“คุณเหนือครับ รถพร้อมแล้วนะครับ จากนี้เราจะออกเดินทางไปที่เมืองมาราเนลโลเลย หรือว่าคุณเหนืออยากจะแวะที่ไหนอีกก่อนไหมครับ” ณเรศ เลขาคนสนิทที่ผู้เป็นพ่ออย่างเรนส่งตัวมาให้คอยช่วยงานรีบเดินเข้ามารายงาน
ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดนั้นกำลังเข้าพักอยู่ที่ Bulgari Hotel Milan โรงแรมหรูระดับห้าดาวที่ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองมิลาน อีกทั้งยังใกล้แหล่งท่องเที่ยวสถานที่สำคัญ ๆ อย่างมหาวิหารมิลานอีกด้วย
“ไม่แวะ ไปที่บ้านเลย จากนั้นช่วงบ่ายผมจะเข้าไปดูที่โรงงาน” เหนือเมฆตอบผู้เป็นเลขาไป
“ครับ”
“แล้วนี่ลูกสาวของผมอยู่ไหน ตื่นหรือยัง” เหนือเมฆเอ่ยถามคนตรงหน้าเมื่อเห็นว่าในห้องพักนั้นมันดูเงียบผิดปกติ หรือว่าป่านนี้เจ้าตัวแสบยังไม่ตื่นอีกเหรอ
“อ่อ คุณหนูอิงจันทร์ตื่นนานแล้วครับ เห็นว่าให้โรซี่พาลงไปดูร้านขนมเค้กที่ด้านล่าง เดี๋ยวก็คงจะขึ้นมาครับ”
โรซี่นั้นคือพี่เลี้ยงสาวสวยคนปัจจุบันที่เรนจ้างให้มาคอยดูแลอิงจันทร์โดยเฉพาะ แต่ถึงจะบอกว่าเรนจ้างแต่คนที่เป็นธุระจัดหามาให้ก็คงจะเป็นคุณณเรศนั่นแหละ และก็แน่นอนว่าเมื่อหญิงสาวเห็นหน้าตาของพ่อหม้ายลูกติดอย่างเหนือเมฆแล้วก็แอบส่งสายตาอย่างสื่อความหมายให้ทันที และมันก็จะไม่เป็นอะไรเลยถ้าเกิดว่าอิงจันทร์ไม่บังเอิญเห็นเข้า
เหนือเมฆถอนหายใจออกมาเบา ๆ ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้อยู่แล้วว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น “ไปกันเถอะ”
“ไปไหนครับ” ณเรศถามด้วยน้ำเสียงงง ๆ เพราะคิดว่าผู้เป็นเจ้านายจะรอให้คนทั้งคู่กลับขึ้นมาก่อน
“ไปรับอิงจันทร์ อ่อ... แล้วคุณก็ช่วยเตรียมเงินเดือนล่วงหน้าและเงินชดเชยเอาไว้ด้วย เผื่อต้องใช้ทันที” เหนือเมฆพูดจบก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินออกไปจากห้องพักด้วยท่าทางสบาย ๆ ปล่อยให้คนที่อยู่ด้านหลังได้แต่ยืนเกาศีรษะอย่างงง ๆ
เมืองมิลาน
“น้องอิงคะ พี่โรซี่ว่าเรากลับขึ้นไปข้างบนดีกว่าไหมคะ ป่านนี้คุณพ่อของน้องอิงคงตื่นแล้ว” หญิงสาวร่างสูงเพียวระหงที่อยู่ในชุดกระโปรงยาวลายดอกไม้กำลังเดินตามร่างเล็ก ๆ ที่ถือตุ๊กตายูนิคอร์นตัวโปรดสีชมพูไปตามทางเดินในโรงแรม
“แต่ว่าน้องอิงอยากกินขนมนิ พาน้องอิงไปซื้อขนมก่อง” อิงจันทร์ยังคงเดินจ้ำอ้าวไปยังส่วนของร้านขนมต่าง ๆ ที่อยู่ในโรงแรม มือก็ชี้โน้นนี่ไม่หยุด
“แต่ว่าน้องอิงดูมาสองร้านแล้วนะคะ เลือกเอาสักร้านสิ พวกเราจะได้รีบกลับขึ้นไปไง” โรซี่พยายามพูดอย่างใจเย็นไม่ให้น้ำเสียงนั้นดูหงุดหงิดเกินไปนัก ก็เธอน่ะอยากจะรีบขึ้นไปเจอกับคุณเหนือเมฆนั่นเร็ว ๆ ยอมรับแบบไม่อายเลยว่าเธอเกิดตกหลุมรักผู้ชายอย่างคุณเหนือเมฆเข้าให้แล้ว คนอะไรหล่อชะมัด แถมยังมีเสน่ห์ดึงดูดที่ทำให้หญิงสาวนั้นไม่อาจจะละสายตาไปได้เลย และดูจากเมื่อคืนนี้ที่อีกฝ่ายก็ส่งสายตาตอบกลับมาให้เธอ แปลว่าเธอนั้นก็ยังมีหวัง
เป็นแค่พี่เลี้ยงของบริษัทจัดหาคนที่ต้องคอยแต่ถูกจ้างให้ไปดูแลพวกเด็ก ๆ ตามบ้านนั้นบ้านนี้มานาน แถมเงินเดือนก็ไม่ได้มากมาย วัน ๆ แทบไม่พอใช้ เพิ่งจะมามีงานนี้งานแรกนี่แหละที่ได้ค่าจ้างดีแถมยังดูแลแค่เด็กผู้หญิงคนเดียวไม่ต้องวุ่นวาย แต่ดูท่าครั้งนี้เธออาจจะได้เป็นอะไรที่มากกว่าพี่เลี้ยงก็ได้
“น้องอิงจะไปดูอีกร้านตรงโน้น พี่โรซี่ตามน้องอิงมาสิ” ว่าแล้วร่างเล็ก ๆ ของอิงจันทร์ก็วิ่งดุ๊ก ๆ ออกไปอีกทาง เป็นเหตุให้พี่เลี้ยงอย่างโรซี่ต้องวิ่งตามต่ออีกครั้ง ใครบอกกันว่าเธอรักเด็ก แต่ที่ยังต้องอดทนทำไปก็เพราะว่ายังไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้
“น้องอิง! เดี๋ยวสิคะ อย่าวิ่งแบบนั้น... โธ่เว้ยยัยเด็กบ้า ดื้อด้านอะไรขนาดนี้เนี่ย” อดที่จะแอบสบถเบา ๆ ออกมาอย่างหัวเสียไม่ได้
อีกด้านหนึ่ง... ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดลำลองสีแดงเถือกกำลังเดินลากกระเป๋าใบโตเข้ามาในส่วนล็อบบี้ของโรงแรมหรู มืออีกข้างก็ถือโทรศัพท์แนบหูเพื่อคุยกับใครอีกคนไปด้วย “ใช่ ๆ ตอนนี้ฉันต้องมาหาที่ชาร์จแบตมือถือเอาไว้ก่อนน่ะ อืม... ที่โรงแรมข้าง ๆ นี่ก็น่าจะมีตู้ให้ชาร์จอยู่”
(ให้ตายเถอะไอ้เภา แล้วแกจะทำยังไงต่อไปวะ ทั้งพาสปอร์ตทั้งกระเป๋าสตางค์หายไปหมดแบบนี้ แถมเงินในบัญชีก็ไม่เหลือให้ถอนอีก แม่งโคตรซวยเลยว่ะ) ในเวลานี้เปตองนั้นแทบอยากจะเอาเท้าขึ้นก่ายหน้าผากแทนเพื่อนรัก เพราะนอกจากเงินจะหายไปหมดแล้ว สิ่งที่เป็นฝันร้ายสำหรับเหล่านักท่องเที่ยวก็คือการทำพาสปอร์ตหายนี่แหละ!
“ฉันก็ยังคิดอะไรไม่ออกเหมือนกัน แต่อันดับแรกคงจะต้องเอาใบแจ้งความไปที่สถานทูตก่อน จากนั้นก็ค่อยว่ากัน”
(แต่มันก็ต้องใช้พวกเอกสารยืนยันตัวด้วยนะ แล้วคือทั้งบัตรประชาชนทั้งเอกสารสำเนาต่าง ๆ ก็หายไปพร้อมกันหมดแบบนั้นด้วย ยุ่งยากเลยทีนี้)
นี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ลำเภาคิดไม่ตกเหมือนกัน คงต้องโทษความสะเพร่าของเธอเองที่ดันเก็บทุก ๆ อย่างรวมกันไว้ที่เดียว แถมยังไม่เคยถ่ายรูปพวกหน้าบัตรประชาชนหรือว่าหน้าพาสปอร์ตเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือเลยสักรูป ช่างเป็นคนที่ใช้ชีวิตได้อย่างประมาทจริง ๆ
“เอาน่า ยังไงลองไปก่อนแล้วกัน ทางสถานทูตก็คงจะมีวิธีการอะไรช่วยได้แหละ ยังไงฉันก็คนไทยนะเว้ย จะไม่ให้กลับประเทศบ้านเกิดเลยหรือไง” ลำเภาตอบกลับเพื่อนไปด้วยน้ำเสียงอับจน
(เฮ้อ เออ ๆ แล้วนี่สรุปเรื่องไอ้เหี้ยเจเจแกจะเอายังไง นั่นมันยักยอกทรัพย์แกเลยนะเว้ย เสียดายที่ฉันทำอะไรมากไม่ได้”) เพราะว่าตอนที่เปตองไปเห็นครั้งสุดท้ายก็คือตอนที่ไอ้เด็กเวนนั่นมันขนของขึ้นรถไปหมดแล้ว
พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วน้ำตาของลำเภาก็ดันพาลจะไหลออกมาเอาดื้อ ๆ แต่สุดท้ายเธอก็ต้องพยายามฮึบสูดหายใจและกล้ำกลืนมันลงไป ตอนนี้เธอต้องจัดการเรื่องของตัวเองก่อน “เอาไว้ฉันกลับไปที่ไทยก่อนค่อยแจ้งความ”
(เออดี เรื่องนี้แกห้ามปล่อยผ่านเด็ดขาด หนอย ตอนมาจีบแกขอเป็นแฟนก็ทำดีสารพัด แกทำงานปั่นนิยายขายงก ๆ ส่งเสียมันเรียนมหาลัยตั้งสองปี แล้วพอมันเรียนจบดูสิ่งที่มันตอบแทนแก พูดแล้วของขึ้นฉิบหาย อย่าให้ฉันเจอมันอีกนะ แม่จะกระทืบให้ไส้แตกเลยคอยดู)
ลำเภายิ้มบาง ๆ ออกมาอย่างซึ้งใจ อย่างน้อย ๆ เธอก็ยังเหลือคนบนโลกนี้ตั้งหนึ่งคนที่ยังคงเป็นห่วงและจริงใจกับเธอ
“ขอบใจนะเปตอง เอาไว้ฉันกลับไปจะเลี้ยงข้าวแกนะ”
(โอ๊ย! มาเลี้ยงอะไรล่ะ ฉันเนี่ยต้องเลี้ยงแกไหม อย่าลืมสิว่าแกน่ะมันเป็นยาจกไปแล้ว เงินก็ไม่มีจ้ะ)
ลำเภาหัวเราะแห้ง
(แล้วนี่มีเงินติดตัวไหม ที่ฉันเองก็มีไม่มาก อาจจะพอช่วยโอนไปให้แกติดตัวได้บ้างนิดหน่อย)
“ไม่ต้อง ๆ ฉันพอมีอยู่ แกไม่ต้องห่วง” ลำเภารีบปฏิเสธ เธอรู้ดีว่าฐานะของที่บ้านเปตองนั้นเป็นยังไง และเธอเองก็ไม่อยากจะรบกวนหรือว่าต้องไปเดือดร้อนใครด้วย แม้ในกระเป๋ากางเกงที่ว่าพอมีนั้นจะเป็นเงินแค่ห้าสิบกว่ายูโรก็ตาม
(แน่ใจนะ)
“อื้อ แน่ใจ” หญิงสาวยืนยันหนักแน่น “งั้นแค่นี้ก่อนนะ ไว้ฉันจะติดต่อไปใหม่”
(โอเค ดูแลตัวเองนะแก)
ลำเภากดวางสายไปแล้ว เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ อีกครั้งก่อนจะเดินไปสแกน QR Code เพื่อเช่าพาวเวอร์แบงค์จากตู้ที่ให้บริการอยู่ใต้โรงแรม
ตู้ชาร์จแบตมือถือในต่างประเทศส่วนใหญ่จะใช้บริการเช่าพาวเวอร์แบงค์แบบ On-the-go ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง CHARGESPOT ซึ่งมีจุดให้บริการตามห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ สนามบิน โรงแรมใหญ่ ๆ และร้านค้าต่างๆ ในหลายประเทศ ผู้ใช้สามารถเช่าพาวเวอร์แบงค์จากแอปพลิเคชันและคืนที่จุดบริการอื่น ๆ ได้ ทำให้ไม่ต้องรอชาร์จแบตอยู่กับที่ให้เสียเวลา
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วลำเภาก็เปิดกูเกิ้ลแม็พเพื่อหาสถานทูตไทยทันที และมันก็ตั้งอยู่ที่โรมซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางจากมิลานไปยังที่นั่นเกือบ ๆ สามชั่วโมง
“เฮ้อ” ลมหายใจถูกพ่นออกมาจากใบหน้ามนอีกครั้งและมันก็เป็นรอบที่เท่าไรแล้วไม่รู้ ในหัวก็กำลังคำนวณคิดหาวิธีเดินทางไปยังที่หมายด้วยเงินที่พอมีเหลือ สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ว่าคงจะต้องนั่งรถไฟเข้าเมืองแล้วค่อยไปต่อรถไฟใต้ดิน
แต่ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะหมุนตัวลากกระเป๋าออกไปจากตรงนั้น เสียงร้องลั่นโวยวายของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งที่วิ่งเข้ามาชนที่ขาของเธออย่างแรง
“โอ๊ย!” ร่างของเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตาบาร์บี้ล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นทันที
“หนู! เป็นอะไรหรือเปล่า” ลำเภาเห็นแบบนั้นก็รีบก้มลงไปจับประคองร่างน้อย ๆ นั้นด้วยความตกใจ
เด็กหญิงตัวน้อยไม่ได้มีทีท่าว่าจะร้องไห้ ดวงตากลมโตกลับจ้องมองคนตรงหน้านิ่ง อ้อมแขนเล็กกอดตุ๊กตายูนิคอร์นสีชมพูเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“นี่! น้องอิง หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ยัยเด็กบ้าจะหนีไปไหน! ถ้าฉันจับได้จะตีให้มือหักเลย” และเมื่อได้ยินเสียงโวยวายที่ดังลั่นตามหลังมา เด็กสาวตัวน้อยที่นั่งอยู่นั้นก็ลุกขึ้นจากพื้นแล้วรีบอ้อมไปซุกหลบอยู่ที่ด้านหลังของลำเภาทันที
“อ้าว หนู”
“ชู่ว์~ อย่าเสียงดังจิ ยัยแม่มดร้ายมันกำลังจะตามมาตีน้องอิงนะ”