษณ์กอดเอวคอดอิงรักหลวมๆ ก่อนจะหอมหัวเธอฟอดใหญ่ให้หายคิดถึง การกระทำเหล่านี้เป็นเรื่องปกติสำหรับเธอกับเขาไปเสียแล้ว "หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาน้องอิงกินข้าวคนเดียวเหง๊าเหงาค่ะ" เพราะก่อนหน้านี้ธาราลักษณ์ต้องเดินทางไปญี่ปุ่นแทนธนากรที่ติดธุระด่วนทำให้ฝ่ายนั้นต้องบินไปอเมริกาและช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์มันก็นานพอที่ทำให้หญิงสาวผู้ติดพี่ชายอย่างอิงรักรู้สึกคิดถึงเขาไม่น้อยเลยและเมื่อรู้ว่าเขากลับมาก่อนกำหนดก็อดรู้สึกดีใจไม่ได้จนต้องกอดเขาไว้แนบแน่น อิงรักไม่อายแม้ว่าจะมีสายตาของเพื่อนสนิทอย่าง 'ทิวากาล' มองอยู่หรือแม้กระทั่งสายตาของเพื่อนร่วมคณะก็ตาม เธอออกจะภูมิใจด้วยซ้ำที่เธอมีพี่ชายที่ทั้งหล่อทั้งเก่ง จะหาว่าอวดพี่ชายเธอก็ไม่สนใจในเมื่อพี่ชายเธอดีจริงๆ! ด้วยประสบการณ์การทำงานตั้งแต่อายุยี่สิบสามปีจนกระทั่งตอนนี้ทำให้เขากลายเป็นที่ยอมรับในแวดวงธุรกิจว่าเขาคือหนุ่มนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ธนากรสละตำแหน่งประธานให้กับธาราลักษณ์ได้บริหารบริษัทเต็มตัวเมื่อตอนเขาอายุครบสามสิบ เป็นเวลาปีกว่าแล้วที่ธาราลักษณ์ทำหน้าที่ตำแหน่งประธานบริษัทแทนผู้เป็นพ่อและเขาก็ทำมันได้ดีเสียด้วยทว่าเขาก็ไม่ได้ชะล่าใจแต่อย่างใดเพราะประสบการณ์ที่ผิดพลาดในช่วงชีวิตก่อนมันสอนให้เขารู้จักระมัดระวังและวางแผนทุกอย่างให้รอบคอบ ต้องขอบคุณพวกเหตุการณ์สำคัญในช่วงชีวิตก่อนที่ทำให้เขาพอจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง นับว่าเป็นแต้มบุญที่ทำให้เขามีทุกวันนี้และมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนไป หนึ่งในนั้นที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดนั่นก็คืออิงรัก… ในช่วงชีวิตก่อนธาราลักษณ์จำได้ว่าอิงรักในวัยเด็กจนกระทั่งโตเป็นคนที่น่าเบื่อหน่ายทั้งยังเก็บกด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาที่เอาแต่รังแกเธอมาโดยตลอดจึงทำให้เธอต้องกลายเป็นคนที่ไม่กล้ามีปากมีเสียง ไม่กล้าเสนอความคิดเห็นหรือท้วงติงอะไร เธอยอมแม้กระทั่งเป็นนางบำเรอให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีซ้ำๆ โดยไม่คัดค้านหรือต่อต้านใดๆ เพราะอย่างนั้นจึงทำให้เขายิ่งได้ใจและทำตัวเลวระยำกับเธอครั้งแล้วครั้งเล่า สิ่งที่ทำให้ธาราลักษณ์รู้สึกเสียใจกับการกระทำตัวเองนั่นก็คืออิงรักกลายเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงและคนที่ทำให้เธอเป็นอย่างนั้นก็คือเขา การกระทำแสนเลวทรามในช่วงชีวิตก่อนทำให้เขารู้สึกผิดอยู่ในใจตลอดมาเพราะอย่างนั้นในช่วงชีวิตนี้เขาจึงเปลี่ยนแปลงทุกอย่างและผลของการเปลี่ยนแปลงนั้นมันก็น่าพึงพอใจไม่น้อยเมื่ออิงรักไม่ได้เป็นเหมือนเช่นครั้งก่อน ตอนนี้เธอเป็นหญิงสาวที่แสนร่าเริง สดใส ทั้งยังยิ้มง่ายและอ่อนโยน ทุกคนในบ้านเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดีและคอยดูแลเธอประดุจเจ้าหญิงเพราะอย่างนั้นสุขภาพจิตของเธอถึงได้ดีไม่มีปัญหา ต่างจากช่วงชีวิตก่อนที่สุขภาพจิตเธอแสนจะย่ำแย่จากทั้งเขาและเจนนิดาที่เป็นคนรักเก่าของเขา ที่ผ่านมาธาราลักษณ์หลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะทำให้เขาได้เจอกับเจนนิดามาโดยตลอดและถ้าหากอิงตามไทม์ไลน์ในชีวิตก่อนแล้ว ช่วงเวลานี้คือช่วงที่เขาเจอกับเจนนิดาเป็นครั้งแรกในงานประมูลผลงานศิลปะที่จัดขึ้นในทุกๆ ปี และเพื่อหลีกเลี่ยงการพบเจอกับเธอ เขาจึงไม่คิดไปงานประมูลนั้นแม้ว่าเขาจะได้บัตรเชิญจากเจ้าภาพงานก็ตาม อย่างน้อยอะไรที่เลี่ยงได้เขาก็เลี่ยงไปก่อน การไม่ข้องเกี่ยวกับเจนนิดาคือหนทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้ ที่ผ่านมาธาราลักษณ์ไม่เคยค้นหาตัวตนของเจนนิดาเลยว่าเธอจะทำอะไรหรืออยู่ที่ไหนเพราะเขาไม่คิดสนใจ แต่ลึกๆ แล้วเขาก็อดกังวลใจไม่ได้เพราะกลัวว่าเจนนิดาจะเวียนมาพบกับเขาและอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีกับอิงรักก็ได้ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะปกป้องอิงรักให้ถึงที่สุด เขาไม่มีทางปล่อยให้เธอตายเหมือนครั้งก่อนอย่างแน่นอน "กลับบ้านเรากันเถอะน้องอิง พ่อกับน้าภมรคงจะกลับถึงบ้านแล้วล่ะ" เที่ยวบินของธนากรกับภมรพรรณ์ถึงไทยในเวลาไล่เลี่ยกับเขาแต่เป็นเขาที่อยากมารับอิงรักที่มหาลัยด้วยตัวเองในขณะที่พ่อและแม่เลี้ยงตรงกลับบ้านทันทีเมื่อลงจากเครื่อง "ค่ะ น้องอิงคิดถึงคุณพ่อคุณแม่แล้วเหมือนกัน" อิงรักยิ้มแป้นมองธาราลักษณ์จนตาหยีพานทำให้คนมองอย่างเขาอดใจไม่ไหวฟัดแก้มเธอฟอดใหญ่หนึ่งครั้งต่อหน้าเพื่อนๆ ของเธอที่ต่างพากันมองด้วยความอิจฉา ต่างจากอิงรักที่หัวเราะคิกคักเพราะจั๊กจี้หนวดของเขาที่มันทิ่มแก้มจนเธอต้องเอ่ยเตือน "กลับไปพี่ลักษณ์ต้องโกนหนวดแล้วนะคะ ถ้าไม่โกนน้องอิงไม่ให้หอมแก้มแล้วนะ" "น้องอิงโกนหนวดให้พี่ด้วยนะ" ปกติธาราลักษณ์ก็ไม่ใช่คนชอบไว้หนวดอยู่แล้ว ใบหน้าเขาเกลี้ยงเกลาอยู่เสมอ แต่เมื่อคืนเขาขี้เกียจโกนต่างหากบวกกับเหนื่อยด้วยจึงปล่อยทิ้งไว้แต่มันก็ขึ้นเป็นตอเสียแล้วและคนที่โกนหนวดให้เขาเสมอจะเป็นใครได้อีกถ้าไม่ใช่อิงรัก "ได้สิคะ กลับไปน้องอิงจะดูแลพี่ลักษณ์อย่างดีเลยค่ะ!" •┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈• #น้องโตแล้วค่ะคนดีคนเก่ง ระวังตัวเอาไว้นะคะน้องอิง 555555555555
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD