“ขอบคุณพี่สิงห์อีกครั้งนะครับ...อุ่นสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานให้เต็มที่” เสียงหวานเอ่ยเจื้อยแจ้วในตอนที่ร่างสูงใหญ่กำลังเดินเข้าไปใกล้
น้ำเสียงและรอยยิ้มของคนตัวเล็กที่ส่งไปให้คนร่วมโต๊ะทำให้หัวคิ้วของคนมาใหม่เริ่มกระตุก อารมณ์จากที่เพิ่งจะดีก็เริ่มขุ่นมัว
ดูท่าจะสนิทกันน่าดู!
พี่สิงห์อย่างนั้นพี่สิงห์อย่างนี้!!
“อ้าว มึงมาพอดีเลย นี่อุ่น รุ่นน้องกูเอง ส่วนนี่เฮียกัณฐ์ จะเรียกเฮียหรือจะเรียกพี่ก็ได้”
สิงห์แนะนำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกันโดยที่ไม่ทันสังเกตเลยว่าคนตัวเล็กกว่าตกตะลึงหน้าถอดสีไปขนาดไหนตอนที่หันมาเจอกับคนที่เข้ามาใหม่
“!!!”
“สัด มึงทำน้องเขากลัวแล้วเห็นไหมเนี่ย..อุ่นไม่ต้องกลัวนะ มีอะไรบอกพี่ได้เลย เฮียมันก็หน้านิ่งอย่างนี้แหละ”
คำก็พี่สองคำก็น้อง ทำไมวันนี้ไอ้สิงห์ทำตัวน่าหมั่นไส้จังวะ!
แล้วอีกฝ่ายทำไมเจอเขาจะต้องทำหน้าซีดขนาดนั้น?!?
“สะ..สวัสดีครับ พะ พี่กัณฐ์” ร่างบางเตรียมจะยกมือไหว้แต่อีกฝ่ายเอ่ยขัดขึ้นมาเสียงเข้ม
“ทำไมเรียกพี่!” วันนี้จะมาเรียกพี่ ทั้ง ๆ ที่วันก่อนจะเป็นผัวอยู่มะรอมมะร่อ
“อ้าวมึงทำไมกวนตีนจังวะ ไม่ให้น้องเรียกพี่แล้วจะให้เรียกว่าอะไร”
ไอ้สัดสิงห์นี่ก็ปกป้องจัง!
จะให้เรียกกูว่าพี่ เหมือนกับที่เรียกมึงน่ะนะ
ฝันไปเหอะ!
กูไม่ใช่พี่!
ไม่เป็นพี่เด็ดขาด!
“เรื่องของกู ไหนสัญญาเอามา!” ทศกัณฐ์รีบคว้าสัญญามาเซ็น พร้อมกับเหลือบตามองไปยังอีกฝ่ายที่เริ่มร้อนรนนั่งไม่อยู่สุข
“แม่ง จะดุทำห่าอะไร.. เออ อุ่น ช่วงนี้ทางร้านอาจจะทดลองให้มีดนตรีสดแค่ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ก่อน อุ่นโอเคไหม?”
“คือ ช่วงอาทิตย์สองอาทิตย์แรก อุ่นสะดวกแค่ศุกร์กับเสาร์ก่อนได้ไหมครับ รออุ่นเคลียร์ทุกอย่างลงตัวแล้วอุ่นถึงจะเริ่มวันอาทิตย์ได้”
“อืม ได้สิไม่มีปัญหา สะดวกเมื่อไหร่ก็บอกพี่ละกันนะ”
“ขอบคุณพี่สิงห์มากครับ”
ทำไมต้องยิ้มหวานขนาดนั้น!
กึก!
“โทษที ปากกามันหนัก วางดังไปหน่อย” ทศกัณฐ์บอกออกไปอย่างไม่ใส่ใจในตอนที่ทุกคนชะงักหันมามอง
“เอ่อ..แล้วอุ่นพร้อมเริ่มงานวันไหน อยากซ้อมกับวงก่อนไหม” ไอ้สิงห์หันไปคุยกับอีกฝ่ายต่อ
“ได้เหรอครับ เอ่อ..อุ่นจะรบกวนทุกคนเกินไปรึเปล่าครับ”
“ไม่หรอก ทุกคนเต็มใจ ยังไงก็ลองนัดกันดู เดี๋ยวไอ้พวกนั้นก็คงจะดึงอุ่นเข้าไลน์กลุ่ม ถ้าพร้อมจะเล่นเมื่อไหร่ก็บอกพี่ ไม่ก็บอกเฮียกัณฐ์ก็ได้”
“....มะ ไม่เป็นไรครับ อุ่นน่าจะเจอพี่สิงห์บ่อยกว่า เดี๋ยวอุ่นแจ้งพี่สิงห์อีกทีละกันนะครับ”
ทศกัณฐ์หันไปมองอีกฝ่ายที่รีบหลบตาหลังจากที่พูดจบประโยค
คุยกับเขามันมีปัญหาอะไรวะ!
ทำไมต้องเป็นไอ้สิงห์!
แล้วทำไมคุยกับเขาไม่สบตา ทีกับมันอมยิ้มหวาน!
“สิงห์ คุณหนึ่งเรียกมึงน่ะ” ทศกัณฐ์หาทางไล่อีกฝ่ายออกไปจากโต๊ะ
“อ้าวเหรอ งั้นฝากน้องแป๊บนึง เดี๋ยวพี่มานะอุ่น”
“อะ เอ่อ พะ พี่สิงห์” คนตัวบางทำท่าจะลุกตาม แต่ถูกอีกฝ่ายที่นั่งอยู่คว้าข้อมือเอาไว้ได้
“ทำไม? อยู่กับฉันมันเป็นอะไร ทำไมต้องตามติดไอ้สิงห์มันขนาดนั้น”
“โอ๊ย! คะ คุณ ผมเจ็บ” การที่อีกฝ่ายพยายามจะดึงมือออกยิ่งทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิด
“คุยกับฉันก็สบตาฉันสิ หรือว่าอายเรื่องคืนนั้น?”
“คุณ!”
“หรือว่ากลัวไอ้สิงห์จะรู้? ไอ้สิงห์มันมีแฟนแล้วไม่รู้เหรอ?”
“ไม่ใช่อย่างนั้น!”
“ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วอย่างไหน?” ยิ่งอีกฝ่ายทำเหมือนรังเกียจเท่าไร ยิ่งทำให้เขาหัวเสียมากขึ้นเท่านั้น
“อ้อ ที่แท้ก็เจอเป้าหมายใหม่ ทำไม?อยากได้จนไม่สนใจว่าอีกฝ่ายมีเจ้าของแล้ว?” ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ หมายตาไอ้สิงห์ไว้สินะ มิน่าล่ะเขารอแล้วรอเล่าก็ไม่มี ‘เหตุบังเอิญ’ เกิดขึ้นอีกสักที
“ปล่อย! คุณพูดเรื่องอะไร ผมไม่เข้าใจ”
“อย่ามาทำใสซื่อหน่อยเลย ถ้าอยากนักฉันช่วยสงเคราะห์ให้ก็ได้แต่อย่าไปยุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้ว มันบาป!”
ทศกัณฐ์กระชากข้อมือบางเข้ามาใกล้ด้วยอารมณ์เดือดดาลจนทำให้เจ้าตัวเสียหลักพลัดตกจากเก้าอี้ทรงสูงที่นั่งอยู่ลงไปกองกับพื้น
โครม!
“โอ๊ย! ซี๊ดด” ร่างบางร้องด้วยความเจ็บปวด
ในขณะที่ทศกัณฐ์ก้มลงไปพยุงอีกฝ่ายก็ได้ยินเสียงคนที่เพิ่งเดินออกไปรีบวิ่งเข้ามาช่วย
“เฮ้ย! อุ่น เจ็บไหม! เป็นไงบ้าง?”
แม่ง! กลับมาได้จังหวะตลอดนะมึง ทศกัณฐ์ลุกขึ้นยืนมองคนตัวขาวที่โผไปเกาะท่อนแขนอีกฝ่ายแน่นคล้ายจะร้องขอความช่วยเหลือ
“แล้วไปนั่งอีท่าไหนถึงตกลงมาได้”
“เอ่อ..อุ่นซุ่มซ่ามเผลอนั่งไม่ระวังเองครับ ซี๊ดดด!”
ทศกัณฐ์มองภาพตรงหน้าด้วยความอดกลั้น กำหมัดแน่นตอนที่คนตัวเล็กอยู่ในอ้อมกอดของคนอื่น
“ไหนพี่ขอดูหน่อย” สิงห์พยุงอีกฝ่ายขึ้นมานั่งบนเก้าอี้แล้วตัวเองก็ทรุดตัวลงไปนั่งเช็กข้อเท้าตรวจหาความผิดปกติ
“มะ ไม่เป็นไรครับ พี่สิงห์ ซี๊ด!”
“อืม สงสัยข้อเท้าพลิก พี่ว่าไปหาหมอดีกว่า”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวอุ่นประคบเย็นเดี๋ยวก็คงดีขึ้น”
“แต่พี่ว่าไปให้หมอเขาดูสักหน่อยดีกว่า...เดี๋ยวกูพาอุ่นไปคลินิกก่อนนะแล้วเจอกัน”
สิงห์หันมาพูดประโยคหลัง
“กูพาไปเอง มึงไม่ต้องรีบกลับไปหาเหนือเหรอ?”
“ไม่เป็นไรกูว่าง วันนี้เหนือกลับบ้าน” พูดขนาดนี้แล้วคนบางคนยังเกาะแขนไอ้สิงห์ไม่ปล่อย จะเจ็บขาอะไรนักหนา!
“กูไปด้วย มึงไปเอารถเถอะ เดี๋ยวกูดูทางนี้เอง” ทศกัณฐ์ตัดสินใจดึงร่างบางออกจากอีกฝ่าย ปล่อยให้สิงห์ได้เดินไปเอารถ
“พอไอ้สิงห์ไม่อยู่ก็หายเจ็บขาเลยเหรอ?”
ชายหนุ่มพูดออกไปด้วยความหมั่นไส้ที่คนตัวเล็กพยายามดันตัวออกไม่ยอมให้เขาช่วยพยุง
“ผมยืนเองได้ อ๊ะ!”
แล้วเป็นไงล่ะ อวดเก่ง! เจ็บขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมให้ช่วย
“อวดดี!”
“อ๊ะ! คุณ! ปล่อย ผมเดินเองได้”
ทศกัณฐ์ก้มลงไปอุ้มโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว กลิ่นแป้งเด็กหอมอ่อน ๆ โชยเข้ามาในตอนที่คนตัวเล็กตกใจเผลอกอดคอร่างสูงไว้แน่น
“อยู่เฉย ๆ เถอะน่า จะไปหาหมอไหม!” ชายหนุ่มยกยิ้มในใจตอนที่เห็นคนในอ้อมอกหน้ามุ่ยขึ้นมาทันทีที่โดนดุ วงแขนแกร่งเลยแกล้งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมอีกนิด
“คุณปล่อยเถอะ ผมเดินเองได้... คนมองใหญ่แล้ว”
คนตัวเล็กดิ้นไปด้วย มองซ้ายมองขวาไปด้วย ทำตัวเหมือนรังเกียจที่อยู่ในอ้อมแขน จนเขาเริ่มที่จะอารมณ์เสียขึ้นมาอีกรอบ
จะอะไรนักหนา!
อุ้มเดินมาจนจะถึงที่จอดรถแล้วยังจะงอแงให้ปล่อยอีก!