บทที่ 10 หมาเฝ้าห้อง…
คำว่าตอบผิดชีวิตเปลี่ยนมันแว็บขึ้นมาในหัวของแองเจล่า นอกจากคำถามซึ่งยังลอยคว้างเพื่อรอคำตอบ สายตาของผู้ชายตรงหน้ามันก็เหมือนจะเฝ้ารอแกมบีบคั้น โกหกออกไปก็ไม่ได้บอกความจริงไปก็อาจแย่กว่า แองเจล่านึกอยากกัดลิ้นตายขึ้นมาทันที ใครกันที่บอกว่าผู้หญิงที่ยังซิงอยู่จะเป็นฝ่ายได้เปรียบ มันต้องไม่ใช่สถานการณ์แบบนี้หรือเปล่า เพราะความจริงอาจทำให้เธอเสียสิทธิ์ต่อรองทุกสิ่ง หน้าสวยเคร่งเครียดคิดหนักอ้ำอึ้งที่จะตอบ จนคลอฟท์เริ่มรู้สึกหงุดหงิด
“มันยากนักหรือไง หรือที่ฉันคิดมันจริง ?”
คนใจร้อนถามย้ำอย่างรำคาญ หน้าสวยช้อนมองแต่ก็ไม่ให้คำตอบอะไรนอกจากถอนหายใจอย่างคนคิดไม่ตก
“หรืออยากจะกินลูกปืนก่อน ถึงจะยอมพูดความจริงได้”
“ไอ้ป่าเถื่อน ดีแต่ข่มขู่ ข่มเหงกันอยู่เรื่อย แล้วมันจะยังไง จะมีอะไรเปลี่ยนเหรอ จะอยากรู้ไปทำไม ถึงยังไงฉันก็ต้องขายตัวใช้หนี้นายอยู่ดี”
แองจี้เริ่มจะโมโห นึกว่าเพิ่งผ่านกิจกรรมชวนเสียวกันมาจะทำให้เขาดีขึ้นด้วย แต่หมาบ้าก็ยังเป็นหมาบ้าอยู่วันยังค่ำ
“ก็เพราะฉันเป็นลูกค้าไง มีสิทธิ์ที่จะถาม จะได้รู้ว่ามันคุ้มมั้ยที่จะต้องจ่าย!! ถมเถไปยับเยินมาตั้งเท่าไหร่แล้ว แต่มาอัปราคาหลอกขายกัน”
“เมื่อ..เมื่อกี้ก็เห็นแล้วนี่ มีตำหนิหรือเปล่าล่ะ!! ” แองเจล่าถามตะกุกตะกัก พานให้หน้าแดงเรื่อขึ้นมาอีก
“ก็คงทำมาเยอะ ได้หมอดีสินะ ตราบใดที่ยังไม่ได้เช็ก ล้วงเข้าไปข้างใน เห็นแต่ข้างนอกก็หลอกกันได้ทั้งนั้นแหละ”
“ใครบอกว่าทำมา ไม่เคยทำหรือเคยผ่านอะไรมาทั้งนั้นแหละ จนซวยก็ตอนมาเจอไอ้บ้าอย่างแกนี่แหละ หึ”
หญิงสาวหลุดปากโพล่งออกมาด้วยความโกรธ ทั้งเจ็บใจเกือบเสียตัวไปแล้วแท้ ๆ แต่นอกจากเขาไม่เห็นค่า ยังพูดจาดูถูกอยู่ร่ำไป ร่างเล็กกำหมัดแน่น ปากคว่ำงองุ้ม หน้าอกที่ยกกระเพื่อมขึ้นลงบ่งบอกว่าหญิงสาวกำลังโมโหจนควันออกหู
คลอฟท์หรี่ตาลงขณะจ้องมองแม่กวางน้อยที่ไร้เดียงสาจนเผลออวดดีอย่างลืมตัว คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย ปากหยักยกยิ้มขึ้นมีเลศนัย
เมื่อทั้งห้องเงียบลงไปพักใหญ่ แองจี้ก็สะดุ้งตกใจ เธอเพิ่งมาคิดได้ว่าเมื่อครู่คำที่เธอพูดออกไป อาจกลายเป็นว่าเธอได้ยอมรับความจริงไปแล้ว แองเจล่าค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองก็พบเข้ากับรอยยิ้มชั่วร้ายของผู้ชายตรงหน้าก่อนที่เขาจะพ่นวาจาแย่ ๆ ตอกกลับมา
“โกหก!! ก่อนนี้ยอมรับมาเองว่าเป็นอีตัวลอบมาขายในพื้นที่คนอื่น พอฉันสนุกสนใจเล่นด้วยหน่อยก็ทำทีอยากอัปเกรด เพื่อโก่งราคาขึ้นไปอีก แสบนักนะ!!”
แองเจล่าถอนหายใจโล่ง ถึงขนาดหลุดปากออกไปว่ายังซิง คนตรงหน้าก็ยังหน้าโง่หาว่าเธอโกหกหวังโก่งราคา แต่ก็ช่างเถอะ ดีแล้วอย่างน้อยที่สุดก็ยังมีลูกเล่นให้เอาตัวรอดได้ แองเจล่าคิดได้อย่างนั้นก็สวนตอบออกไป
“ก็แล้วแต่จะคิด ฉันเบื่อเถียงแล้ว เข้าเรื่องเลยละกัน ถึงฉันจะมีสถานะเป็นลูกหนี้แต่ฉันก็ยังมีสิทธิ์ในร่างกายของฉันอยู่ และฉันก็ยังมีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองจากสภาสูงในฐานะพลเมืองของฟีนิกส์ ซึ่งทุกเขตการปกครองยังต้องยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายของเมืองนี้ ถ้านายเล่นตุกติกกับฉัน ฉันจะฟ้องให้หมดตัวเลยคอยดู ฉะนั้นถ้านายไม่จ่ายหรือหักหนี้สินตามข้อตกลง ห้ามนายแตะต้องตัวฉันเด็ดขาด!! รับปากมาก่อนสิ!!”
แองเจล่ายังคงถือดี หน้าเชิด เสียงกร้าวออกไปอย่างไม่มีทีท่าจะเกรงกลัวใด ๆ ทั้ง ๆ ที่ความจริงนั้นอกสั่นขวัญแขวนจนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปนานแล้ว แต่อย่างที่อเล็กซ์เคยบอก…อย่าทำหงอให้ศัตรูมันได้ใจเด็ดขาด ในขณะที่คลอฟท์มองเธอนิ่งจนเธอไม่รู้ว่าเขากำลังคิดแผนชั่วอะไร แต่ก็ช่างมันเพราะดูท่าว่าตอนนี้ไพ่เริ่มขึ้นในมือเธอแล้ว…
“จะฟ้องให้หมดตัว!! หึ…เก่งจริง ๆ ถามหน่อยถ้าฉันยิงทิ้งหลังจากเอาเธอจนหนำใจแล้ว จะเอาร่างที่ไหนถ่อไปฟ้องสภาสูง!! แต่เอาเถอะฉันมีเกียรติพอ จะเอายังไงก็เอา บอกตามตรงไม่ได้เชื่อทั้งหมดหรอกนะที่พล่ามมา ฉันเชื่อตัวฉันเองมากกว่า หึ หึ แต่..อย่างน้อยก็พอจะรู้อะไรดี ๆ บ้างแล้ว!!”
คลอฟท์ยกยิ้มตาเป็นประกายขณะไล้สายตาแทะโลมเธอ จน
แองเจล่าเสียวสันหลังวาบ รอยยิ้มนั้นมันแปลกจนใจเธอสั่น
“นายเนี่ยนะ..มีเกียรติ!!” แองเจล่าพึมพำ
“ได้ยินนะ อิหนู”
แองเจล่าไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดให้มากความ เพราะกลัวจะเผยอะไรออกไปมากกว่านี้ เธอมองไปรอบ ๆ ห้องพยายามหาทางหนีทีไล่หรือวิธีที่จะติดต่อกับคนภายนอกให้ได้ แต่ดูท่าจะหมดหวัง หน้าสวยถอนหายใจอย่างสิ้นหวังออกมา
“แล้วถ้าไม่ให้ฉันกลับ ฉันจะต้องนอนที่ไหน นอนพื้นไม่เอาหรอกนะแข็งจะตาย และฉันไม่นอนหรอกนะห้องนี้ ยิ่งให้นอนที่นี่กับนายด้วยแล้ว ไม่เด็ดขาด!! ผู้ชายนี่ยังไงกันโสโครกเหมือนกันหมด ”
“เคยอยู่กินเป็นตัวเป็นตนกับผู้ชายหรือไง ถึงได้กล้าเหมารวมว่าเหมือนกันหมด!! แล้วเธอมาขายตัวใช้หนี้นะ อย่ามาเรื่องมาก และไม่ต้องห่วงหรอกนะ อยู่กับฉันเธอไม่ได้นอนหรอก!!”
“ก็ต้องเคยน่ะสิ นอนร่วมห้องกับผู้ชาย บางครั้งก็ชายสามหญิงหนึ่งสนุกจะตาย เล่นเอาแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน”
แองจี้แกล้งพูดเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่เธอหลุดโพล่งไปก่อนหน้าและเพื่อยืนยันว่าเธอเป็นหญิงค้าบริการจริง ๆ และทำไมเธอจะไม่รู้ว่าพวกผู้ชายเป็นยังไงเพราะถ้านับแค่ความซกมก พวกพี่ ๆ ของเธอก็มีเรื่องให้ผู้เป็นมารดาบ่นเช้าบ่นเย็นได้แทบทุกวัน แต่เมื่อปรายสายตามองไปรอบ ๆ ห้องอีกครั้ง สามหนุ่มตระกูลหยวนรวมกันยังสะอาดกว่าไอ้คนเถื่อนตรงหน้าอยู่มาก
และในขณะที่คิดอะไรเพลิน ๆ ถึงพวกพี่ชาย เสียงปลายกระบอกปืนที่เคาะลงบนพื้นทำให้สติของแองจี้กลับมาสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้ง ก่อนจะหันไปตามเสียงก็เจอร่างสูงนั่งขวางประตูห้องพร้อมกับทำท่าทางยียวน
“นอนเฝ้าตรง…นี้!! เหมือนหมาเฝ้าห้องทำได้มั้ย!!”
มันชวนให้คนฟังรู้สึกเดือดขึ้นมาอีกครั้ง
อับจนหนทางจนเสียท่า เลยคิดอยากจะข่มเหงยังไงก็ทำได้อย่างนั้นหรือ แต่ต่อให้ต้องนอนพื้น นาทีนี้..คนที่ไม่มีทางเลือกอย่างเรา ก็คงต้องทำ ช่างมันเถอะ…นอนเอาแรงก่อนดีกว่า เหนื่อย เพลียจะตายอยู่แล้ว หนีไปได้ครั้งนี้พอทีกับน้ำเมา นี่พระเจ้าคงลงโทษที่ไม่เชื่อฟังมัมสินะ…
แองจี้ที่กำลังนึกถึงชะตากรรมของตัวเอง และเมื่อนึกถึงหน้าสวยหวานของผู้เป็นมารดาและใบหน้าเคร่งขรึมแต่แสนใจดีของผู้เป็นพ่อ ไหนจะเสียงโหวกเหวกโวยวายของพวกพี่ชาย พานให้ตากลมสวยรื้นขึ้นด้วยน้ำตา จมูกโด่งคมเริ่มแดงขึ้นเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ แต่เสียงเดียวในเวลานี้ที่ทำให้เธอฮึบสู้ทุกครั้งจู่ ๆ ก็ดังขึ้น
“ชื่ออะไร ?”
“ห๊ะ.. อะไรนะ” แองจี้ถามซ้ำเพราะเธอมัวใจลอยจริง ๆ
ชายหนุ่มยกปลายกระบอกปืนขึ้นพร้อมกับถามซ้ำด้วยน้ำเสียงแบบเมื่อครู่
“ถามว่าชื่ออะไร ? จะต้องให้ถามด้วยปากคนหรือปากอย่างอื่น ไหน ๆ ก็จะต้องเอากันสักท่าอยู่แล้ว ก็ควรรู้ชื่อไว้บ้างเป็นมารยาท”
“……. แองเจล่า !!” แองเจล่ากัดฟันตอบออกไป
“และเลิกขู่สักที อย่าคิดว่ายิงเป็นคนเดียวนะไอ้ของพรรค์นั้นน่ะ บอกเสียก่อนฉันก็เคยยิงมาเหมือนกัน ไม่ได้กระจอกงอกง่อยยอมให้ข่มเหงได้ตลอดไป เหมือนพวกผู้หญิงแบบที่นายเคยหิ้วไปนอนด้วยหรอกนะ”
“ถ้าไม่ได้กระจอกงอกง่อยเหมือนคนที่ฉันเคยหิ้ว ถ้าเก่งขนาดนั้น แล้วทำไมถึงเอาตัวไม่รอดแบบนี้ล่ะ ฮึ!! ก่อนจะปากดีดูถูกคนอื่นก็หัดดูเงาตัวเองก่อนเถอะนะ”
คลอฟท์พูดถูกแค่เรื่องเดียว คือ เรื่องที่เธอยังเอาตัวไม่รอด แองจี้จ้องเขาเขม็งปั้นหน้าบึ้งตึงใส่ เธอไม่อยากจะต่อปากต่อคำให้มากกับคนแบบเขา แองเจล่าหมุนตัวหันหลังให้ก่อนจะเดินกระแทกเท้าไปหยุดตรงโซฟายาวกลางห้อง ร่างกายเธอมันฟ้องว่าพลังงานชีวิตใกล้หมดเต็มที เรื่องของหมาบ้าที่นั่งกวนโอ๊ยอยู่ด้านหลังเธอไม่อยากจะใส่ใจอีกต่อไป
“ฉันไม่ใช่หมา คงนอนตรงที่นายนั่งจับจองไม่ได้ และถ้านายหวงที่ขนาดนั้น ก็นั่งเฝ้าเองละกัน อ่อ..ฉันจะนอนละ นั่งเฝ้าดี ๆ ล่ะ อย่าเห่าให้รำคาญ”
แองเจล่าพูดจบก็ทิ้งตัวลงนอนและปิดเปลือกตาลงทันที และดูเหมือนว่าเธอจะสั่งสมองให้หลับได้ภายในเสี้ยววิ คลอฟท์ที่ถูกทิ้งท้ายด้วยวาจาเจ็บแสบก็ชันตัวลุกขึ้นเดินเข้าหาทันที
“อ้าว เฮ้ย…หลับใส่เฉย นี่เธอไม่กลัวเลยหรือไง หลับลงไปได้ไง!! เธอไม่กลัวอันตรายหรือกลัวฉันเลยหรือไง”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปคลอฟท์จึงโน้มหน้าเข้าใกล้ ลมหายใจที่สม่ำเสมอบ่งบอกว่าแองเจล่าหลับไปแล้วจริง ๆ
“หลับจริงแฮะ”
คลอฟท์หยุดยืนอยู่ครู่ใหญ่ก่อนเดินกลับไปที่เตียงแล้วคว้าผ้าห่มหนาจากเตียงมาก่อนเดินกลับไปหาร่างบางที่โซฟาอีกครั้ง หลังจากห่มผ้าให้แองเจล่าพ่อมาเฟียหนุ่มก็ค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งข้างๆ
มือหนายกขึ้นเกลี่ยผมที่ปกลงมาปิดใบหน้า ก่อนจะใช้นิ้วโป้งเขี่ยวนตรงแก้มนุ่มนิ่มอย่างเบามือ ปากหยักเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะหุบยิ้มลงฉายแววตากร้าวทันที เมื่อคำพูดที่แม่ตัวดีกล่าวทิ้งไว้ก่อนจะผล็อยหลับไปดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทอีกครั้ง
…นั่งเฝ้าดี ๆ ล่ะ อย่าเห่าให้รำคาญ….