คำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
============================
::
::
"แม่คะ น้องอิงไม่อยากตัดผมสั้นค่ะ"
อิงรักบอกกับภมรพรรณ์ทั้งที่ขนตายังเปียก ก่อนหน้านี้แม่บอกกับเธอว่าอย่างไรเสียก็ต้องตัดผมให้เป็นทรงเพราะไม่อาจปล่อยให้เธอไปโรงเรียนด้วยทรงผมหนูแทะอย่างนี้ได้
อิงรักที่ได้ยินอย่างนั้นจึงร้องไห้เสียใจ ภมรพรรณ์เห็นลูกสาวร้องไห้จนหน้าแดงก็อดสงสารลูกไม่ได้แต่ก็จำต้องตัดผมอิงรักจริงๆ
ในใจก็แอบรู้สึกผิดต่อลูกสาวที่ก่อนหน้านี้เธอก็ดันคะยั้นคะยออิงรักให้พยายามเข้าหาธาราลักษณ์เพียงเพราะต้องการให้เด็กๆ สนิทกันเข้าไว้เท่านั้น ภมรพรรณ์คิดว่าสักวันหนึ่งธาราลักษณ์อาจจะนึกเอ็นดูอิงรักขึ้นมาบ้าง แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เธอคิดเองฝ่ายเดียวเพราะความเป็นจริงแล้วธาราลักษณ์ดูจะรำคาญและรังเกียจลูกสาวเธอมาก
ภมรพรรณ์ดูออกตั้งแต่แรกแล้วว่าธาราลักษณ์ไม่ค่อยชอบเธอสักเท่าไหร่ เขาคงคิดว่าเธอต้องการเกาะธนากรก็เป็นได้ทั้งที่ความจริงแล้วเธอไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย
ที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มคบหากับธนากรเธอก็รักเขาด้วยใจจริงๆ และไม่เคยคิดที่จะหวังเอาสิ่งใด แต่เป็นธนากรต่างหากที่มอบความสบายต่างๆ ให้กับเธอโดยที่เธอไม่เคยร้องขอสักครั้ง
หลายครั้งที่เธอปฏิเสธสิ่งของมีค่าหลายอย่างที่ธนากรมอบให้กับเธอ แต่เขาก็มักจะตัดพ้อทุกครั้งจนเธอเกิดความลำบากใจไม่น้อยและสุดท้ายก็ต้องรับเอาไว้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างเธอกับธนากร
นอกจากจะมอบของดีๆ ให้กับเธอแล้วสามีใหม่คนนี้ยังเอ็นดูลูกสาวเธอไม่น้อยเลย หลายครั้งที่เขาเองก็มอบสิ่งดีๆ ให้กับอิงรัก อย่างการย้ายเข้าโรงเรียนดีๆ ก็เป็นสิ่งที่ธนากรจัดการให้โดยที่เธอไม่ได้ร้องขอ
การเอาใจใส่ดูแลของธนากรที่มีต่อเธอและลูกสาวอาจจะทำให้ธาราลักษณ์ไม่พอใจจึงทำให้เขาไม่ชอบเธอแล้วก็พานไม่ชอบอิงรักตามไปด้วย
ต่อจากนี้ไปเห็นทีคงต้องให้ลูกสาวอยู่ห่างๆ จากธาราลักษณ์เสียแล้ว ในเมื่อเขาไม่อยากเป็นพี่น้องกับอิงรักเธอก็จะไม่ฝืนให้ลูกสาวเข้าใกล้เขาอีก
"น้องอิง หนูฟังแม่นะคะ ถึงครั้งนี้ผมน้องอิงจะสั้นแต่เราก็ไว้ให้ยาวใหม่ได้ แต่แค่ต้องใช้เวลาหน่อยก็เท่านั้นเอง"
"..."
อิงรักเม้มปากแน่นไม่ได้พูดโต้เถียงอะไร เธอรู้ดีว่าผมเธอมันสามารถยาวได้เรื่อยๆ แต่เมื่อคิดว่าผมที่เธอไว้ยาวมาโดยตลอดต้องถูกตัดมันก็อดใจหายและเสียใจไม่ได้ แต่เธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตัดผมเท่านั้น จะให้ไว้ผมไม่เป็นทรงมันก็คงไม่ใช่เรื่องดี
"น้องอิงเข้าใจแล้วค่ะคุณแม่"
"แม่ว่าน้องอิงตัดผมสั้นแล้วต้องน่ารักมากแน่ๆ เลย เชื่อสายตาแม่สิคะ"
จะไม่ให้ชมก็เห็นจะไม่ได้จริงๆ อิงรักลูกสาวเธอเป็นเด็กดีและน่ารักขนาดนี้ ต่อให้ผมจะยาวหรือจะสั้นอย่างไรเธอก็มองว่าลูกสาวเธอน่ารักอยู่ดี
"ไปค่ะ เราไปร้านตัดผมกันดีกว่า"
ภมรพรรณ์จูงมือลูกสาวที่ผมแหว่งเป็นหนูแทะเตรียมจะออกจากบ้านเพื่อไปยังร้านตัดผมร้านประจำที่เธอมักจะใช้บริการบ่อยๆ แต่ยังไม่ทันจะก้าวออกจากคฤหาสน์ร่างสูงใหญ่กว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตรก็เดินมาขวางทางไว้เสียก่อน
"เดี๋ยวก่อนครับ"
ธาราลักษณ์กล่าวรั้งสองแม่ลูกเอาไว้ เขาหลุบตามองอิงรักที่ตอนนี้รีบหลบอยู่ข้างหลังแม่และท่าทางนั้นของเธอก็ทำเอาเขาใจเสียไม่น้อย
โดนอิงรักแสดงท่าทีหวาดกลัวขนาดนี้...แล้วต่อไปเขาจะเข้าหาเธอได้อย่างไร!
ธาราลักษณ์ไม่คิดเลยว่าการกระทำของตัวเองเมื่อช่วงชีวิตก่อนจะสร้างความหวาดกลัวให้กับอิงรักถึงเพียงนี้…ต่อให้ตอนนี้เขาจะนึกคร่ำครวญและด่ากรนตัวเองอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงในข้อนี้ได้ว่าอิงรักกำลังหวาดกลัวเขาอย่างหนัก
แค่เห็นหน้าเขาน้ำตาเธอก็รื้นจวนเจียนจะไหลออกมาแล้ว…
"คุณลักษณ์มีอะไรหรือเปล่าคะ?"
แม้ภมรพรรณ์จะได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงของธาราลักษณ์แล้วแต่เธอก็ไม่เคยเรียกเขาว่าลูกแต่อย่างใด เหมือนอย่างที่ธาราลักษณ์ก็ไม่เคยเรียกเธอว่าแม่เช่นกัน เรื่องนี้ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าควรจัดการสรรพนามเรียกขานกันอย่างไรโดยไม่ต้องบอกกล่าว
แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นก็คือท่าทีที่ยอมโอนอ่อนให้กับเธอนั้นมันอะไรกัน?
ปกติแล้วธาราลักษณ์พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงห้วนๆ เรียบนิ่งเสียด้วยซ้ำ ทว่าครั้งนี้กลับมีคำลงท้ายอย่างคำว่า ‘ครับ’ ด้วยทั้งที่ปกติแล้วเขาไม่เคยพูดอย่างนี้กับเธอเลยสักครั้ง
อะไรเข้าสิงลูกเลี้ยงคนนี้งั้นหรือ?
"ผม…ขอเป็นคนไปส่งน้องอิงตัดผมที่ร้านได้ไหมครับ?"
"..."
ภมรพรรณ์ยืนเงียบและพยายามมองค้นหาว่าธาราลักษณ์กำลังคิดจะรังแกอะไรลูกสาวเธอหรือเปล่า แต่เธอกลับพบว่าในแววตาของธาราลักษณ์ไม่อะไรแอบแฝงนอกจากความเรียบนิ่งเท่านั้น
ภมรพรรณ์ไม่ได้ปฏิเสธธาราลักษณ์แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันไปถามเห็นของลูกสาวตัวเองเช่นกัน
"น้องอิงว่าไงคะ? อยากให้พี่ลักษณ์ไปส่งน้องอิงที่ร้านตัดผมไหม?"
คนถูกถามเหลือบตามองธาราลักษณ์อย่างกล้าๆ กลัวๆ และเมื่อเห็นว่าเขาจ้องเธออยู่ก็รีบหลบตาก่อนจะส่ายหน้าพรืดปฏิเสธโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่น้อย
"มะ ไม่เอาค่ะ น้องอิงอยากให้คุณแม่ไปส่งคนเดียว น้องอิงไม่อยากไปกับพี่ลักษณ์"
อิงรักจับชายเสื้อของภมรพรรณ์เอาไว้แน่น ดวงตากลมโตที่มองเขารื้นน้ำตาใกล้จะไหลอยู่รอมร่อ ธาราลักษณ์ที่เห็นปฏิกิริยานั้นของเธอที่มีต่อเขาแล้วก็ยิ่งปวดใจ
เมื่อก่อนเขาไม่เคยสนใจความรู้สึกเธอ ดีแต่เมินเฉยเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เมื่อมาเจอกับตัวเองเพิ่งเข้าใจความรู้สึกว่ามันเป็นอย่างไร
"น้าต้องขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวร้านตัดผมจะปิดเสียก่อน"
ภมรพรรณ์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างกัน เธอไม่เสียเวลาอยู่ต่อก่อนจะจูงมืออิงรักให้ออกจากบริเวณนั้นและขึ้นรถที่จอดรออยู่ตรงบริเวณหน้าคฤหาสน์หลังโต
ภมรพรรณ์ตัดสินใจแล้วว่าต่อจากนี้ไปเธอจะไม่คะยั้นคะยอลูกสาวให้เข้าหาเพื่อผูกมิตรกับธาราลักษณ์อีกแล้ว ในเมื่อที่ผ่านมาเขาอยากต่างคนต่างอยู่ดีนักเธอก็จะทำเช่นนั้นและจะไม่ให้ลูกสาวเข้าใกล้เขาอีกอย่างที่เขาต้องการมาตลอด โดยที่ภมรพรรณ์ไม่รู้เลยตอนนี้ธาราลักษณ์ไม่ได้ต้องการอย่างนั้นแล้ว
ช่วงชีวิตก่อนอิงรักเคยเป็นของเขาอย่างไร ช่วงชีวิตนี้เธอก็ต้องเป็นของเขาเช่นกัน เพียงแต่สถานะที่เขาจะมอบให้เธอมันจะไม่เหมือนเดิม...
ช่วงชีวิตก่อนเขาดูแคลนอิงรักต่างๆ นานา ดูถูกความรักที่เธอมอบให้และไม่เคยเห็นค่าในตัวเธอด้วยการมอบสถานะนางบำเรอให้กับเธอทั้งที่เธอไม่ได้เต็มใจที่จะรับแต่เป็นเขาที่ยัดเยียดให้กับเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่เมื่อย้อนเวลากลับมาแล้วเขาจะไม่ทำให้โอกาสครั้งนี้เสียเปล่าเพราะตอนนี้เขาทำการจองอิงรักเอาไว้แล้วและเมื่อเธอโตขึ้นเขาจะมอบสถานะอื่นที่ไม่ใช่นางบำเรอให้กับเธอ
ธาราลักษณ์จะเชิดหน้าชูตาอิงรักให้สมกับสถานะที่เขาจะมอบให้ เพียงแต่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมก็เท่านั้น...
สิ่งที่เขาทำได้ในเวลานี้ก็คือพยายามเข้าหาอิงรักและสร้างความผูกพันกับเธอให้มากที่สุดเพื่อที่วันหนึ่งเธอจะไม่สามารถหนีไปจากเขาได้
แต่ที่มันยากคือเขาจะเข้าหาเธอด้วยวิธีไหน! เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำดีกับเธอเลยสักครั้งน่ะสิ!!!
•┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈•
#ก็เอาสิ แม่ของน้องก็เหมือนจะดึงน้องให้ถอยห่างด้วยนะ! ฉันอยากจะรู้จริ๊งจริง! ว่าแกจะใช้มารยาสาไถอะไรเข้าหาลูกสาวฉัน!