บทที่ 2 วันเกิดวัยขบเผาะ

2058 Words
บทที่ 2 วันเกิดวัยขบเผาะ  สามปีต่อมา “วันนี้วันเกิดลูก อยากให้พวกพี่ ๆ พาไปฉลองวันเกิดที่ไหน คิดไว้แล้วหรือยัง ?” รสรินทร์ถามขึ้นอย่างใส่ใจ แองเจล่าหันไปมองใบหน้าของผู้เป็นมารดาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “วันนี้หนูโตขึ้นมาอีกหน่อย ก็อยากไปในที่ที่พวกผู้ใหญ่เขาไปกัน มัมจะอนุญาตไหมคะ” รสรินทร์หันมองพวกที่ยังเหลืออยู่ ดูถ้างานหนักครั้งนี้จะตกอยู่กับพวกเขาเสียแล้ว “ที่ไหนก็ได้ เพราะพวกพี่ของลูกดูแลลูกได้อยู่เสมอ ขอแค่อยู่ในเขตของเรา ไม่จำเป็นจะต้องออกแรง ลูกสามารถเที่ยวเล่นได้อย่างอิสระ”เสียงหวานของผู้เป็นมารดาเอ่ยบอก “เย้ มัมใจดีที่สุดเลย ถ้าอย่างนั้นหนูขอไปเที่ยวกลางคืนนะคะ หนูมีชุดที่จะใส่ไปคืนนี้แล้ว รองเท้าก็มีแล้ว ขาดก็แค่คนขับรถ” หน้าหวานคลี่ยิ้มกว้างดีใจพลางเกาะเรียวแขนผู้เป็นมารดาอย่างประจบประแจง รสรินทร์ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการยิ้มให้ เธอไม่เคยหวงหรือห้ามลูก ๆ และคิดว่าเด็กทุกคนเมื่อโตแล้วย่อมมีความคิดเป็นของตนเองผู้ใหญ่อย่างเธอทำได้เพียงแค่คอยประคองและให้คำปรึกษา “คืนนี้แม่อนุญาตเต็มที่ ไปเที่ยวให้สนุก แล้วรีบกลับมาหาแม่นะลูกรัก” รสรินทร์พูดพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะและแก้มนวลใสของแก้วตาดวงใจ ก่อนกอดเธอไว้แนบแน่น แอนโดรเมด้าบาร์ 23.40 น เสียงดนตรียิ่งดึกก็ยิ่งดังกระหึ่ม หลังจากที่เพิ่งตัดเค้กไป เจ้าของงานวันเกิดก็กระดกแก้วในมือรัว ๆ เข้าปาก และผลของการที่ไม่เคยดื่มหนักมาก่อนทำให้เจ้าของวันเกิดมีอาการแอ๋ตั้งแต่สองแก้วแรก “เฮ้ย จะดื่มหนักอะไรขนาดนั้น ดื่มเหมือนคนไม่เคยได้ดื่ม เดี๋ยวก็อ้วกแตกหรอก” อองรีตะโกนถามเสียงดังแข่งกับดนตรีที่กระหึ่มไม่พัก “ทามมาย…พี่ชายพูดกับน้องสาวไม่เพราะเลย พูดแบบนี้เดี๋ยวหนูก็ฟ้องมัมให้เข็ด” “เมาแล้วหาเรื่องนี่หว่า ดูเอาเหอะ..นี่ถ้าพี่เจสันยังมาไม่ถึง สงสัยเราสองคนต้องได้หิ้วปีกยัยแองจี้กลับบ้านแน่” อองรีบ่นพลางส่ายหน้าให้อย่างเอือมระอา ทั้งที่วันนี้ก็เป็นวันเกิดของเขาเช่นกันแต่ก็ต้องมาคอยดูแลเธอแทนที่จะได้สนุก อเล็กซ์หันมองไปรอบ ๆ ตัวด้วยสายตาไม่ค่อยไว้วางใจนัก เป็นเพราะวันนี้เป็นคืนวันศุกร์ทำให้บาร์ทุกที่หรือแม้แต่ร้านเหล้าทุกแห่งเต็มไปด้วยลูกค้า เขาเองก็ลืมไปเสียสนิทว่าทุกร้านจำเป็นต้องเป็นเมมเบอร์เพื่อจองโต๊ะ ถึงแม้จะเป็นลูกผู้ทรงอิทธิพลแต่แม่ของพวกเขาก็ไม่เคยสอนให้วางก้าม หรือใช้ชีวิตเพื่อข่มเหงคนอื่นด้วยอำนาจที่มีอยู่ในมือ เมื่อตอนหัวค่ำพวกเขาก็เลยจำเป็นจะต้องตระเวนหาร้านเหล้าที่พอจะพาน้องสาวเข้าได้ ซึ่งอันที่จริงแม่ตัวแสบอายุก็ยังไม่สามารถเข้ามาในนี้ได้ด้วยซ้ำ แต่ก็เพราะอเล็กซ์ใช้บารมีของตนจึงทำให้แม้แต่เจ้าของร้านก็ยังต้องยอมเปิดประตูหน้าร้านให้เข้า ซึ่งปกติถ้าเป็นแขกที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ก็มักจะได้เข้าจากทางด้านหลังร้าน “เอาเหล้ามาอีก เอาเหล้ามาอีก ไอ้ที่หวาน ๆ แบบนี้น่ะมีอีกไหม” “เอาแล้วไง เมาแล้วเริ่มจะพล่าน นิสัยเหมือนใครวะเนี่ย” “ท่าทางจะไม่ไหวซะละมั้ง ผมว่าลากแม่ตัวแสบนี่กลับบ้านกันก่อนเถอะ ก่อนที่จะมีปัญหากับโต๊ะข้าง ๆ เดินไปเหยียบเท้าเขาเข้าหลายทีแล้ว” อเล็กซ์ได้ยินเสียงอองรีพูดจึงหันไปมองตาขวางใส่โต๊ะด้านข้าง ถึงแม้เขาจะมีรูปร่างและใบหน้าหล่อเหลา แต่เพียงแค่ปรายตามองด้วยสายตาดุกร้าว โต๊ะข้าง ๆ ที่มีแต่พวกผู้ชายร่างบึกก็ยังต้องเงียบลง เขาไม่นิยมชมชอบการมีปัญหาในสถานที่แบบนี้สักเท่าไหร่ แต่เมื่อต้องดูแลยัยตัวแสบซึ่งเล็กสุดของบ้าน ก็คงจะต้องอารมณ์ประมาณนี้ “เฮ้ย ทำไมทำท่าแบบนั้น ยัยแองจี้แกอย่าบอกนะว่าจะอ้วก” “หนูแค่รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอหอย มันเหมือนก้อนกลม ๆ อุ้ก!” ร่างเล็กทำท่าพะอืดพะอมเหมือนจะมีลมตีขึ้นมาที่คอหอย “แกพอเลยนะ ตอนเด็ก ๆ ก็ชอบมาอ้วกใส่ฉัน นี่โตจนหมาจะเลียตูดไม่ถึงแล้ว อย่ามาทำแบบเดิมเด็ดขาด ไสหัวของแกไปห้องน้ำเดี๋ยวนี้อย่ามาอ้วกใส่รองเท้าคู่ใหม่ของฉันนะเว้ย” อองรีออกท่าทางรังเกียจน้องสาวทันที “พาน้องไปห้องน้ำหน่อยสิ ฉันอยากนั่งอยู่ตรงนี้สักพักเผื่อพี่เจสันมาจะได้ไม่คลาดกัน ฉันว่าที่นี่ดูเหมือนจะเริ่มมีกลิ่นไม่ค่อยดีแล้วว่ะอองรี!!” เพราะเป็นเจ้าถิ่นทางฝั่งตะวันออก แต่เขตสถานที่ที่พวกเขาพาน้องสาวมาฉลองวันเกิดมันดันเป็นเขตการค้าส่วนกลาง ซึ่งไม่ว่าแก๊งไหนก็สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้ขอเพียงแค่มีเงินมากพอ เขตพื้นที่กลางไม่มีส่วนการปกครองเขตไหนกล้ายื่นมือเข้ามายุ่งได้ เพราะมันเป็นเขตการค้าเสรีที่ไม่ว่าใครก็อยากขยายอาณาเขตมาที่นี่ ฉะนั้นแล้วสภามาเฟียสูงจึงมีอำนาจตัดสินเหตุการณ์วุ่นวายที่นี่ และที่นี่เจ้าถิ่นที่แทบจะคุมการค้าหลายอย่างอย่าง..ซิกม่า เจ้าแม่ที่ไม่เคยอนาทรร้อนใจกับผู้ใด และไม่ฝักใฝ่ฝ่ายไหนทั้งนั้น เรียกง่าย ๆ เธอไม่เคยเลือกข้างฝ่ายใด!! ข้างเดียวที่เธอจะเลือกนั่นก็คือ…เงิน!! รวมทั้งบาร์นี่สาวใหญ่ในร่างชายอ้วนท้วมก็เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ไปทั้งตลอดแนวตรอก ซอกซอย ไม่ว่าจะเป็น ผับ ร้านเหล้า อาบอบนวด และซ่อง!! เขาก็เป็นเจ้าของทั้งสิ้น อเล็กซ์มองไปที่ประตูทางเข้าคล้ายกับมีพวกของฝั่งตะวันตกเดินไหลเข้ามาในร้านมากขึ้นเรื่อย ๆ และเขาวันนี้ซึ่งไม่ได้พาลูกน้องมามากพอ เพราะเป็นงานวันเกิดที่แองเจล่าขอร้องว่าอยากจะอยู่เหมือนคนปกติทั่วไป ด้วยน้องสาวเป็นพวกรักสงบ ถึงจะมีนิสัยเอาแต่ใจในบางครั้ง แต่คำขอแค่ครั้งเดียวของเธอพวกเขาซึ่งเป็นพี่ก็ต้องทำให้ได้ แต่เมื่ออเล็กซ์หันมาอีกทีกลับเห็นอองรี กำลังนั่งคั่วกับสาว ๆ โต๊ะฝั่งตรงข้าม และพอมองไปรอบ ๆ กายดันไม่เห็นน้องสาวตัวแสบเสียแล้ว “เฮ้ย!! ฉันบอกว่าให้พาน้องไปห้องน้ำ แล้วมานั่งสีหญิงอะไรอยู่ตรงนี้ไอ้อองรี” “โถ่ มันไปเองได้หรอกพี่ ตัวโตซะขนาดนั้นแล้ว แค่เมื่อกี้จะพยุง มันยังสะบัดผมและไล่อีกต่างหาก ไม่ต้องห่วงหรอกครับไม่ได้เมาอะไร มากเดี๋ยวมันก็กลับมาเอง” เริ่มเห็นแววความวุ่นวาย เพราะในตอนนี้คนของฝั่งตะวันตกเริ่มเข้ามาเติมพื้นที่มากขึ้น อเล็กซ์เลื่อนมือไปยังเพื่อนคู่กายซึ่งเหน็บไว้ทางด้านหลังของขอบเอวกางเกง แม้จะดูมีสีหน้าเรียบเฉยแต่ในใจก็ได้แต่ภาวนาขอให้พี่ชายคนโตรีบตามมาโดยเร็วด้วยเถิด …………… อาการพะอืดพะอมทำให้แองเจล่ากลั้นไว้ไม่ไหว เธอจึงเลือกเดินเลี่ยงมาอีกทาง เนื่องจากตรงห้องน้ำมีคนเข้าไปอยู่ด้านในเป็นจำนวนมากเจ้าหล่อนเองก็ไม่คุ้นกับเส้นทางภายในบาร์ที่ดูคดเคี้ยวสักเท่าไหร่ สุดท้ายก็พาตัวเองออกมายืนโก่งคออยู่ตรงทางประตูหลังร้าน เมื่ออาเจียนไปได้เล็กน้อยก็ดูคล้ายจะรู้สึกโล่งขึ้น แต่อาการมึนเมาก็ยังคงมีอยู่ไม่ได้ลดลงไป “จะบ้าตาย น้ำหวานอะไรทำไมเมาได้ขนาดนี้” หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นมองไปรอบตัว ตากลมสวยหยีลงเล็กน้อย เมื่อภาพตรงหน้าดูพร่าเพราะแสงไฟจากขดลวดนีออนที่ดัดทำเป็นป้าย “แล้วเราอยู่ตรงไหนกันเนี่ย จะต้องเดินไปทางไหนถึงจะกลับเข้าไปด้านในได้นะ เอาแล้วไงอย่าเพิ่งหลงก็แล้วกัน” เมื่อพยายามเพ่งดูอีกทีก็พบว่าตึกด้านหลังที่เรียงยาวรูปทรงไม่ได้แตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย รวมทั้งประตูเหล็กบานหนาที่จะต่างกันก็คงจะแค่สีของมัน “แล้วมันบานไหนวะเนี่ย ?” แองจี้รู้ดีว่าตัวเองหายออกมานานแล้ว และพี่ชายเจ้าปัญหาคงจะต้องรอเฉ่งอยู่เป็นแน่ หญิงสาวเดินโซซัดโซเซควานหาประตูเพื่อเปิดเข้าไปด้านใน แต่ไม่ว่าจะเดินอ้อมขนาดไหนกลับไม่พบทางเข้า และไม่มีลูกบิดไหนที่สามารถคลายล็อกจากด้านในได้เลยสักบาน ร่างเล็กลากสังขารที่กำลังเดินแทบจะไม่ไหวข้ามมาอีกฝั่งอย่างไม่รู้ตัว และในที่สุดเธอก็สามารถบิดลูกบิดประตูบานนึงออกได้ มันเป็นตึกที่ดูคล้ายกับส่วนของพื้นที่ แต่ถูกแยกออกมาอย่างเป็นสัดส่วน เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้ประตูบานหนักนี่มันจะพาตัวเองไปถึงส่วนไหนของบาร์ แต่เมื่อประตูหนาถูกเปิดออก ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งออกมาชนเธออย่างแรงจนเซถลาเกือบหงายหลัง “อะไรวะ ไม่มีคำว่าขอโทษสักคำ” เสียงอ้อแอ้บ่นขึ้นโดยไม่ทันจะใส่ใจว่าผู้หญิงที่วิ่งออกไปนั้นจะเป็นยังไง แต่หูของแองจี้แว่ว ๆ ว่าได้ยินเสียงคล้ายคนกำลังร้องไห้วิ่งสวนออกไป แองเจล่าพาตัวเองเดินเข้าไปเรื่อย ๆ จนสายตาเริ่มคุ้นชินกับความมืดสลัวภายใน แต่แล้วก็ต้องสงสัยเมื่อแหงนมองไปรอบกายมันกลับไม่ใช่ทางเข้าบาร์ ภายในนี้เป็นห้องขนาดใหญ่รู้สึกได้ถึงความหรูหรา ทั้งกลิ่นจากเครื่องปรับอากาศก็ดูจะสะอาดกว่าภายในโดมด้านในของบาร์ เรียกได้ว่าบรรยากาศสะอาดกว่ามาก ถ้าไม่นับกลิ่นบุหรี่ที่คละคลุ้งชวนให้เธอรู้สึกอยากอาเจียนขึ้นมาอีกครั้ง “มาใหม่เหรอ ? หึ หึ…ใช้ได้นี่หว่า” เสียงทุ้มห้าวดังขึ้นจากด้านหลัง แองเจล่าจึงหมุนตัวกลับไปฟังและพยายามเพ่งสายตามอง เธอจึงเห็นว่าบนโซฟากำลังมีเงาของใครบางคนขยับตัวอยู่ในหลืบมุม ตรงนั้นเป็นโซฟาขนาดยาวจัดวางเข้ากับมุมห้อง เธอมองได้ไม่ชัดมากนัก หญิงสาวจึงเดินลากเท้าเข้าไปใกล้ ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงผู้หญิงร้องขึ้นจนเธอสะดุ้งโหยง “ว้าย นังนี่ แกเป็นใครเนี่ย !! ทำเสียอารมณ์หมดอีนังบ้า!!” เสียงของผู้หญิงคนนั้นกรีดร้องตวาดขึ้นพร้อมกับรีบร่นตัวลงจากโซฟา แต่หากจะพูดให้ถูกก็คือหล่อนกำลังสนุกสนานโยกขึ้นโยกลงอยู่บนเรือนกายกำยำต่างหากก่อนจะรีบกระวีกระวาดร่นตัวลุกด้วยอาการตกใจ เสียงทุ้มของ….คลอฟท์…สบถออกมา ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับรูดซิปกางเกงยีนส์ของตน “เสร็จแล้วก็ไสหัวออกไป คิดว่าจะดี!! ที่แท้ก็ย้อมแมวทั้งนั้น รีบออกไปก่อนที่ฉันจะโมโหแล้วฝากของแถมไปด้วย ไสหัวไป!!” ร่างกำยำลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะตวาดเสียงกร้าวไล่ตะเพิดผู้หญิงที่เขาเสียเงิน แต่กลับทำให้อารมณ์ของเขาต้องสะดุดไม่เสร็จไม่สุดอย่างน่ารำคาญ ก่อนจะปรายสายตามาทางผู้หญิงที่เพิ่งเข้ามาใหม่อย่างสนใจ!!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD