BMW สีดำคันหรูกำลังแล่นอยู่บนถนนมุ่งหน้าจากกรุงโรมสู่เมืองมาราเนลโล ที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังนั้นหญิงสาวที่อยู่ในชุดสีแดงทั้งตัวกำลังทอดสายตามองออกไปยังนอกกระจกรถเพื่อดูตึกรามบ้านช่องและทิวทัศน์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากเมืองหลวงศิวิไลซ์เปลี่ยนสู่ชานเมืองชนบทที่มีอากาศอบอุ่นชื้นตลอดทั้งปี
ใช้เวลาถึงห้าชั่วโมงกว่า ๆ ก็มาถึงเมืองมาราเนลโลในช่วงเกือบจะเย็นมากแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นลำเภาก็อดตื่นเต้นไม่ได้เพราะรู้ว่าเมืองแห่งนี้เป็นถิ่นฐานและบ้านเกิดของเฟอร์รารี่ ทีมแข่งรถในดวงใจของเธอ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิต พิพิธภัณฑ์รถเฟอร์รารี่ Museo Ferrari ซึ่งมันตั้งอยู่บนพื้นที่บริเวณโรงงานที่ห่างกันเพียงแค่สามร้อยเมตรเท่านั้น และแน่นอนว่าทุก ๆ อย่างนั้นล้วนเป็นสีแดงเทือกไปหมด
ลำเภาคิดอย่างเพ้อฝันไปเรื่อยว่าถ้าเธอนั้นมีโอกาสได้พบเจอกับเลียม อีแวน นักแข่งรถหนุ่มน้อยในตำนานคนโปรดของเธอมันจะดีสักแค่ไหนกัน
“ถึงแล้วครับ” คนขับรถบีเอ็มคันหรูหันมาบอกกับหญิงสาวเมื่อรถนั้นแล่นมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านสไตล์อิตาลีสีอิฐหลังหนึ่ง ด้านข้างนั้นมีสวนดอกกุหลาบสีแดงปลูกไว้โดยรอบดูสวยงามสุด ๆ
เป็นเพราะก่อนหน้านี้ที่ลำเภาติดอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากและเข้าตาจน เรียกได้ว่าชนิดที่มืดแปดด้าน เมื่อสถานทูต ฯ ในกรุงโรมนั้นแจ้งมาว่าจำเป็นต้องใช้เวลาประมาณสามถึงสี่วันในการทำเอกสารขอพาสปอร์ตชั่วคราวเดินทางกลับประเทศ รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าทางนั้นจะช่วยเยียวยาหรือว่าให้การช่วยเหลือแบบไหนคงต้องลุ้นเอา
และมันก็จะไม่ติดปัญหาตรงไหนถ้าเธอนั้นมีเงิน!
อย่าว่าแต่เงินจะเปิดที่พักรายคืนเลย แค่เงินจะนั่งรถไฟใต้ดินยังไม่มี!
แต่ในระหว่างที่แผ่นหลังนั้นกำลังจะชนฝา นามบัตรใบสีขาวที่ถูกใครคนหนึ่งยื่นให้ไว้ก่อนหน้านี้ก็ทำให้ลำเภาเหมือนกับคนที่กำลังอยู่ในอุโมงค์ มืด ๆ และเพิ่งจะคลำทางจนพบเจอทางออก
คุณเหนือเมฆ
ผู้บริหารในเครือ RN Racing Group
เธอไม่ลังเลที่จะต่อสายไปหาผู้ชายคนนั้นทันที แม้จะรู้ว่ามันไม่สมควรเท่าไรนักที่จะไปรบกวนคนอื่นที่ไม่ได้รู้จักมักจี่กันดีแบบนี้ แต่ทว่าก็ไม่มีทางเลือก ยังไงเธอก็คงต้องเอาตัวเองรอดจากต่างแดนให้ได้ก่อน
“รับสมัครพี่เลี้ยงเด็กงั้นเหรอ? ค่าแรงสูง ที่พักฟรี... เอาไงก็เอากันวะ ดีกว่าต้องมานอนข้างถนน กะอิแค่พี่เลี้ยงเด็กมันจะไปยากสักเท่าไรกันเชียว" ลำเภาพึมพำออกมาเบา ๆ คล้ายคนที่กำลังพูดอยู่กับตัวเองมากกว่า ดวงตาหวานก็เหลือบมองสำรวจเข้าไปยังบ้านเดี่ยวหลังขนาดใหญ่พอดีตรงหน้า
ใช่... เธอโทรขอความช่วยเหลือจากคุณเหนือเมฆคนนั้น เล่าเรื่องทุกอย่างคร่าว ๆ ให้เขาฟัง ยกเว้นเรื่องที่เธอถูกแฟนนอกใจ บอกแต่เพียงแค่ว่าเธอโดนคนโกงเอาเงินไปหมดจนเกลี้ยงบัญชีเท่านั้นจึงไม่มีเงินจะซื้อตั๋วเครื่องบินกลับและเปิดที่พัก และก็โชคดีที่ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้คิดจะซักถามอะไรมาก
เดิมทีคิดว่าคุณเหนือเมฆคงจะช่วยเหลือเธอในเรื่องเงินทองหรือว่าอาจจะจัดการสำรองจ่ายค่าที่พักให้ไปก่อน แต่ทว่าสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมากลับไม่ใช่การช่วยเหลืออะไรแบบนั้น
'ตอนนี้ผมกำลังขาดคน อยากได้พี่เลี้ยงมาดูแลลูกสาวของผม น้องอิงจันทร์... และถ้าคุณคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะรับงานนี้ล่ะก็ ผมจะให้คนขับรถไปรับคุณจากโรมมาที่นี่ทันที ส่วนเรื่องพาสปอร์ตและเอกสารต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องกังวล ทางผมจะจัดการและดูแลให้ทุกอย่าง รวมถึงค่าจ้างและสวัสดิการ ต่าง ๆ ที่คุณจะได้รับด้วย'
และทันทีที่ลำเภาได้ฟังถึงตัวเลขค่าจ้างในแต่ล่ะเดือนที่เธอจะได้รับก็ถึงกับเบิกตากว้างพร้อมกับอ้าปากค้างไปพร้อม ๆ กัน
'สะ สามพันยูโร'
ก็เท่ากับ... เดือนล่ะหนึ่งแสนบาทไทย!
ใครไม่สนใจก็โง่แล้ว!!
และเพราะแบบนั้นนั่นจึงเป็นเหตุผลให้เธอต้องมาอยู่ที่เมืองมาราเนลโลในตอนนี้
ช่างเถอะ... ถึงกลับไปประเทศไทยตอนนี้ก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น เธอไม่มีเงินเหลือ คนรักก็ทิ้งไป แถมข้าวของที่บ้านก็ยังมาโดนกวาดไปจนเรียบ วินาทีนี้ลำเภาไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกแล้ว ก็ถือซะว่าเป็นการทำงานเก็บเงินเพื่อที่จะได้กลับไปตั้งตัวใหม่แล้วกัน
เมื่อคิดได้แบบนั้นลำเภาก็สูดหายใจลึก ๆ เข้าปอดไปสองสามทีเพื่อเรียกกำลังใจ อย่างน้อย ๆ เธอก็เคยเจอน้องอิงจันทร์เด็กหญิงตัวน้อยน่ารักคนนั้นมาแล้ว ยังไงก็คงจะเข้ากันได้แหละนะ
แต่ในระหว่างที่ลำเภานั้นกำลังลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปตามทางเดินในบ้าน เสียงเล็ก ๆ เกรี้ยวกราดของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น เล่นทำเอาคนที่กำลังมองสำรวจไปทั่วสะดุ้งเฮือกทันที
“นี่เปงใคร! มาทำไม จะมาอ่อยปะป๊าใช่ไหม โดนตุยท้องนะบอกเลย!”
ร่างเล็ก ๆ ที่ไม่ทันได้สังเกตเห็นแต่แรกโผล่พรวดออกมาจากหลังพุ่มไม้ ขาสั้น ๆ ก้าวอาด ๆ เดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผู้มาเยือน ในมือนั้นยังถือตุ๊กตายูนิคอร์นสีชมพูเน่าไว้ ใบหน้าน่ารักมัดแกละสองข้างกำลังแหงนมองขึ้นมาด้วยท่าทางเอาเรื่อง
ลำเภาเมื่อได้ยินคำถามจากเด็กหญิงก็ถึงกับเลิ่กลั่ก เดี๋ยวนะ? มาอ่อยปะป๊างั้นเหรอ คงหมายถึงคุณเหนือเมฆอะไรนั่นสินะ
“ตอบมาฉิ! จะมาอ่อยปะป๊าของน้องอิงใช่ไหม!”
“เอ่อ... พี่มาเป็นพี่เลี้ยงจ้ะ ไม่ได้มาอ่อยป่ะป๊าหนูหรอก” ลำเภาตอบพร้อมส่งยิ้มแห้งกลับไปให้ เฮอะ! แก่ขนาดนั้นใครจะไปอ่อยกันล่ะ ดูแล้วคุณเหนือเมฆน่าจะอายุห่างจากเธอมากโขอยู่ อีกอย่างสเปคของเธอน่ะก็คือไทป์หมาเด็กเท่านั้นขอบอก
เด็กหญิงตัวน้อยยังคงหรี่ตาลงอย่างจับผิด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงไม่หลีกทางให้เธอ จนกระทั่งเสียงนุ่มนวลของผู้ชายคนหนึ่งดังแทรกเข้ามา
“น้องอิงคะ มาหาปะป๊าเร็ว” ร่างสูงสง่าของเหนือเมฆเดินล้วงกระเป๋ากางเกงออกมาจากในตัวบ้าน ก่อนจะกวักมือเรียกให้เด็กหญิงตัวน้อยเข้าไปหา
“ปะป๊า” อิงจันทร์เองก็ไม่รอช้ารีบวิ่งสับขาสั้น ๆ เข้าไปหาผู้เป็นพ่อทันที
เหนือเมฆก้มลงมาอุ้มร่างของลูกสาวตัวน้อยไว้ เขามองไปยังหญิงสาวที่กำลังยืนทำหน้าเหล่อหลาอยู่ข้าง ๆ กระเป๋าลากใบโต “ได้เจอกันเร็วกว่าที่คิดนะครับ เชิญเข้ามาในบ้านก่อน แล้วเราจะได้คุยรายละเอียดกัน”
“อ่อ... ค่ะ ๆ” ลำเภาที่มัวแต่ตะลึงในความหล่อของเหนือเมฆก็รีบตอบรับตะกุกตะกักทันที นี่เธอคิดไปเองหรือเปล่านะว่าคุณเหนือเมฆนั้นดูหล่อกว่าเมื่อเช้าอีก หรือว่าอาจจะเป็นเธอเองที่ไม่ทันได้สังเกต เพราะว่ามัวแต่มีเรื่องกับยัยพี่เลี้ยงโรคจิตคนเก่านั่น
สำเภาเดินตามหลังของสองพ่อลูกเข้าไปในตัวบ้าน จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ห้องโถง ชายหนุ่มจึงบอกให้เธอนั่งลงที่โซฟา
“เชิญนั่งก่อนครับ”
“ขอบคุณค่ะ” ลำเภาเอ่ยขอบคุณแล้วนั่งลงช้า ๆ สายตาก็พลางมองสำรวจไปรอบ ๆ อีกครั้ง บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้อย่าบอกนะว่าอยู่กันเพียงแค่สองคนพ่อลูกน่ะ แล้วภรรยาของคุณเหนือเมฆล่ะไปไหนกัน
“มองหาใครอยู่เหรอครับ”
“อ๋อ ปะ เปล่าค่ะ แค่มองดูบ้านเฉย ๆ ค่ะ เห็นตกแต่งสวยดี”
แต่ทว่าเสียงที่ดังขึ้นตรงหน้านั้นก็ทำให้ลำเภาต้องหันกลับมา เธอเห็นชายหนุ่มที่กำลังนั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้ามกับเธอ ในมือถือกระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งไว้ จากนั้นก็วางมันลงที่โต๊ะแล้วดันมันมาให้เธอ
“นี่อะไรเหรอคะ”
“สัญญาการว่าจ้างและข้อตกลงต่าง ๆ ลองอ่านดูก่อนนะครับ และถ้ามีอะไรที่สงสัยตรงไหนก็ถามผมได้เลย”
ลำเภารับกระดาษแผ่นนั้นมาอ่านดูอย่างตั้งใจ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย จากนั้นก็ถามออกมา “หนึ่งปีเหรอคะ?”
แค่เงื่อนไขแรกลำเภาก็ถึงกับต้องคิดหนักแล้ว เพราะมันระบุว่าเธอนั้นต้องทำงานเป็นพี่เลี้ยงให้กับอิงจันทร์เป็นเวลาหนึ่งปี โดยมีค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนละหนึ่งแสนบาท แต่ถ้าหากทำงานไม่ครบตามเวลาในสัญญาที่ระบุไว้ เธอจะต้องเป็นฝ่ายเสียค่าปรับให้กับทางผู้ว่าจ้างเป็นเงินจำนวนหนึ่งล้านบาทถ้วนแทน
“ครับ” เหนือเมฆพยักหน้ารับ “ผมเองต้องทำงานอยู่ที่มาราเนลโลนี่เป็นเวลาหนึ่งปี และมันก็ค่อนข้างจะหนักเอามาก ๆ แน่นอนว่าผมคงไม่มีเวลาดูแลลูกสาวของผมได้เต็มที่นัก อิงจันทร์เลยจำเป็นที่จะต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา ในระหว่างหนึ่งปีนี้ผมเองก็ไม่อยากที่จะต้องเปลี่ยนพี่เลี้ยงบ่อย ๆ ครับ หวังว่าคุณจะเข้าใจ”
“ค่ะ... ฉันเข้าใจ” ก็แน่แหละ การเปลี่ยนพี่เลี้ยงบ่อย ๆ มันก็เป็นอะไรที่ยุ่งยากพอดู
“คุณลองตัดสินใจดูก่อนก็ได้ครับ ผมไม่บังคับ ถ้าคุณยินดีตกลงและสะดวกทำงานนี้ให้กับผม เงินค่าจ้างที่จะได้รับในแต่ล่ะเดือนก็เป็นไปตามเรทที่ผมแจ้งไว้ ที่นี่จะมีแม่บ้านเข้ามาเก็บกวาดทำความสะอาดสัปดาห์ละสี่วัน และมีครูสอนพิเศษมาอาทิตย์ละห้าวัน ส่วนหน้าที่ทำอาหารคุณจะต้องเป็นคนทำทุกมื้อและทุกวัน เพราะผมกับน้องอิงไม่ชอบกินข้าวนอกบ้าน นอกนั้นก็ไม่มีอะไรมาก อะไรภายในบ้านช่วยทำได้ก็ช่วยทำไป แต่หน้าที่หลัก ๆ ของคุณก็คือดูแลน้องอิงเท่านั้น ส่วนสวัสดิการต่าง ๆ ก็ตามรายละเอียดในนั้นเลย”
ลำเภายังคงเงียบ สายตายังคงกวาดอ่านรายละเอียดทั้งหมดในสัญญาฉบับนั้น
“แต่ถ้าคุณติดขัดหรือว่าไม่โอเคกับเงื่อนไขของผมก็ไม่เป็นไรนะครับ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะให้คนจัดการพาคุณกลับไปส่งที่โรมพร้อมกับหาที่พักเพื่อรอทางสถานทูต ฯ ทำเรื่องพาสปอร์ตให้ จากนั้นผมจะจองตั๋วเครื่องบินให้คุณกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย”
ที่จริงแล้วเงื่อนไขทุกอย่างที่พูดมาเธอเองก็ไม่ได้ติดอะไรเลย มันดี มาก ๆ เลยด้วยซ้ำกับค่าจ้างที่มากมายขนาดนี้ แถมงานก็ยังเป็นงานง่าย ๆ อย่างการดูแลเด็กน้อยแค่คนเดียว ติดก็แต่ตรงเรื่องระยะเวลาหนึ่งปีนี่แหละ... ก็มันตั้งหนึ่งปีเชียวนะไม่ใช่หนึ่งเดือน เธอก็ต้องคิดหนักหน่อย
ลำเภายังคงเงียบไม่ได้ตอบอะไรออกไปทันที ในหัวนั้นกำลังใช้ความคิดและตรึกตรองอย่างหนัก
แต่ถ้าเธอกลับไปตอนนี้มันก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นอยู่ดี ถึงไปแจ้งความว่าอดีตแฟนหนุ่มนั้นยักยอกเงินของเธอก็ไม่แน่ว่าจะได้คืนสักบาท อีกอย่างเธอก็อยู่ตัวคนเดียวไม่ได้มีใครให้ต้องรีบกลับไปหาหรือว่าห่วงหน้าพะวงหลัง
เหนือเมฆมองหญิงสาวตรงหน้าที่เหมือนกับว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง เขาเห็นคิ้วเรียวที่กำลังขมวดเข้าออกหากันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยเร่งรัดทำเพียงแค่รอคอยอยู่เงียบ ๆ เท่านั้น
จนกระทั่ง...
“ฉันตกลงค่ะ” เอาไงก็เอากันว่ะ ไม่มีอะไรที่ลำเภาคนนี้ทำไม่ได้หรอก
แต่แล้ววินาทีต่อมาเธอก็ได้รู้ว่างานที่บอกว่าง่าย ๆ อย่างการดูแลเด็กน้อยเพียงคนเดียวนั้นมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้สักนิดเดียว