เหนือเมฆรีบเข้ามาอุ้มลูกสาวทันที จากนั้นก็จ้องเขม็งไปยังคงที่อยู่ตรงหน้า “เจนจิรา เธอล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ”
“ฮึก... ปะป๊าขา ฮือออ น้องอิงเจ็บค่ะ เจ็บตรงนี้ ๆ ฮือออ~”
ยิ่งเห็นว่าลูกสาวตัวน้อยนั้นร้องไห้น้ำตาไหลออกมาเป็นเม็ด ๆ ในใจก็ยิ่งปวดหนึบ สำหรับเหนือเมฆแล้วอิงจันทร์นั้นเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา และเขาก็ไม่อนุญาตให้ใครมาทำให้ลูกสาวคนเดียวของเขาต้องมีน้ำตาด้วย
รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของเหนือเมฆทำให้เจนจิราถึงกับเผลอก้าวถอยหลัง ในใจก็ให้นึกหวาดหวั่น “คะ คุณเหนือคะ คือเจนไม่ได้ตั้งใจนะคะ เจนแค่ตกใจจริง ๆ ค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ”
“ไม่หรอกเจน... เธอตั้งใจ” น้ำเสียงเย็นชาราวกับจะบอกใบ้ว่าเรื่องนี้มันคงจบไม่สวยแน่ ๆ
“เจนขอโทษค่ะคุณเหนือ เจนไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ” เจนจิราละล่ำละลัก
“ฉันให้เวลาเธอแค่หนึ่งนาที รีบไสหัวออกไปจากที่นี่และไปให้พ้นหน้าฉัน ก่อนที่ฉันจะอดใจไม่ไหวแล้วเป็นฝ่ายจับเธอโยนออกไปเอง และก็ไม่ต้องกลับไปที่ไร่อีกแล้ว”
“ตะ แต่ว่าคุณเหนือคะ” หมายความว่าเธอโดนไล่ออกอย่างนั้นเหรอ แล้วงานที่เงินดีแถมสวัสดิการยังดีเยี่ยมแทบจะอยู่ฟรีกินฟรีแบบนี้เธอจะไปหาที่ไหนได้อีก อีกอย่างพวกหนี้สิ้นของเธอก็ยังใช้ไม่หมดเลยด้วย และก็เพราะเป็นแบบนั้นหญิงสาวถึงได้หวังทางลัดโดยการอยากขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งแม่เลี้ยงของอิงจันทร์ เธอจะได้มีชีวิตใหม่ที่สุขสบายสักที
“ออกไป...”
เจนจิรามองไปทางเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังยืนเกาะอยู่ที่ขาของเหนือเมฆราวกับจะร้องขอ แต่แทนที่จะเห็นว่าอิงจันทร์นั้นร้องไห้กับเห็นเพียงใบหน้าน่ารักที่กำลังแลบลิ้นปลิ้นตาส่งมาให้เธอ
หนอย นังเด็กเปรต!
“ฮือออ ปะป๊าขา พี่เจนเค้าทำตาโตใส่น้องอิงด้วยค่ะ น้องอิงกลัว ฮือออ”
“นี่! น้องอิง ทำไมถึงเป็นเด็กขี้โกหกสร้างเรื่องแบบนี้คะ! หรือเพราะว่าไม่มีแม่คอยสั่งสอนถึงได้กลายเป็นเด็กร้ายกาจแบบนี้” เจนจิราเองก็หมดความอดทนแล้วเหมือนกัน เด็กบ้าอะไรร้ายกาจชะมัด!
ทันทีที่หญิงสาวพูดจบ มือหนาของเหนือเมฆก็จับไปที่ต้นแขนแล้วกระชากร่างบางออกไปจากห้องนอนทันที
“โอ๊ย! ปล่อยเจนนะคะคุณเหนือ เจนเจ็บนะ” พี่เลี้ยงสาวสวยพยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่เป็นผล กระทั่งเธอถูกชายหนุ่มนั้นเหวี่ยงร่างลงกองอยู่ที่พื้นพรหมนอกประตูห้องอย่างแรง
“ถ้าเธอยังไม่อยากตายอยู่ที่นี่ก็ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้ นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันเตือนเธอเจนจิรา” เหนือเมฆกดเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาที่โดยปกติมักจะขี้เล่นและแพรวพราวอยู่เสมอตอนนี้กลับมืดมนจนมองประกายแทบไม่เห็น
เจนจิราลุกขึ้นมาช้า ๆ ก่อนจะพูดอย่างโกรธจัด “ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้นี้คุณเพิ่งจะเอากับฉันไป แต่ตอนนี้คุณกลับทำแบบนี้กับฉันงั้นเหรอคะ ฉันอุตส่าห์ยอมเสียตัวให้คุณเลยนะคุณเหนือ”
เหนือเมฆยกยิ้มเยาะที่มุมปาก จากนั้นก็ล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงพร้อม ๆ กับที่ธนบัตรสีเทาหลายสิบใบถูกโยนไปใส่หน้า “นี่ค่าตัวของเธอ หวังว่าคงจะพอ”
ยิ่งกว่าถูกตบจนหน้าชา เจนจิรากำมือแน่น เธอมองคนตรงหน้าราวกับไม่อยากจะเชื่อ ไม่คิดว่าคนที่เป็นสุภาพบุรุษมาตลอดอย่างเหนือเมฆจะกลายเป็นคนหยาบคายได้ขนาดนี้ “คุณมันเลวที่สุด”
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มยังคงฉายแววมืดมน รอยยิ้มเหยียด ๆ ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของเหนือเมฆดูบิดเบี้ยวราวกับปีศาจร้าย “แล้วฉันเคยบอกเธอตอนไหนกันว่าฉันเป็นคนดี เธอคิดไปเองทั้งนั้นเจนจิรา”
“....”
“ไสหัวออกไปก่อนที่ฉันจะฆ่าเธอ”
และก่อนที่เหตุการณ์จะเลวร้ายไปมากกว่านี้ น่านฟ้าที่ตามมาทีหลังก็มาทันเวลาพอดี “เกิดอะไรขึ้น มีอะไรกันหรือเปล่า”
เหนือเมฆตวัดสายตาไปยังชายหนุ่มที่หน้าตาเหมือนกันกับเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ต่างกันตรงที่บุคลิกท่าทางของผู้เป็นน้องชายฝาแฝดนั้นไม่ได้ดูเจ้าชู้และมีกลิ่นอายของความเป็นคาสโนว่าตัวพ่อแบบเขา
“เหนือ เกิดอะไรขึ้น แล้วน้องอิงล่ะ” เมื่อเห็นว่าผู้เป็นพี่ชายยังไม่ตอบน่านฟ้าจึงถามย้ำอีกครั้ง
“น้องอิงอยู่ข้างใน น่านเข้าไปก่อนเลย เดี๋ยวเหนือจัดการตรงนี้เอง” เหนือเมฆตอบออกไปเพียงแค่นั้น และน่านฟ้าก็ไม่ได้คิดจะเซ้าซี้ ชายหนุ่มนั้นเป็นพวกไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านและมักจะอยู่เหนือเรื่องดราม่าทั้งปวงอยู่แล้ว
“อืม อย่าทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตนักล่ะ ยุ่งยากเสียเวลาเปล่า ๆ” น่านฟ้าทิ้งคำพูดเอาไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
จากเดิมทีที่เจนจิรานึกว่าตัวเองนั้นกำลังจะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยก็ต้องผิดหวัง เพราะอีกคนนอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังเมินเธอไปอีก แย่พอ ๆ กัน!
หลังจากที่เหนือเมฆจัดการไล่พี่เลี้ยงคนปัจจุบันของอิงจันทร์ไปเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็เดินกลับเข้าไปในห้อง เขาเห็นเพียงแค่น่านฟ้าที่กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่โซฟาคนเดียวเท่านั้น
“แล้วน้องอิงล่ะ”
“นอนอยู่ในห้อง ร้องไห้ฟูมฟายจนหลับไปแล้ว” น่านฟ้าบุ้ยหน้าไปทางห้องนอนอีกฝั่ง
เหนือเมฆถอยหายใจออกมาช้า ๆ ก่อนจะเดินมานั่งลงที่โซฟาอีกตัว
“ก็เคยเตือนแล้วนะว่าอย่าไปยุ่งกับคนใกล้ตัว มันจะมีปัญหา... โดยเฉพาะกับพวกพี่เลี้ยงของลูกน่ะ นี่ก็คนที่เท่าไรแล้ว” น่านฟ้าเอ่ยขึ้นราวกับกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องธรรมดาทั่วไป เพราะว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
“น่านก็รู้ว่าเหนือไม่ได้เป็นคนที่เริ่มก่อนป่ะ” เหนือเมฆยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก็ผู้หญิงพวกนั้นมาเข้าหาและเสนอตัวให้เขาเองนี่ แล้วคนใจดีแถมยังเป็นพ่อไมโครเวฟอย่างเขาจะปฏิเสธได้ยังไง
“แล้วไง สุดท้ายก็บันเทิงไหมล่ะ ดูอย่างเมื่อกี้นี้น่ะก็น่าจะจบไม่สวยเท่าไรหรอกนะ” น่านฟ้ากลอกตามองบน แค่เห็นสภาพก็พอเดาได้
เหนือเมฆเบ้ปากเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าจบไม่สวยสักเท่าไร แต่จบไม่สวย สุด ๆ เลยต่างหาก แต่แล้วยังไง ใครใช้ให้อีกฝ่ายอยู่ไม่เป็นกันล่ะ เพราะแค่ อิงจันทร์รู้ก็ถือว่าจบเห่แล้ว
“ช่างเรื่องของเหนือเถอะน่า ว่าแต่น่านพาน้องอิงมาที่นี่ทำไม ถ้าน่านไม่พาน้องอิงมาก็คงจะไม่เกิดเรื่องหรอก” เหนือเมฆถามอย่างสงสัย และไม่เข้าใจว่าทำไมน่านฟ้าถึงต้องมาหาเขาถึงที่นี่ เพราะเดี๋ยวสุดสัปดาห์นี้ตัวเขาเองก็ต้องกลับไปที่ไร่จันทรัชอยู่แล้ว
คอนโดที่เหนือเมฆอยู่ตอนนี้เป็นคอนโดที่เขาซื้อไว้อยู่ในตัวเมืองเชียงราย แต่ถ้าจะให้เรียกว่าคอนโดก็คงจะไม่ถูกนัก ต้องเรียกว่ากึ่งคอนโดกึ่งเพ้นท์เฮาส์จะดีกว่า ด้วยขนาดเนื้อที่ใช้สอยที่กว้างถึงสามร้อยตารางเมตรและวิวแบบสามร้อยหกสิบพาราโนม่าที่มองเห็นตัวเมืองได้โดยรอบ
โดยปกติแล้วชายหนุ่มมักจะสลับมาพักระหว่างที่นี่กับไร่จันทรัช ส่วนอิงจันทร์นั้นเหนือเมฆเลือกที่จะให้อยู่ที่ไร่โดยจ้างพี่เลี้ยงมาดูแล และก็ยังมีครอบครัวของเขาที่คอยช่วยอีกแรง เหตุผลเพราะเขาต้องมาช่วยคุมงานที่บริษัทของผู้เป็นพ่ออย่าง เรน รัฐศาสตร์ ในขณะที่น่านฟ้านั้นต้องดูแลงานในส่วนของตัวเอง ซึ่งแบ่งหน้าที่รับผิดชอบกับเขาอย่างชัดเจน
“โทรศัพท์น่ะเขามีเอาไว้ให้ติดต่อนะ หัดรับสายอาปาซะบ้างสิ” ก็ที่เขาต้องถ่อมาถึงนี่เพราะสองสามวันนี้เหนือเมฆเล่นไม่ยอมรับสายที่บ้านเลย
“ก็มันยุ่ง ๆ นิ ก็เลยไม่ได้รับ ว่าจะโทรกลับทีไรก็ดันลืมทุกที” จะให้บอกได้ยังไงล่ะว่าที่ไม่รับเพราะมัวแต่ปฏิบัติภารกิจอันร้อนแรงอยู่บนเตียงกับอดีตพี่เลี้ยงอย่างเจนจิราแบบข้ามวันข้ามคืนอยู่
และน่านฟ้าเองก็ส่งสายตาไปให้ราวกับจะรู้ทัน แต่ก็ไม่ได้คิดจะพูดอะไร “อาปาให้มาตามกลับไปที่ไร่ เห็นว่ามีธุระสำคัญจะคุย”
คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย “ธุระสำคัญเหรอ? เรื่องอะไร”
“ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวกลับไปก็รู้เอง”
ถึงจะสงสัยแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก ทำเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ตอบกลับไปเท่านั้น
ไร่จันทรัชเวลานี้มีใครบางคนโวยวายเสียงดังลั่นบ้าน และคน ๆ นั้นก็คือเหนือเมฆ
“อะไรนะครับอาปา! จะให้เหนือไปคุมโรงงานที่อิตาลีเหรอ!”
เรนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะพยักหน้ารับ ในขณะที่นีราผู้เป็นแม่ก็สะดุ้งเล็กน้อย “เจ้าลูกคนนี้นี่ ตะโกนเสียงดังหม่าม้าตกใจหมด อายุเท่าไรแล้วเราทำตกอกตกใจเป็นเด็ก ๆ ไปได้”
“ปีนี้ก็สามสิบสามแล้วครับหม่าม้า” เหนือเมฆตอบผู้เป็นแม่กลับไป แต่เมื่อเห็นสายตาที่คาดโทษมาก็รีบยิ้มแหย “แหะ ๆ ขอโทษครับหม่าม้า เหนือก็แค่ตกใจนึกว่าตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่า”
ชายหนุ่มลดเสียงเบาลงทันที จากนั้นก็หันไปถามผู้เป็นพ่ออย่างเรนอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ “เมื่อกี้อาปาว่ายังไงนะครับ”
“เหนือได้ยินไม่ผิดหรอก อาปาจะให้เหนือไปคุมโรงงานผลิตอะไหล่รถสาขาใหม่ของเราที่เพิ่งสร้างเสร็จ สาขานี้อยู่ที่เมืองมาราเนลโล ประเทศอิตาลี”
เมื่อมั่นใจว่าเรื่องเมื่อครู่นี้ฟังไม่ผิดแน่นอนแล้วเหนือเมฆก็ส่ายหัวดิกปฏิเสธรัว ๆ “ไม่เอาอ่ะอาปา เหนือไม่ไปนะ ก็ไหนอาปาบอกว่าถ้าเหนือเรียนจบแล้วยอมมาช่วยงานอาปาสักสี่ห้าปี อาปาจะยอมให้เหนือลาออกแล้วเดินทางไปเที่ยวรอบโลกเพื่อหาประสบการณ์มาเปิดธุรกิจร้านกาแฟของเหนือเองไง” และใช่! นี่ก็เข้าปีสุดท้ายที่เขาจะอยู่ช่วยงานของพ่อแล้ว หลังจากนั้นเหนือเมฆก็จะได้ไปทำตามความฝันของตัวเองสักที แถมไอ้เมืองมาราเนลโลนี่มันอยู่ส่วนตรงไหนของประเทศก็ไม่รู้ แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกได้ถึงความชนบทแล้ว คนที่ชอบแสงสีเสียงและอะไรที่มันครึกครื้นอย่างเขาไม่มีทางไปอยู่ติดแหงกในที่แบบนั้นแน่ ๆ
“อาปาบอกเหนือ ไม่ได้ถามความสมัครใจของเหนือ” เรนตอบผู้เป็นลูกชาย จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นี่เป็นคำสั่งจากอาปา และเหนือเองก็ต้องทำตาม”
เหนือเมฆทำหน้ายุ่ง “ทำไมอะอาปา ทำไมต้องให้เหนือไปด้วย ทำไมไม่ให้น่านไปบ้าง”
“เพราะอาปาเชื่อว่าเหนือจะทำได้”
“ทำ? ทำอะไรได้ครับ”
“ก็ทำกำไรได้เกินเจ็บสิบเปอร์เซ็นต์ในปีแรกไง”
“ห๊ะ?!?” ทำกำไรได้เจ็บสิบเปอร์เซ็นต์ในปีแรก บ้าไปแล้ว! เอาแค่คืนทุนจะทำได้หรือเปล่าก่อนก็ยังไม่รู้
“และถ้าเหนือทำได้ อาปาก็จะให้เหนือไปเดินทางเที่ยวรอบโลกหาประสบการณ์ตามที่เหนือต้องการ และอาปาจะยอมออกเงินทุนทุกบาททุกสตางค์ให้เหนือด้วย” ไม่ใช่ว่าเรนจะไม่เชื่อว่าน่านฟ้าเองก็สามารถทำได้ แต่เขาก็รู้ว่าใครนั้นถนัดและเก่งกาจทางไหน งานบางอย่างก็จำเป็นที่จะต้องเลือกใช้งานให้ถูกคน
“แต่อาปาครับ...” เหนือเมฆทำท่าจะงอแง และแน่นอนว่าถ้าเป็นคนภายนอกทั่วไปก็คงจะไม่มีทางได้เห็นมุมแบบนี้ของชายหนุ่มแน่ ๆ “แล้วถ้าเหนือไปใครจะดูน้องอิงล่ะครับ อาปาก็รู้ว่าถ้าเหนือไม่อยู่น้องอิงคงร้องไห้อาละวาดแน่ ๆ น้องอิงคงไม่ยอมให้เหนือไปหรอก”
ทำไมเรนจะไม่รู้ล่ะว่าหลานสาวคนนี้ของตัวเองจะเป็นยังไงถ้าเหนือเมฆไม่อยู่ เพราะแบบนั้นเขาจึงหาทางออกเอาไว้เรียบร้อยแล้ว “น้องอิงคงไม่เป็นอะไรหรอก เพราะว่าน้องอิงนั้นจะไปอยู่ที่นั่นกับเหนือด้วย ส่วนเรื่องพี่เลี้ยงไม่ต้องห่วง อาปาจะจัดการให้เอง”
“ห๊ะ!?!” และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เหนือเมฆถึงกับต้องร้องอุทานออกมา ก็เพราะขนาดมีคนคอยช่วยดูแลอยู่ที่นี่มากมายขนาดนี้ก็ยังแทบจะปราบฤทธิ์เดชของอิงจันทร์ไม่อยู่ แล้วเขาที่เป็นแค่คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ไม่ประสีประสาจะรับมือกับเจ้าตัวแสบน้อย ๆ นี่ได้ยังไงกัน!