หนึ่งอาทิตย์ต่อมา...
ล่าล่าลั่นล่า ลาลั้นลา..
มีคนอารมณ์ดีร้องเพลงสนุกสนานมาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ใครถามก็บอกว่าอารมณ์ดีเจ้ากรรมนายเวรกลับบ้านเกิด...เธอรู้ข่าวจากพี่ชายว่าผู้ชายคนนั้นรีบบินกลับบ้านตั้งแต่วันที่มีเรื่องกับเธอ โดนเธอกัดจมูกเตะเข้ากลางเป้าขนาดนั้นคงกลัวจนรีบหนีไม่กล้ากลับมาที่นี่อีก เธอละมีความสุขสุดๆ ไปเลย แต่ในวันนั้นเธอโดนเตี่ยกลับมาบ่นให้ชุดใหญ่ทั้งที่ผู้ชายคนนั้นก็ทำร้ายเธอเหมือนกัน เตี่ยพูดเข้าข้างคนอื่นจนเธอน้อยใจและยังบอกว่าเขาเป็นคนสำคัญของบริษัทเป็นคนที่ช่วยให้บริษัทอยู่รอดมาได้ เตี่ยพูดบ่นยาวจนเธอขี้เกียจฟัง...
ภายในครัว ห้องอบขนม
ป้าจุ๋มเห็นหญิงสาวฮำเพลงอารมณ์ดีก็เอ่ยพูดแซว..
"อาทิตย์นี้คุณหนูอารมณ์ดีจังเลยนะคะ" อารมณ์ดีผิดปกติ
"หวานมีความสุขค่ะป้าจุ๋ม หวานจะกลับมารับออเดอร์ทำขนมแล้วนะคะ นี่ก็กำลังทำขนมสูตรใหม่อยู่ค่ะ" น้ำหวานอยู่ในชุดทำขนมใส่ผ้ากันเปื้อนยืนอยู่หน้าเตาอบขนม ใบหน้าสวยฉีกยิ้มมีความสุข
"งั้นดีเลยค่ะ วันนี้มีแขกมาหาคุณขุนนั่งคุยกันอยู่ห้องรับแขก ป้าก็กำลังมาหาขนมอร่อยๆ ไปต้อนรับ ว่าแต่ทำเสร็จหรือยังคะ" แค่ได้เห็นคุณหนูยิ้มเห็นทุกคนมีความสุขก็ดีใจที่สุดแล้ว
"หวานทำเสร็จพอดีเลยค่ะ ว่าแต่มีแขกที่ไหนมาหาเฮียขุนเหรอคะ" พี่ชายเธอมีแขกมาหาด้วยเหรอ เพื่อนๆ ที่รู้จักก็มีอยู่ไม่กี่คน
"คุณเอื้อน่ะค่ะ เห็นว่ามาคุยกันเรื่องร้านอาหารที่ร่วมหุ้นกัน ท่าทางกิจการจะไปได้ดี งั้นป้าขอเอาขนมสูตรใหม่ไปให้คุณเอื้อได้ลองชิมดูนะคะ ถ้าอร่อยก็เปิดรับออเดอร์ขายเลย" ตั้งแต่ที่ช่อฟ้าท้อง ขุนเขาก็ไม่ได้ออกไปไหน เพื่อนๆ จึงต้องเป็นฝ่ายเข้ามาหาที่บ้าน...
"ถ้าเป็นเฮียเอื้อ หวานไม่ให้ชิมหรอกค่ะ"
"อ้าวทำไมละคะ" ป้าจุ๋มเองก็งุนงง เป็นอะไรไปอีกแล้ว
"ขนมของหวานให้ชิมได้แค่แขกคนพิเศษเท่านั้น คนกันเองอย่างเฮียเอื้อ กินคุกกี้อันเก่าบนหลังตู้ก็พอแล้วค่ะ ไม่ก็เหล้าหมักของเตี่ยที่อยู่ในตู้" ชัดเจนสำหรับคู่ปรับตลอดปีตลอดกาลอย่างโอบเอื้อ คนที่น้ำหวานให้ฉายาว่าขี้เหล้า คนแบบนี้กินคุกกี้ดีๆ ไม่เป็นหรอก อร่อยสุดน่าจะเหล้าขาว
"ตอนนี้คุณเอื้อกลายเป็นนักธุรกิจเนื้อหอม เป็นเจ้าของร้านอาหารไปแล้วนะคะ ของมึนเมาพวกนั้นคงเลิกกินแล้วมั้งคะ" คุณหนูยังคงอคติ..เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
"คนติดเหล้าเลิกไม่ได้ง่ายๆ หรอกค่ะป้าจุ๋ม ยังไงป้าจุ๋มก็ดูเฮียขุนดีๆ ด้วยนะคะ เดี๋ยวจะชวนกันออกไปกินเหล้าอีก ส่วนขนมคุกกี้สูตรใหม่นี้ หวานไม่ให้ค่ะ " ไม่ให้ก็คือไม่ให้..อย่าหาเธอใจร้ายเลยนะ คนที่เหมาะจะกินคุกกี้สูตรใหม่ของเธอต้องเป็นแขกคนสำคัญของบ้านเท่านั้น ว่าแต่จะเป็นใครกันนะ...
"ไม่ให้ก็ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวป้าเข้าไปหยิบขนมในตู้เย็นเอาไปจัดใส่จาน" ป้าจุ๋มทำหน้าเศร้าแอบมองคุกกี้ช็อกโกแลตสูตรใหม่ในเตาอบ ดูน่ากินจัง...
"ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้" น้ำหวานยกนิ้วชี้โบกไปมา เธอรู้ทัน ไม่ได้ก็คือไม่ได้ คุกกี้นี้ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะได้กิน...
"ค่ะ" ป้าจุ๋มยิ้มเดินเข้าไปหยิบขนมในตู้เย็น...จะหวงอะไรขนาดนั้น
ห้องรับแขกด้านนอก
ป้าจุ๋มเดินเอาขนมมาเสิร์ฟให้สองหนุ่ม นั่นคือขุนเขากับโอบเอื้อ ทั้งคู่นั่งพูดคุยปรึกษากันเรื่องขยายสาขาร้านอาหาร..ป้าจุ๋มเดินเข้าไปพูดคุยเล่นกับสองหนุ่มสักพักก็เดินออกมา ให้ทั้งคู่ได้คุยงานกัน...
เวลาสี่โมงเย็น หลังจากทำขนมเสร็จใน น้ำหวานก็ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำภารกิจต่อไปนั่นคือพาเจ้าป็อกกี้หมาชิวาว่าออกไปเดินเล่นที่สวนข้างบ้าน...
ห้องรับแขกด้านนอก
ร่างสมส่วนสวมชุดออกกำลังกายเดินอุ้มเจ้าหมาตัวน้อยออกมา เธอเดินเข้าไปชวนพี่ช่อในห้องแล้วแต่พี่ช่อง่วงก็เลยให้นอนพักผ่อน คนท้องนอนพักผ่อนเยอะๆดีแล้ว
"เฮ้ยๆ จะไม่ทักทายกันหน่อยเหรอ" มีเสียงร้องทักเมื่อเธอเดินผ่าน ไม่ใช่ว่าน้ำหวานไม่เห็นแต่เห็นว่าทั้งคู่กำลังคุยงานกันอยู่ ความจริงคือไม่อยากทัก..
ร่างสูงของโอบเอื้อโบกมือทักทายน้องสาวเพื่อนเป็นมารยาทเขาเองก็ไม่ได้อยากจะทักหรอก เด็กอะไรไม่รู้จักทักทายผู้ใหญ่ ใบหน้าหล่อคมเข้มสไตล์ผู้ชายไทยส่ายไปมา..ตอนเด็กก็สุดแสนจะแสบซน โตมายิ่งแสบสุดๆ
"สวัสดีค่ะ" น้ำหวานหันไปไหว้สวัสดีด้วยมือข้างเดียว อีกข้างอุ้มหมาอยู่
ขุนเขาเห็นว่าน้องสาวอุ้มเจ้าป็อกกี้หมาเจ้าเล่ห์ก็พอจะเดาออกว่าจะไปไหน..
"แล้วนั่นจะไปไหน เพื่อนเฮียมาหาก็มานั่งเล่นคุยกันก่อน มีเรื่องจะคุยด้วย" รู้ว่าเพื่อนกับน้องสาวเป็นคู่ปรับกันแต่ที่ชวนคุยเพราะมีเรื่องงานอยากจะคุยด้วย
"หวานจะพาลูกไปเดินเล่น เชิญเฮียสองคนคุยกันไปเถอะค่ะ หวานขี้เกียจนั่งคุย" แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วนะ ว่าไม่อยากคุยด้วย..
"ไม่เจอกันนาน มีลูกเป็นหมาไปแล้วหรือไง" โอบเอื้อพูดติดตลก เขารู้ว่าวิธีนี้ไหนจะทำให้เธอคุยด้วย
"ใช่ค่ะ หวานมีลูกเป็นหมา ส่วนเฮียเอื้อน่ะปากหมา!! ไม่เจอกันนานก็ยังปากหมาเหมือนเดินนะคะ" เธอเองก็พูดติดตลกเหมือนกัน...
ขุนเขาเห็นท่าไม่ดีก็รีบห้ามทัพก่อนที่จะเกิดศึก...
"เฮ้ยๆ พอๆ อย่าทะเลาะกัน หวานมานั่งนี่ก่อนมา เฮียมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย"
"เฮียมีเรื่องอะไร หวานให้เวลาแค่ห้านาทีนะ "เวลาของเธอมีค่า
"อืม คุยแป๊บเดียว" ขยับให้น้องสาวมานั่งข้างๆ
เมื่อเจ้าป็อกกี้มองเห็นโอบเอื้อมันก็เห่าเสียงดัง เหมือนเห็นเพื่อน
บ็อก!! บ็อกๆๆ บ็อก เจ้าป็อกกี้เห่าทักทายโอบเอื้อไม่หยุด
"เฮ้ยย เห่าอะไรวะ ไม่เคยเห็นคนหล่อหรือยังไง เดี๋ยวเถอะ" คนหล่อทำหน้าเหมือนจะกัดหมา..
บ็อกๆ บ็อกๆๆ ยิ่งพูดยิ่งเห่า
"เจ้าป็อกกี้มันชอบเห่าเพื่อนน่ะค่ะ มันคงเห็นเฮียเอื้อเป็นหมา" น้ำหวานพูดติดตลกปล่อยให้ลูกชายเห่าต่อไป
"พูดแบบนี้หมายความว่าไง" โอบเอื้อทำหน้าฉุนเฉียวแทบจะกินหัวอีกฝ่าย
ขุนเขากลัวว่าทั้งคู่จะทะเลาะกันก็เลยรีบพูดแทรก
"น้องกูหมายความว่ามึงหล่อจนหมาเห่าแบบหล่อมากๆ หวานบอกไอ้ป็อกกี้หยุดเห่าซิ" น้องเขาก็แสบจริงๆ ปากดีปากแซ่บไม่เปลี่ยน
"อ้อ เออกูก็หล่อมากจริงๆ" เกือบได้หักคอหมาซะละ ก่อนจะหักคอหมาหักคอเจ้าของหมาก่อนดีไหมวะ โอบเอื้อมองน้องสาวเพื่อนอย่างไม่เป็นมิตรเพราะแบบนี้ไงถึงยังโสด รุ่นเดียวกันกับน้ำหวานแต่งงานไปหมดแล้ว เหลือเธออยู่คนเดียวในรุ่นก็สมควร เป็นเขาก็ไม่เอาต่อให้เหลือผู้หญิงคนเดียวบนโลกก็เถอะ น้องสาวเพื่อนคือของต้องห้าม..ปากตลาดเกินไม่ไหว ใครได้เป็นเมียปวดหัวตาย!! บรึยย แค่คิดก็ขนลุก
"เฮียมีอะไรจะคุยก็รีบพูดมาเถอะ ป็อกกี้มันน่าจะอยากออกไปเดินเที่ยวแล้ว มันรู้เวลา รู้เรื่องยิ่งกว่าคนซะอีก" พูดกับพี่ชายแต่หันไปมองหน้าคู่อริแล้วทำหน้าล้อเลียน แบร่..
"คือเฮียอยากเอาขนมที่หวานทำไปขายที่ร้าน รอบก่อนที่เฮียเหมาไปแจกลูกค้าในวันเปิดร้าน ลูกค้ากลับมาแล้วบอกว่าชอบมาก อยากซื้อแต่ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน" ที่หาซื้อไม่ได้เพราะน้องสาวทำขนมขายตามอารมณ์ รสชาติก็ตามอารมณ์...
"อ้อ..นึกว่าเรื่องอะไร หวานไม่รับทำนะ แค่เปิดรับออเดอร์ขายเองก็ทำไม่ไหวแล้วอะ" ขนมร้านนี้ตามใจคนขาย..ยิ่งให้ไปขายร้านเฮียเอื้อ เธอไม่ขายหรอก
"ก็ให้ป้าจุ๋มคนอื่นๆ ช่วยสิ คนงานในบ้านเรามีตั้งเยอะ" น้องสาวเขานิสัยเหมือนใครที่ไหน..
"ไม่เอาอะ เหนื่อย หวานทำเป็นงานอดิเรก ไม่ได้จริงจัง หวานเพิ่งทำคุกกี้สูตรใหม่เสร็จ เดี๋ยวตอนเย็นเอามาให้ลองชิม"
"ก็ทำจริงจังซะสิ เอาไปขายที่ร้านขายดีจะตาย ใช่ไหมวะเอื้อ"
"ใช่ๆ" โอบเอื้อพยักหน้าเห็นด้วย
"ก็บอกว่าไม่ทำ หวานพาป็อกกี้ไปเดินเล่นก่อนนะ บ๊าย" โบกมือลาแล้วเดินออกไป...
สวนเดินเล่นข้างบ้าน..
เป็นพื้นที่ออกกำลังกายสำหรับทุกคนในบ้าน..
น้ำหวานปล่อยให้เจ้าป็อกกี้วิ่งเล่นรอบสวน ช่วงเวลานี้ของทุกวันเป็นช่วงเวลาที่เจ้าป็อกกี้มีความสุขที่สุด...มันเป็นสัตว์ตัวเดียวในบ้านและเป็นหมาที่น้ำหวานรักมาก
"ป็อกกี้ลูก อึตรงนั้นไม่ได้นะ" คือโคนต้นยาจีนของเตี่ย เจ้าป็อกกี้ชอบไปดมแล้วฉีใส่น่าจะได้กลิ่นอะไรแปลกๆ
น้ำหวานรีบวิ่งไปอุ้มเจ้าป็อกกี้ออกมาวางไว้อีกที่ อึตรงอื่นก็ได้...ต้นยาจีนนี้เตี่ยต้มกินทุกวัน!!!
ในระหว่างที่กำลังเดินเล่นที่สวนกับสุนัขเธอก็เห็นรถตู้ของเตี่ยขับเข้ามาจอดในบ้าน วันนี้เตี่ยเลิกงานเร็วจัง นี่เพิ่งจะห้าโมง เธอมัวแต่หันมองรถตู้พอหันกลับมาก็พบว่าเจ้าป็อกกี้หายไปแล้ว..
"ป็อกกี้ลูก ป็อกกี้ ป็อกกี้!!" เรียกอยู่นานก็ไม่เจอ ไปไหนอีกแล้วเนี่ย มองไปทั่วสวนก็ไม่เจอ "ป็อกกี้ลูกอยู่ไหน"
เมื่อกี้ก็ยังอยู่ตรงนี้เผลอแป๊บหายไปไหนเนี่ย ยิ่งตัวเล็กๆ อยู่ด้วย เธอกลัวว่างูจะเขมือบกินลูกชายเธอ..