ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าที่ดังขึ้นรัวๆ ไม่ต้องเปิดดู วรรษมน หรือ วิว ก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นข้อความจากใคร เพราะมีอยู่คนเดียวที่ขยันส่งข้อความมาให้เธออยู่แบบนี้เป็นประจำ แม้เธอจะตอบบ้างไม่ตอบบ้างแต่เขาก็ยังไม่ละความพยายาม
วิวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เป็นเวลากว่าสองเดือนแล้วที่เธอต้องทนกับสถานการณ์ชวนอึดอัดเช่นนี้
“นายนั่นยังไม่เลิกมาวุ่นวายกับวิวอีกเหรอ” อนันตญา หรือ อัน ถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของเพื่อนร่วมคณะที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิท เพราะทั้งสองเรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมต้น
“ยังเลย” วิวยังคงจ้องหน้าจอโทรศัพท์ในมือนิ่ง ลังเลว่าจะกดอ่านข้อความที่อีกฝ่ายส่งมาหรือว่าจะเมินเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา
“ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนหน้าด้านหน้าทน แถมน่ารำคาญเท่านายคนนี้มาก่อนเลย” เพราะรับรู้ทุกการกระทำของฝ่ายนั้นมาตลอด อันจึงรู้สึกอึดอัดไม่ต่างจากเพื่อน และเธอมักจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเสมอ
“เราไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” วิวบอกอย่างจนปัญญา นอกจากส่งข้อความมาให้เป็นประจำทุกวันแล้ว เขายังมาวอแว มาตามตื๊อเธอไม่เลิก จนถึงขั้นคุกคามเลยก็ว่าได้
แม้เธอจะบอกกับเขาไปตามตรงหลายครั้งแล้ว ว่าเธอคิดกับเขาแค่เพื่อน ที่สำคัญคือเธอยังไม่คิดเรื่องมีแฟน เพราะอยากจะให้ความสำคัญกับเรื่องเรียนก่อน แต่ก็เปล่าประโยชน์ เพราะเขาถือคติที่ว่า ‘ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก’ แถมยังบอกอีกว่ายินดีรอจนกว่าเธอจะพร้อม
“ยังดีนะที่ไม่ได้เรียนอยู่คณะเดียวกัน ถ้าอยู่คณะเดียวกันนี่ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะตามติดวิวขนาดไหน สิงร่างได้คงสิงไปแล้ว” อันว่าพลางทำหน้าขยาด ซึ่งวิวเองก็คิดไม่ต่างกัน
“แล้วเมื่อไรยายครีมจะมาเนี่ย เดี๋ยวนายนั่นก็โผล่มาก่อนหรอก”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ศิวดล หรือ ดล ซึ่งเป็นเพื่อนต่างคณะที่สองสาวบังเอิญได้รู้จักกับเขาตอนเรียนวิชาของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเรียนรววมกันหลายคณะ ก็เดินยิ้มร่าเข้ามา แล้วทรุดตัวลงนั่งเบียดวิว จนหญิงสาวต้องรีบกระเถิบออกไปเพื่อรักษาระยะห่าง
“วันนี้วิวจะกลับบ้านใช่ไหม เดี๋ยวเราไปส่งเอง พอดีวันนี้เราขับรถมา” ดลอาสา เพราะจำได้ว่าทุกวันหยุดหญิงสาวจะกลับบ้านซึ่งอยู่ในเขตปริมณฑล
“อาทิตย์นี้เราไม่ได้กลับบ้านน่ะ พอดีมีงานกลุ่มที่ต้องทำกับเพื่อนๆ ในสาขา”
แม้จะรู้สึกอึดอัดกับการกระทำของอีกฝ่ายแค่ไหน แต่น้ำเสียงที่ตอบกลับไปยังคงนุ่มนวลไม่ต่างจากเดิม จนอันอดขัดใจกับความอ่อนหวานของเพื่อนตัวเองไม่ได้
“งั้นเหรอ” สีหน้าเขาแสดงออกชัดเจนว่าเสียดาย ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าให้กลับมายิ้มแย้มในเวลาอันรวดเร็ว
“งั้นเย็นนี้ไปหาอะไรกินกันดีไหม เดี๋ยวเราเลี้ยงเอง” ชายหนุ่มยังไม่ละความพยายาม
“วันนี้เห็นทีจะไม่ได้อ้ะดล เพราะพวกเรามีเลี้ยงสายรหัส”
คราวนี้เป็นอันที่เป็นคนออกโรงปฏิเสธ และก่อนที่อีกฝ่ายจะได้พูดอะไรต่อหญิงสาวก็ชิงพูดขึ้นก่อน “นี่ก็ใกล้ถึงเวลานัดแล้ว พวกเราไปก่อนนะ คนอื่นจะได้ไม่ต้องรอ”
อันลุกขึ้นยืน และไม่ลืมที่จะฉุดแขนวิวให้ลุกตามไปด้วย สองสาวเดินพ้นตึกคณะออกมาได้ไม่เท่าไร คุณิตา หรือ ครีม ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทอีกคนแต่เรียนอยู่คนละคณะ ก็เดินเข้ามาสมทบพอดี
“ไปๆ รีบไป” อันใช้มืออีกข้างที่ว่างฉุดแขนครีมให้เดินตามไปอีกคน โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว
“อะไรกันเนี่ยยายอัน ทำอย่างกับกำลังหนีใครมาอย่างนั้นแหละ” ครีมโวย แต่ก็ยังเดินตามไปแต่โดยดี
“จะมีใครซะอีกล่ะที่ฉันอยากจะพายายวิวหนีไปให้พ้นๆ”
ครีมรู้ได้ในทันทีว่าก่อนหน้านี้เพื่อนทั้งสองต้องเจอกับสถานการณ์อะไรมา “ฉันละนับถือความพยายามของหมอนี่จริงๆ เลย”
“ถ้าพยายามแล้วมันไม่เป็นผลก็ควรพอไหมวะแก แต่นี่อะไร นับวันยิ่งทำตัวน่ารำคาญ” อันบอกอย่างเอือมๆ ชักจะหัวร้อนขึ้นมาอีกรอบ
“ฉันว่าพวกเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วละ ไม่งั้นชีวิตในรั้วมหา’ลัยของพวกเราไม่สงบสุขแน่ๆ” ครีมหยุดเดินและเสนอขึ้นมา
“อะไรสักอย่างที่ว่าคืออะไรเหรอ” วิวถามขึ้นอย่างสงสัย เธอก็ว่าเธอทำไปทุกอย่างแล้วนะ แต่ยังมีวิธีไหนที่เธอยังไม่ได้ทำอีกงั้นเหรอ
“ตอนนี้ยังคิดไม่ออก แต่ถ้าได้กินอะไรอร่อยๆ อาจจะคิดออกก็ได้”
“จะช้าอยู่ทำไมล่ะ รีบไปกันเลยสิ” พูดจบอันก็ยื่นมือออกไปโบกรถแท็กซี่ที่กำลังวิ่งมาทางนี้พอดี