Chapter 5

1291 Words
ปัง! “กลับ” “ครับนาย” ทศกัณฐ์ปิดเปลือกตาเอนตัวพิงเบาะปล่อยให้คนขับรถพากลับไปยังที่พัก “เอ่อ นายครับ” คนสนิทที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับกลืนน้ำลายตอนที่เห็นผู้เป็นนายหงุดหงิดยามที่ถูกขัดจังหวะการพักผ่อน “ตามตาราง ตอนบ่ายโมงครึ่งนายมีนัดกับคุณสิงห์เรื่องออดิชันนักร้องที่ผับเอ่อ..นายให้ผมตรงไปที่ผับเลยไหมครับ” “อืม” เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของคนสนิททำให้เขาคลายหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นลง อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ชายหนุ่มรู้ตัวว่าทำให้ลูกน้องและคนใกล้ชิดพลอยรู้สึกอึดอัดกับอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวที่มีมากกว่าปกติ แต่จะให้เขาทำอย่างไรในเมื่อเขาเกลียดการรอคอย แล้วโดยเฉพาะการรอคอยที่นับวันมันยิ่งดูเหมือนจะไม่มีวันเป็นจริง ในคราแรกเขามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าตนเองจะต้องเป็นฝ่ายชนะ...เขาเฝ้ารอดูเรื่องบังเอิญอย่างใจจดใจจ่อ แต่แล้วทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เขารอแล้วรอเล่าแต่ก็ยังไม่มีวี่แววของอีกฝ่าย จากที่รอคอยอย่างอารมณ์ดีและใจเย็นหลัง ๆ เขากลับอารมณ์เสียและหงุดหงิดกับการรอคอยที่ไม่ได้ดั่งใจ อาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายถูกใจเขาเอามาก ๆ ก็เป็นได้เขาถึงเป็นได้ขนาดนี้ ทศกัณฐ์นั่งมองบัตรนักศึกษาที่กำลังหมุนเล่นอยู่ในมือ ‘อุ่นใจ ภักดี...อย่างงั้นเหรอ อย่าให้ฉันเจออีกรอบ รับรองคราวนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้หลุดมือไปอีกเด็ดขาด’ เสียงเครื่องยนต์ดับลงเป็นสัญญาณให้ชายหนุ่มรับรู้ว่าถึงจุดหมายปลายทางแล้ว เหลือบมองนาฬิกาพบว่าเป็นเวลาบ่ายโมงครึ่งพอดี เสียงเพลงดังแว่วออกมาจากข้างในร้าน ในขณะที่เขาก้าวเท้าลงจากรถ เสียงหวานคุ้นหูทำให้ทศกัณฐ์หยุดชะงัก ชายหนุ่มรีบปิดประตูเตรียมจะสาวเท้าเดินตามเสียงเพลง “เอ่อ นายครับ?” “ว่าไง!” ทศกัณฐ์หันกลับไปถามเสียงเข้มหลังจากที่บอดี้การ์ดถามขัดขึ้นมา “ถ้าเสร็จจากนี่แล้วจะกลับเลยไหมครับหรือว่าจะไปร้านเดิม พะ พวกผมจะได้..” “พวกนายกลับไปบ้านใหญ่ได้เลย!” ทศกัณฐ์กลับไปสนใจเสียงเพลงต่อ แม้ท่วงทำนองจะหยุดลงแต่ความสงสัยกลับยิ่งทวีคูณ เพลงนี้ น้ำเสียงแบบนี้ ต้องใช่เสียงที่เขาตามหาแน่ ๆ ร่างสูงใหญ่ตรงดิ่งเข้าไปในผับของตนเองทันที แต่ในตอนที่ชายหนุ่มเข้าไปถึงเสียงเพลงก็พลันจบลง มีแค่เพียงเสียงปรบมือที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ทศกัณฐ์พยายามมองไปที่หน้าเวทีเพื่อตามหาต้นตอของเสียง แต่ก็ไม่สามารถมองทะลุผ่านผู้คนที่ยืนออกันอยู่หน้าเวทีได้ “เฮ้! กูนึกว่ามึงจะไม่มาซะแล้ว” ทศกัณฐ์หันไปมองชายหนุ่มสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาที่เดินเข้ามาทักทายด้วยสีหน้าและน้ำเสียงกวนตีน ‘สิงห์’ เพื่อนรุ่นน้องที่เป็นหุ้นส่วนอีกคนของผับแห่งนี้ “กูไม่ได้สายซะหน่อย...ใครร้องเพลงเมื่อกี้?” ทศกัณฐ์ย้อนถามกลับในขณะที่พยายามมองไปยังเวทีอีกรอบแต่ก็ไม่พบกับตัวคนร้อง “ไม่สายแต่ก็ไม่ทัน เด็กกูเพิ่งร้องเสร็จเมื่อกี้” ทศกัณฐ์ตวัดสายตากลับไปหาไอ้คนที่ชอบกวนประสาท เขามาตรงเวลามันก็ยังจะยัดเยียดความผิดให้เขาจนได้ “ใครบอกว่าไม่ทัน ว่าแต่เพลงเมื่อกี้เด็กมึงร้อง?” “อืม เพราะใช่ไหมล่ะ กูบอกมึงแล้ว” “ตกลงกูเอาเด็กมึงคนนี้แหละ บอกคนที่เหลือไม่ต้องร้องแล้วกลับไปได้เลย” “เฮ้ย! ได้ไงวะ เดี๋ยวคนเขาก็หาว่าลำเอียง เด็กเส้น ลองฟังคนอื่นก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ” “ไม่ล่ะ เสียเวลาถ้ามึงจะฟังก็แล้วแต่มึง แต่กูจะเอาคนเมื่อกี้ จับเซ็นสัญญาให้เรียบร้อยด้วย กูจะขึ้นไปเคลียร์เอกสารรอข้างบน” ทศกัณฐ์ตั้งท่าจะหมุนตัวกลับ อย่างน้อย ๆ วันนี้ก็ไม่ได้แย่ ได้เจอน้ำเสียงที่ตามหามานาน “อ้าว เดี๋ยวซิ อยู่คุยกันก่อน ยุ่งหรือไงช่วงนี้” “อืม” “เหรอออ? แต่ก็ยังมีเวลาไปป้วนเปี้ยนตามผับตามบาร์.. อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่าอาทิตย์ที่ผ่านมามึงไปป้วนเปี้ยนแถวไหนมา สารภาพกับกูมาซะดี ๆ ว่าไปติดเด็กที่ไหน” “ติดพ่อง! แล้วมึงว่างนักหรือไงถึงได้มีเวลามาสาระแนเสือกเรื่องของกูจัง รึว่าเมียทิ้ง?” “ทิ้งพ่อง! ไอ้ตัวแสบกลับบ้าน!” “หึ ลองหงุดหงิดแบบนี้ สงสัยโดนที่บ้านกีดกันดรามามาแน่ ๆ” “กีดกันห่าอะไรที่ไหน! ไม่มีซะหรอกระดับกูแล้ว ผ่านฉลุย เข้าตามตรอกออกตามประตูเป๊ะ พ่อตารักแม่ยายหลง” ทศกัณฐ์อดที่จะเบ้ปากหมั่นไส้กับความโอ้อวดโอเวอร์ของอีกฝ่ายไม่ได้ ปกติแล้วคนอย่างมันไม่มีซะหรอกที่จะยอมรับแบบเต็มปากเต็มคำแบบนี้ สงสัยคนนี้คงจะจริงจังน่าดู เห็นอีกฝ่ายเป็นเอามากขนาดนี้เขาก็ขี้เกียจจะกวนอารมณ์มันต่อ เลยเดินหนีขึ้นไปจัดการเอกสารข้างบน เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู ก๊อก ๆ “คุณกัณฐ์คะ” “เข้ามาได้” ร่างหนาเงยหน้าจากกองเอกสารมองคุณหนึ่งคนสวย ผู้จัดการร้านที่เป็นสาวประเภทสองที่คอยดูแลจัดการเรื่องต่าง ๆ ภายในร้าน “เราได้นักร้องแล้วนะคะ คุณสิงห์ให้มาตามคุณกัณฐ์ไปเซ็นสัญญาค่ะ” “ครับ” ทศกัณฐ์เดินตามอีกฝ่ายลงไปข้างล่าง “หูยย น้องน่ารักมากเลยค่ะ ร้องอะคูสติกก็เพราะ พอร้องเพลงร็อกก็เปลี่ยนโหมดกลายเป็นเซ็กซี่ได้ซะงั้น คนอื่น ๆ ในวงก็ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าคนเนี้ย สุดยอดแล้ว โดยเฉพาะนังแม็คนะคะ กระดี๊กระด๊าที่สุด ตั้งท่าจะจีบน้องเขาท่าเดียวเลย” ทศกัณฐ์เดินไปฟังเสียงจีบปากจีบคอของอีกฝ่ายไปด้วย “คุณกัณฐ์ได้ฟังตอนที่น้องอุ่นร้องไหมคะ?” “อุ่น?” “ใช่ค่ะ นักร้องของร้านเราชื่อน้องอุ่น คนที่คุณสิงห์แนะนำมาไงคะ..นั่นไงคะ คนตัวเล็กผิวขาว ๆ ที่นั่งข้าง ๆ คุณสิงห์” คุณหนึ่งชี้ให้ดูใครคนนึงในตอนที่เราทั้งคู่เดินลงมาถึงข้างล่าง มันจะบังเอิญเกินไปไหม? น้ำเสียงที่เขาตามหามานานกับคนที่เขารอที่จะได้เจอคือคนคนเดียวกัน? ทศกัณฐ์มองไปยังร่างบางที่กำลังพูดคุยอยู่กับไอ้สิงห์ด้วยความข้องใจ แต่ไม่ว่าจะมองยังไงก็คือคนเดียวกันกับคนที่เขาใช้เวลาด้วยทั้งคืนในคืนนั้นแน่ ๆ แม้จะมองจากระยะไกลแต่เขาก็จำได้ดีว่าผิวสีขาวอมชมพูนั้นเนียนนุ่มมือมากแค่ไหน ไหนจะเรียวปากสีสดที่ไม่ว่าคืนนั้นเขาจะชิมเท่าไรก็ไม่เคยอิ่มนั่นอีก ภาพในคืนนั้นวนย้อนกลับเข้ามาในหัวทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี “สองคนนั้น เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” “ค่ะคุณกัณฐ์” ในตอนนี้ทศกัณฐ์เลิกคิดถึงหลักเหตุผลหรือค้นหาสาเหตุแห่งความบังเอิญ รู้แค่เพียงอย่างเดียวว่าครั้งนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ของของเขาหลุดมือให้ต้องหงุดหงิดรำคาญใจอีกรอบแน่ ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD