บรรยากาศภายในสำนักงานเขตเงียบสงบเนื่องจากเป็นช่องทางพิเศษระดับวีไอพีที่ภูผาจัดเตรียมไว้ เจ้าหน้าที่นายทะเบียนวางเอกสารสำคัญสองฉบับลงตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มการค้าที่ส่งให้คู่บ่าวสาว
"เชิญเซ็นชื่อตรงนี้ครับ แล้วทางเราจะออกใบสำคัญการสมรสให้ทันที"
มือบางของ ‘ณลิน’ สั่นระริกขณะจับปากกา เธอมองช่องว่างข้างชื่อของ ‘นายภูผา อัครไพศาล’ ที่ตวัดลายเซ็นไว้อย่างหนักแน่นและมั่นคง ลายเซ็นของเขาดูทรงอำนาจและหยิ่งทะนงเหมือนเจ้าตัวไม่มีผิด
ในขณะที่เธอกำลังลังเล เสียงทุ้มเย็นชาที่กระซิบอยู่ข้างหูก็เร่งเร้าให้หัวใจเต้นระรัว
"เซ็นสิ... หรืออยากเปลี่ยนใจกลับไปนอนรอรับศพพ่อที่โรงพยาบาล?"
คำขู่นั้นได้ผลชะงัด ณลินหลับตาลง กลั้นใจจรดปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงไป วินาทีนั้นเธอรู้สึกเหมือนกำลังเซ็นขายวิญญาณให้ซาตาน สิ้นสุดความเป็นอิสระ และเริ่มต้นชีวิตในฐานะ 'นางบำเรอที่มีทะเบียนสมรส' อย่างสมบูรณ์
"ยินดีด้วยนะครับ คุณภูผา คุณณลิน ขอให้ครองคู่กันอย่างมีความสุข..."
ภูผาลุกขึ้นยืนทันทีโดยไม่รอฟังคำอวยพรจบ เขาคว้าใบทะเบียนสมรสฉบับของตัวเองมาถือไว้ แล้วเดินนำลิ่วออกจากห้องไป ทิ้งให้ณลินต้องก้มหัวขอบคุณเจ้าหน้าที่อย่างเก้อเขิน ก่อนจะรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแผ่นหลังกว้างนั้นไป
...
รถลีมูซีนคันเดิมเลี้ยวกลับเข้ามาจอดที่หน้า คฤหาสน์เพียงผา อีกครั้งในช่วงบ่าย แต่ครั้งนี้บรรยากาศเปลี่ยนไปเมื่อมีรถเบนซ์รุ่นคลาสสิกสีดำขลับจอดเทียบท่าอยู่ก่อนแล้ว
ทันทีที่เห็นรถคันนั้น ภูผาชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเป็นปม
"คุณย่ามา..." เขาพึมพำอย่างหัวเสีย "คงจะมาเช็กผลงานสินะ"
เขหันมาคว้าข้อมือณลิน บีบแน่นจนเธอหน้านิ่ว "จำไว้... อยู่ต่อหน้าย่าฉัน ห้ามพูดมาก ห้ามฟ้อง และห้ามทำตัวน่าสงสาร เข้าใจไหม!"
"ค่ะ... โอ๊ย คุณภูผา ฉันเจ็บ"
"เจ็บก็ทน!" เขากระชากแขนเธอให้เดินตามเข้าไปในห้องรับแขกโอ่โถง
ที่โซฟาหลุยส์กลางห้อง หญิงชราวัยเจ็ดสิบกว่าที่ยังดูสง่างามและน่าเกรงขามนั่งจิบชาอยู่ นางคือ ‘คุณหญิงย่ามณี’ ประมุขตัวจริงของตระกูลอัครไพศาล และเป็นเพียงคนเดียวที่ภูผาต้องยอมก้มหัวให้
"กลับมากันแล้วรึ พ่อตัวดี" คุณหญิงวางถ้วยชาลง สายตาคมกริบภายใต้แว่นกรอบทองมองหลานชายสลับกับหญิงสาวข้างกาย
"สวัสดีครับคุณย่า มาทำไมไม่บอกก่อนล่ะครับ ผมจะได้ให้คนเตรียมอาหารที่ย่าชอบไว้" ภูผาปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งความห่างเหิน
"ฉันไม่ได้มาเพื่อกิน แต่ฉันมาดูหน้าหลานสะใภ้" คุณหญิงมณีหันไปมองณลินเต็มตา "นี่น่ะรึ... ลูกสาวของอดีตเจ้าสัวชัยวัฒน์ หน้าตาสะสวย กิริยาดูเรียบร้อย... ใช้ได้"
ณลินรีบยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม "กราบสวัสดีค่ะคุณท่าน"
"เรียกคุณย่าเถอะ ไหนๆ ก็จดทะเบียนกันแล้ว" หญิงชรากวักมือเรียก "เข้ามาใกล้ๆ สิ ขอดูหน้าชัดๆ หน่อย"
ณลินค่อยๆ คลานเข่าเข้าไปหา ผู้สูงวัยมองสำรวจใบหน้าหวานที่ดูซีดเซียวและดวงตาที่บวมช้ำอย่างพิจารณา ก่อนจะเหลือบไปเห็นรอยแดงจางๆ ที่โผล่พ้นคอเสื้อเดรสออกมา
คุณหญิงมณีถอนหายใจเบาๆ หันไปดุหลานชายเสียงเข้ม "ตาภู... แกคงไม่ได้รังแกน้องจนเกินงามใช่ไหม?"
ภูผายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ "ก็แค่ทำหน้าที่สามีภรรยาครับคุณย่า ย่าอยากได้เหลนเร็วๆ ไม่ใช่เหรอ ผมก็ต้องขยันหน่อย"
คำตอบของเขาทำให้ณลินหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย เธอก้มหน้ามองพื้นมือประสานกันแน่น
"เบาๆ หน่อยเถอะ พ่อเจ้าประคุณ ผู้หญิงเขาตัวเล็กนิดเดียว เดี๋ยวจะช้ำตายคามือไปซะก่อน" คุณหญิงส่ายหน้า ก่อนจะหันมาจับมือณลินแล้วยัดซองสีแดงใส่มือ "รับไปสิ เป็นของรับขวัญเข้าบ้าน... อดทนหน่อยนะหนูณลิน ตาภูมันปากร้ายใจแข็ง แต่มันไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอก"
"ขอบพระคุณค่ะคุณย่า"
"เอาล่ะ ฉันหมดธุระแล้ว จะกลับไปพักผ่อน... อ้อ ตาภู อาทิตย์หน้าวันเกิดหนู 'แพรวา' แกอย่าลืมไปร่วมงานล่ะ เดี๋ยวทางผู้ใหญ่ฝั่งนู้นเขาจะตำหนิเอาได้"
ชื่อของบุคคลที่สามทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกลงทันที ภูผาหน้าตึงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"ครับ ผมไม่ลืม"
เมื่อส่งคุณหญิงมณีขึ้นรถกลับไปแล้ว ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง ภูผาหันขวับมามองณลินที่ยืนกอดซองแดงอยู่
"ส่งมา" เขายื่นมือออกมาตรงหน้า
"คะ?"
"ซองนั่น... ส่งมา!"
ณลินยื่นซองให้เขาอย่างงุนงง ภูผาเปิดดูเห็นเช็คเงินสดจำนวนหนึ่ง เขากระตุกยิ้มเหยียดหยามก่อนจะโยนมันลงพื้นแทบเท้าเธอ
"เก็บไว้สิ ค่าตัวงวดแรกของเธอ"
"คุณภูผา..." ณลินมองเขาด้วยความตัดพ้อ
"แล้วก็จำไว้ อย่าคิดจะใช้ย่าฉันเป็นเกราะกำบัง ย่าท่านแค่เห่อของเล่นใหม่ เดี๋ยวท่านก็เบื่อ" ภูผาก้าวเข้ามาประชิดตัว จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "ส่วนเรื่อง 'แพรวา'... เธอคงได้ยินแล้วสินะ"
"ค่ะ... เธอเป็นใครเหรอคะ?" ณลินถามออกไปโดยไม่ทันคิด
ดวงตาของภูผาวาวโรจน์ขึ้นมาทันที "ไม่ใช่เรื่องของลูกหนี้อย่างเธอที่ต้องรู้! จำใส่สมองกลวงๆ ไว้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฉัน หน้าที่ของเธอมีแค่ในห้องนอน นอกห้องนั้น... เธอเป็นแค่อากาศธาตุ!"
เขาสะบัดหน้าเดินหนีขึ้นบันไดไป แต่แล้วก็ชะงัก หันกลับมาสั่งเสียงเฉียบขาด
"คืนนี้ไม่ต้องรอ... ฉันไม่กลับ!"
ภูผาเดินออกไปที่โรงรถ สตาร์ทรถสปอร์ตคันหรูแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว เสียงล้อบดถนนดังสนั่นหวั่นไหว ทิ้งให้ณลินยืนโดดเดี่ยวอยู่กลางโถงบ้านกว้างใหญ่
หญิงสาวก้มลงเก็บเช็คที่พื้นขึ้นมามองหยาดน้ำตาเม็ดโตหยดลงบนกระดาษจนตัวเลขเลือนราง เธอเข้าใจสถานะตัวเองแจ่มแจ้งแล้ววันนี้...
ในบ้านหลังนี้ เธอมีตัวตนแค่ตอนที่เขาต้องการปลดปล่อยตัณหา แต่นอกบ้าน... ในโลกของเขา ไม่มีที่ว่างสำหรับเธอแม้แต่ตารางนิ้วเดียว
ชื่อ 'แพรวา' วนเวียนอยู่ในหัวของณลิน... ผู้หญิงคนนั้นคงสำคัญกับเขามาก ถึงขนาดทำให้มัจจุราชอย่างภูผาแสดงอารมณ์หวั่นไหวออกมาได้ขนาดนั้น
ณลินกำมือแน่น ปาดน้ำตาอย่างเด็ดเดี่ยว 'ทนหน่อยณลิน... ทนเพื่อพ่อ พอใช้หนี้หมดเมื่อไหร่ เธอจะได้ไปจากนรกขุมนี้เสียที'
แต่เธอหารู้ไม่ว่า... กรงทองแห่งนี้ไม่ได้เปิดออกง่ายๆ และพันธะที่มองไม่เห็นกำลังจะรัดรึงเธอแน่นขึ้นจนดิ้นไม่หลุด