แม่มดร้ายเหรอ? แม่มดร้ายที่ไหนกัน
“น้องอิง! หยุดเดี๋ยวนี้นะ จะหนีไปไหน ออกมารับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำเดี๋ยวนี้เลย!”
ลำเภามองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังก้าวเดินเข้ามาทางเธอด้วยความโมโห เสียงดังเกรี้ยวกราดบ่งบอกว่าเจ้าตัวนั้นกำลังโกรธจัด แต่จะไม่ให้โกรธจัดได้ยังไงก็ในเมื่อทั้งใบหน้า เสื้อผ้าและผมเผ้านั้นมันเปรอะเปื้อนไปด้วยครีมสีขาวและเศษขนมปังที่เดาว่าคงเป็นเค้ก
“ถอยไป! นี่ไม่ใช่เรื่องของแก!” โรซี่ตวาดใส่หน้าของคนที่มายืนขวางทางระหว่างเธอกับอิงจันทร์ไว้
แรกเริ่มเดิมทีลำเภาตั้งใจที่จะไม่ยุ่งแต่เวลานี้กลับต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน “คุณ... พูดกับฉันหรือเปล่าคะ”
“ก็พูดกับแกนะสิ! จะให้ฉันพูดกับใคร! ถอยไปเดี๋ยวนี้!” ทุกคำพูดยังคงเป็นไปด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น ตาก็เอาแต่ถลึงจ้องมองร่างน้อย ๆ ที่อยู่ด้านหลังของลำเภา
“น้องอิง! พี่โรซี่บอกว่าให้ออกมาเดี๋ยวนี้ไง ทำไมถึงได้ทำกับพี่โรซี่แบบนี้ห๊ะ! อยู่ดี ๆ ก็เอาเค้กมาปาใส่ เห็นไหมว่ามันเปื้อนเลอะเทอะไปหมดแล้ว! ยังไงวันนี้พี่โรซี่ก็ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ จะได้เลิกเป็นเด็กนิสัยเสียแบบนี้!” โรซี่ยอมรับว่าเวลานี้เธอสติแตกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันเพราะตั้งแต่เมื่อคืนนี้ที่เด็กหญิงตัวน้อยนั้นแผลงฤทธิ์ออกเดชใส่เธอ ถึงเป็นแค่การก่อกวนไม่ให้เธอได้มีโอกาสออกจากห้องนอนมาพบเจอกับเหนือเมฆก็เถอะ
ทีแรกก็คิดแค่ว่าอิงจันทร์คงงอแงไปตามประสาเด็กน้อยที่ขาดแม่คอยดูแลเลยชอบเรียกร้องความสนใจและเอาแต่ใจไปบ้าง แต่มาวันนี้โรซี่เข้าใจได้ในทันทีว่าเป็นเธอเองที่คิดผิดถนัด เพราะอิงจันทร์นั้นไม่ได้เพียงแค่งอแงและซนตามประสาเด็กทั่วไป แต่เด็กหญิงวัยห้าขวบที่มีตุ๊กตายูนิคอร์นสีชมพูเน่าเป็นเพื่อนนั้นเป็นเด็กที่เจ้าเล่ห์และร้ายกาจที่สุด แถมเด็กแสบนี่ยังทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้หญิงสาวคนไหนมาเข้าใกล้ผู้เป็นพ่อของตัวเองด้วย
'อย่าคิดจะมาแย่งปะป๊าไปจากน้องอิงนะ ห้ามมาเข้าใกล้เด็ดขาด ไม่งั้นเจอดีแน่'
และนี่ก็คือประโยคสุดท้ายที่อิงจันทร์หันมาพูดกับเธอก่อนเค้กที่อยู่ในมือจะถูกปามาใส่ที่หน้าของเธอเต็มแรงท่ามกลางผู้คนที่บริเวณนั้น
'ไปฟ้องปะป๊าสิ ปะป๊าไม่เลือกคนอื่นนอกจากน้องอิงหรอกนะจะบอกให้ แบร่!'
แล้วจากนั้นยัยเด็กร้ายกาจตัวน้อยก็วิ่งหนีออกมาจนเธอต้องวิ่งตามมาถึงนี่
มือเล็กสั้นยื่นขึ้นไปจับที่ชายเสื้อสีแดงของลำเภาแน่น อีกทั้งพยายามหลบอยู่ที่ด้านหลังของหญิงสาวราวกับกำลังหวาดกลัว
“น้องอิง! พี่โรซี่บอกว่าให้ออกมาเดี๋ยวนี้ไง!” โรซี่ตั้งใจที่จะเข้าไปดึงร่างของอิงจันทร์ออกมา แต่ทว่าลำเภากลับลุกขึ้นแล้วขวางเอาไว้
“นี่คุณคะ เด็กตัวเล็กแค่นี้คุณคิดจะทำอะไร”
โรซี่จ้องลำเภาตาเขม็ง สีหน้าก็ดูไม่พอใจ “แล้วแกมาสอดอะไรด้วย มันใช่เรื่องของแกเหรอ”
อ้าว! พูดแบบนี้ก็สวยไปเลยสิ ถึงแม้ว่าลำเภานั้นจะไม่ค่อยชอบยุ่งวุ่นวายกับใคร แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่ยอมอะไรง่าย ๆ โดยเฉพาะถ้าเธอไม่ได้เป็นฝ่ายที่ผิดแล้วด้วย
“โทษทีนะคะ บางทีฉันว่าก่อนที่คุณคิดจะมาสั่งสอนเด็กคนนี้คุณควรหันกลับไปสั่งสอนตัวเองก่อนจะดีกว่าไหม หรือไม่มีใครเคยสอนคุณเหรอว่าไม่ควรเรียกคนอื่นว่าแก โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ได้รู้จักหรือว่าสนิทกัน”
โรซี่ดูอึ้งไปเล็กน้อย ใบหน้าสวยก็ยิ่งดูบิดเบี้ยว “นี่แกว่าใคร!”
“ก็ว่าคุณนั่นแหละจะว่าใคร! ถามโง่ ๆ” เอาสิ คิดว่าเสียงดังได้อยู่ฝ่ายเดียวเหรอไง ไม่รู้จักลำเภาแก้วแห่งห้วยหนองมนซะแล้ว
และด้วยเสียงที่ดังกึกก้องกันขนาดนี้แน่นอนว่าพวกเธอนั้นต่างตกเป็นเป้าสายตาและจุดสนใจจากคนอื่น ๆ รอบข้างทันที
“แก! แกมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันโง่!” โรซี่ชี้หน้าหญิงสาวที่อยู่ในชุดลำลองสีแดงอย่างเอาเรื่อง แต่อีกฝ่ายนั้นก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวหรือว่าทุกข์ร้อนอะไร กับยกยิ้มเยาะท้าทายส่งไปให้
“ทำไมคะ จะด่าใครว่าโง่มันต้องไปยื่นเอกสารขอสิทธิ์ด้วยหรือไง ประสาท” ลำเภาพูดตอกกลับใส่คนตรงหน้าไป จากนั้นก็หันกลับมาหาเด็กหญิงตัวน้อยที่แอบอยู่ด้านหลังเธอ
“หนูไม่ต้องกลัวนะคะ”
“น้องอิงจะหาปะป๊า ฮึก...” อิงจันทร์เริ่มเบาะปากคว่ำหน้า
“ปะป๊าเหรอ? แล้วปะป๊าของหนูอยู่ที่ไหนล่ะ เดี๋ยวพี่จะพาไปส่ง” ลำเภาพูดกับเด็กหญิงตัวน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ปะป๊าอยู่ทางโน้น น้องอิงอยากหาปะป๊า ฮืออ” และแล้วอิงจันทร์ก็ร้องไห้โฮออกมา ยิ่งเรียกคะแนนความสงสารจากคนรอบข้างเข้าไปอีกรวมถึงลำเภาด้วย เลือดนางงามรักเด็กที่ไหลเวียนอยู่ในกายร้อนรุ่มขึ้นมาทันที ลืมแม้กระทั่งว่าตอนนี้ตัวเธอเองกำลังจะต้องไปทำอะไร
“ทางโน้นใช่ไหม ป่ะ งั้นเดี๋ยวพี่พาไปหาปะป๊าของหนูนะ” ลำเภาจูงมือเล็ก ๆ นั่นขึ้นมาแล้วทำท่าจะพาเดินออกไปอีกทาง เธอไม่แม้แต่จะสนใจคนที่ยืนอยู่ในชุดกระโปรงลายดอกที่ตอนนี้มันเปรอะเปื้อนไปด้วยทั้งครีมและเศษขนมปังด้วยซ้ำ
“พวกแกยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น! กล้าดียังไงถึงพากันมาทำกับฉันแบบนี้!” โรซี่จับไปที่แขนอีกข้างของลำเภาแน่น
“นี่ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคุณ ฉันเจ็บ” ลำเภานิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะเริ่มรู้สึกได้ถึงความเจ็บที่ต้นแขน
“แกต้องขอโทษฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อยากนั้นได้เห็นดีกันแน่” ตอนนี้โรซี่ไม่ได้สนใจอีกแล้วว่าเธอนั้นต้องเอาเรื่องใคร ไม่ว่าจะเป็นเด็กร้ายกาจนั่นหรือว่ายัยผู้หญิงชุดแดงตรงหน้านี้ก็สมควรที่จะโดนเธอสั่งสอนทั้งนั้น
“ไม่ค่ะ ทำไมฉันต้องขอโทษ ในเมื่อคุณเป็นฝ่ายที่พูดไม่ดีกับฉันก่อน” ลำเภาเองก็จ้องเขม็งตอบกลับไป มืออีกข้างก็ยังคงจับมือของเด็กหญิงตัวน้อยไว้
“ปล่อยฉันนะคะ คุณไม่มีสิทธิ์มาจับฉันเอาไว้” ยัยนี่มันโรคจิตหรือไงกัน! จะโมโหร้ายอะไรขนาดนั้น หรือว่าประจำเดือนไม่มากันแน่วะ
“ถ้าพวกแกไม่ยอมขอโทษฉัน พวกแกได้เจ็บตัวแน่ โอ๊ย!” แต่ยังไม่ทันที่พี่เลี้ยงสาวจะพูดจบประโยคดี เท้าเล็ก ๆ ของร่างน้อย ๆ ก็พุ่งเข้ามาเตะที่หน้าแข้งของเธอเต็มแรง
“นี่แน่ะ! ยัยแม่มดใจร้าย น้องอิงจะเตะให้ตุยเลย”
แรงเตะของอิงจันทร์แม้จะไม่ได้เจ็บปวดสาหัสมากแต่มันก็ทำให้โรซี่ถึงกับน้ำตาเล็ดได้เหมือนกัน และที่สำคัญคือทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่เธอด้วยแววตำหนิ
“หนอย อีเด็กบ้า! กล้าทำฉันเหรอ คอยดูซิว่าฉันจะสั่งสอนแกยังไง!” เพราะความอับอายบวกความโมโหทำให้คราวนี้โรซี่ถึงกับคุมอารมณ์ไม่อยู่ เธอปล่อยมือออกจากแขนของลำเภาแล้วเปลี่ยนมากระชากร่างของอิงจันทร์แทน มืออีกข้างเงื้อขึ้นหมายจะฟาดลงไปยังคนตัวเล็ก
“อย่านะ!!” ด้วยความตกใจบวกสัญชาติญาณของความรักเด็กทำให้ลำเภารีบเอาตัวเข้าไปบังร่างน้อย ๆ ไว้อย่างรวดเร็ว แต่ทว่ารอนานเท่าไรฝ่ามือของผู้หญิงที่ชื่อว่าโรซี่ก็ยังไม่ฟาดมาโดนตัวของเธอสักที
เอ๊ะ! ยังไงกัน
ลำเภาที่กอดอิงจันทร์ไว้ค่อย ๆ หันกลับไปมองทางด้านหลัง แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนกำลังจับบีบที่ข้อมือของหญิงสาวไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลานั้นเฉยชาจนน่ากลัว
“ลูกสาวของฉัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะสั่งสอนได้คนเดียว เศษสวะชั้นต่ำอย่างเธออย่าได้คิดมาแตะต้องเด็ดขาด” น้ำเสียงเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งเอ่ยรอดไรฟัน ดวงตาคมเข้มไม่ฉายแววใด ๆ นอกจากความมืดมิด
“คะ คุณเหนือ” เหมือนว่าโรซี่นั้นจะเพิ่งได้สติ เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจพร้อมกับอ้าปากค้าง
“กล้าดียังไงถึงคิดที่จะทำร้ายลูกสาวของฉัน” มือหนาของเหนือเมฆบีบข้อมือของหญิงสาวแรงขึ้นเรื่อย ๆ และคาดว่าอีกไม่นานมันคงหักคามือ
“อะ! คุณเหนือคะ ระ โรซี่ไม่ได้ตั้งใจนะคะ โรซี่อธิบายได้ค่ะ” โรซี่พูดด้วยน้ำเสียงลนลานตะกุกตะกัก เธอไม่คาดคิดว่าเหนือเมฆจะลงมาเห็นเข้าพอดี
“อธิบายเหรอ? ยังมีอะไรให้คนอย่างเธอต้องอธิบายอีก” แน่นอนว่าต่อให้เรื่องนี้จะเป็นอิงจันทร์ที่เริ่มก่อนแต่เหนือเมฆก็ไม่คิดจะปราณีคนที่กล้ามาทำร้ายลูกสาวของเขา
“คะ คุณเหนือคะ โรซี่เจ็บ” ข้อมือที่ถูกบีบราวกับจะแตกร้าวเป็นเสี่ยง ๆ ไออำมหิตที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มทำให้ร่างทั้งร่างถึงกับสั่นระริก อดคิดไม่ได้ว่านี่เหรอคือคนที่เป็นเจ้าของรอยยิ้มหวานและแววตาที่ดูแพรวพราวอบอุ่นเมื่อคืนนี้ที่ส่งมาให้เธอ
“ไม่หรอก เธอยังไม่เจ็บเท่าที่ควรต้องเจ็บ” แต่ในขณะที่เรื่องดูเหมือนจะยิ่งไปกันใหญ่ ผู้เป็นเลขาข้างกายอย่างณเรศก็รีบเดินเข้ามาพูดเบา ๆ กับเหนือเมฆทันที
“คุณเหนือครับ ผมว่าใจเย็น ๆ ก่อนดีกว่าครับ คนมองกันใหญ่แล้ว เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่เอา”
เหนือเมฆได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไปสักพัก จากนั้นจึงยอมคลายมือออกแต่โดยดี ถึงจะยังอยากบีบคอผู้หญิงตรงหน้าให้ตายคามือแต่ก็ไม่ได้อยากให้มีเรื่องยุ่งยากตามมา โดยเฉพาะตั้งแต่วันแรกที่เขามาเหยียบที่นี่
“จัดการให้เรียบร้อย อย่าให้ผมต้องเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีก”
“ครับ” ณเรศรับคำสั่งก่อนจะส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดสองคนของพวกเขาพาหญิงสาวออกไปทางอื่น จากนั้นก็เดินตามไปเงียบ ๆ ด้วย
เมื่อทุกอย่างสงบลงแล้วเหนือเมฆก็ถอนหายใจออกมา แววตามืดมนเมื่อครู่นี้เปลี่ยนกับมาอบอุ่นแพรวพราวเช่นเดิม ร่างสูงหันกลับมาทางอิงจันทร์ที่ยืนรออยู่ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ถูกส่งไปให้กับคนที่เพิ่งยื่นมือเข้ามาช่วยลูกสาวของเขาไป
“ขอบคุณที่ช่วยลูกสาวผม” การกระทำทุกอย่างของหญิงสาวนั้นอยู่ในสายตาของเหนือเมฆทั้งหมดตั้งแต่ต้น
ลำเภาเมื่อหายอึ้งกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้แล้วก็กะพริบตาปริบ ๆ “คุณคือ...”
“ผมเป็นพ่อของอิงจันทร์”