[1]Love at first sight

1017 Words
ณ สถานบันเทิงชื่อดังใจกลางกรุง ผู้คนสับส่ายสะโพกไปตามจังหวะดนตรีกันอย่างเมามันส์รวมทั้งพอร์ชที่เพิ่งจะเดินได้มาสักพักใหญ่ๆแล้ว จึงนัดพ้องเพื่อนมากันครบ4คนนั่นคือ นุ่นหญิงสาวที่มีความเป็นกันเองติดภาษาบ้านเกิดสะส่วนใหญ่ จีจี้ทะเบียนราษฎร์รู้จักคนทั่วผับทั่วทั้งเมืองหลวงและอ๊อฟฟี่ขาเม้าท์ทั้งสองเป็นสาวประเภทสอง เราคบกันตั้งแต่มหาวิทยาลัยและสนิทกันมากๆช่วงที่ฉันหง๋อยๆตอนเดินไม่ได้พวกนางก็มาเยี่ยมบ่อยๆทำให้คนป่วยไม่เคยเงียบเหงาเลยสักครั้ง ผู้คนหนาตาเป็นพิเศษสำหรับเทศกาลวันลอยกระทงแต่ผับแน่นเอี๊ยดเลยจริงๆ ไม่ลงไม่ลอยมันละมาปล่อยตัวปล่อยใจแบบฉ่ำๆดีกว่าเผื่อได้เสียตัวกับเขาบ้าง เห็นแบบนี้อายุ27ปีบริบูรณ์ก็ไม่เคยจะกล้าพลีกายสักที มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เคยจูบกับแฟนเก่านัวกันจนจะถอดผ้าอยู่รอมร่อมันก็ยังไม่ได้ เธอไม่ใจกล้าเลยสักทีถึงได้ครองความบริสุทธิ์มาจนจะสามสิบปีแล้ว "อร๊ายยย! อีหนุ่นมึงเบิ่งผู่คนนั่นแหม๋สเป็คอีพอร์ชบักคักเล้ย!" เป็นกิจวัตรของการมาเที่ยวสถานบันเทิงเธอและเพื่อนเที่ยวผับสลับกับบาร์โอสเลยด้วยซ้ำ ส่องผู้ชายหล่อๆทุกครั้งไปจนชิน "ไสๆ?" "พอร์ชมึงดูผู้จ่ะ หล่อลากไส้ของจริงหันหลังดู๊!!" "สเป็คกูมีคนเดียวเท่านั้นแหล่ะตอนนี้อะ แต่ไหนวะ?" รักแรกพบที่เจอกันที่โรงพยาบาลมันแบดบอยได้ใจพอร์ช แต่กระนั้นก็หันขวับคอเเทบเคล็ด ดวงตาพราวระยับราวกับสวรรค์เปิดทางให้กับอีพอร์ช ดวงคนมันจะได้กันอะคิดดูเถอะ คุณพี่แบดบอยอยู่แค่เอื้อมแล้ว "พวกมึงห้ามมองว่าที่ผัวกู เดี๋ยวมาหว่ะเจอคนของใจละ!" ปากว่าตีนถึงก้าวฉับๆไปหาเขาราวกับกลัวอีกฝ่ายจะหนีไปไกลกว่านี้เพราะคนเยอะมากปล่อยไว้ไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว "หะ!!! คนนี้เหรอที่มึงเล่าให้ฟังว่ารักแรกพบมึงอะ?" "แม่นแล้ว!" ฉันตอบเพื่อนด้วยภาษาอีสานที่พูดไม่เป็นเลยสักนิด แต่เพื่อนทั้งสามเป็นคนอีสานทั้งหมดเลยซึมซับมานิดหน่อย แต่ก็เดินได้อย่างเชื่องช้าไม่กล้าใช้ขาอย่างหนักหน่วงเท่าไหร่นัก แน่นอนว่าเธอเห็นเขาเข้าไปนั่งที่โซนวีวีไอพีเชียวหล่ะ ร่างหนาอยู่ในชุดเสื้อเชิตแขนยาวสีขาวที่ปลดกระดุมแขนและตรงปกคอไป เหมือนผ่านการทำงานมาแต่ใครจะสนใจการแต่งกาย สนใจในความหล่อล้วนๆเลย สมองพลันคิดว่าจะสามารถเข้าไปข้างในพื้นที่ส่วนตัวของเขาได้อย่างไรดี แต่เชื่อเถอะด้านได้อายอด เพราะฉะนั้นไม่ปล่อยให้หลุดมือไปอย่างแน่นอน ฟึ่บบบ! มาเฟียหนุ่มนั่งพิงโซฟาหรูสีแดงเพลิงไปอย่างกลุ้มใจให้กับงานของตนเอง แก๊งค์พยัคฆากำลังมีปัญหากับคู่ค้าเก่า ซึ่งปล่อยผ่านมาทุกครั้งจนตอนนี้ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าอีกฝ่ายจะซุ่มแว้งกัดตอนไหน การโหมงานจนเครียดทำให้ใบหน้าหล่อเหลาโทรมลง คิ้วตึงผูกแทบจะเป็นโบว์แล้วในตอนนี้ จู่ๆประตูก็ถูกเปิดออกปรากฏร่างของหญิงสาวสุดเซ็กซี่ชุดเดรสดำสายเดี่ยวตรงหน้า ทำเอาเขาตกใจอยู่ไม่น้อยเพราะไม่คิดว่าจะมีคนมารบกวนการพักผ่อน แน่นอนว่าแสน แพททริคสั่งให้ลูกน้องยืนอยู่ห่างให้มากที่สุดจนอาจจะไม่ทันได้เห็นแม่นี่เข้ามาตอนไหน "เธอเป็นใคร ใครอนุญาตให้เข้ามา?" "เป็นว่าที่ภรรยาคุณไงคะสุดหล่อ ในที่สุดเราก็เจอกันสักทีฉันรอคอยวันนี้มานานมากๆเลยค่ะ!" "..." จริงอยู่ที่ทั้งชีวิตของมาเฟียหนุ่มมีผู้หญิงเข้าหา แต่ไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงคนนี้บนโลกที่ไม่สงบเสงี่ยมเอาสะเลย "จำฉันได้ไหม ฉันชื่อพอร์ชค่ะ เราเจอกันที่...!!" "ออกไป!!" มาเฟียหนุ่มรำคาญเต็มทน หากความอดทนถึงขีดสุดคงได้โยนแม่นี่ออกไปแน่ "เจอกันเมื่อเดือนที่แล้วไง?ที่โรงพยาบาลไงคะ?" "ฉันบอกให้ออกไป!!!!" ถ้อยคำของหญิงสาวนมโตไม่ทำให้มาเฟียหนุ่มฉุกคิดและไม่ใส่ใจใดๆ "ไม่ออก!!!!!" เสียงทุ้มยังคงสั่งการจนครั้งนี้ดังขึ้น "..." "มามะมาเป็นของฉันเถอะคุณสุดหล่อชื่ออะไรเอ่ย?" แต่เธอก็หย่อนสะโพกลงนั่งที่ตักของเขาแล้วถูไถใบหน้าเข้าตรงอกแกร่ง มาเฟียหนุ่มกระดกเหล้าเข้าปากจนหมดแล้ว จุดบุหรี่ขึ้นมาสูบให้ใจเย็นขึ้นมา "...." เธอคงเมามากจนทำให้เป็นผู้หญิงแบบนี้ เขาตำหนิร่างบางในใจไม่หยุด พลางส่งสายตาตำหนิไปที่เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ถ้าไม่ยอมบอกชื่อฉันจะจูบคุณนะ!!" ควันขาวลอยฟุ้งทั่วทั้งห้อง แสน แพททริคถอนหายใจพรืดยาวก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่นหวังตัดความรำคาญ "หน้าด้าน ฉันไม่บอกเพราะไม่อยากรู้จักกับเธอ แค่นี้คิดไม่เป็นหรือไง?" พรึ่บบบ!!กึก!!! มือหนาอดไม่ได้จนทึ้งผมสลวยของเธอตรงท้ายทอยเข้าจังๆ เขาไม่สนผีห่าตนใดแล้วเพราะฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น "โอ้วววววว! โอ้ย!" เธอไม่ได้นิ้วหน้าเจ็บแต่กลับซูดใบหน้าทำเสียวสยิวกิ้วแทน "ถ้ายังไม่ออกไปหล่ะก็...เธอโดนแน่!" เสียงสั่งทุ้มต่ำสั่งการเป็นครั้งสุดท้ายข่มขู่เธอ กระนั้นยิ่งทำให้กร้าวใจเจ้าหล่อนมากยิ่งขึ้น "เห้อ นี่จำฉันไม่ได้จริงๆเหรอ เราเคยเจอกันมาก่อนนะคะ?"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD