รวิศครางในลำคอ มือข้างหนึ่งจับผมเธอเบา ๆ โยกให้เธออมลึกและรัวขึ้น
“เก่งจัง...เกรดดี ๆ ที่เธอขอ ฉันจะเขียนให้แล้วกัน”
นีรชาเร่งจังหวะ อมลึกจนจมูกแตะโหนกหัวเหน่า กลืนน้ำลายไหลย้อย มือเธอชักโคนไปด้วยจังหวะเร็ว รวิศตัวเกร็ง หายใจถี่ขึ้น
“เสียวชิบ แม่ง...”
เธอมองตาเขาขึ้นมา ดวงตาเยิ้มแต่ยั่วเย้า เธออมแน่นขึ้น กลืนลึกจนสุดคอ รวิศตัวสั่นก่อนดึงท่อนเอ็นออกจากปากเธอ ก่อนจับเธอยืนพิงผนังจัดท่าเพื่อให้เจ้าโลกเสียบเข้าไปในร่องเปียกชื้นเธอได้
เขากดเข้าช้า ๆ แต่ไม่หยุด หัวบานดันผนังเนื้อแน่นให้เปิดกว้าง นีรชากัดริมฝีปากจนเลือดซึม
“ของอาจารย์ ใหญ่จังค่ะ ซี้ดดดส์”
รวิศกระแทกสุดแรงครั้งเดียว จนโคนแนบสนิท เธอร้องออกมาดังลั่น หัวเข่าสั่น เขาเริ่มโยกสะโพก กระแทกหนักและลึกทุกครั้ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตั่บ ๆ ชัดเจน ผสมกับเสียงครางที่เธอปล่อยออกมาไม่ยั้ง
“อาจารย์ขาาาา... อ๊อยยยย”
เขาจับขาเธอพาดแขน แยกกว้างสุด แทงลึกเข้าไปจนสุดทุกครั้ง มือใหญ่บีบเนินอกเธอแรงจนแดงช้ำ นิ้วบี้ห***มสีชมพูเข้มจนเธอครางระงม
“ตอดเก่งนัก... ฟิตจนฉันจะแตกแล้ว... เธออยากให้แตกข้างในใช่ไหม... บอกมา”
“ค่ะ... แตกข้างในหนูเลย..อ๊าาาา”
รวิศเร่งจังหวะสุดแรง ร่างกายทั้งคู่เปียกเหงื่อหยดย้อย เสียงเนื้อกระทบดังไม่หยุด นีรชาตัวเกร็งรุนแรง จุดรักตอดรัดแน่นราวกับจะบีบเขาออก น้ำเ****นของเธอพุ่งทะลักเปียกโคนเขา รวิศปล่อยน้ำรักตามมา ตัวสั่นสะท้าน น้ำรักร้อน ๆ พุ่งแรงเป็นจังหวะ พ่นลึกเข้าไปจนล้นทะลักไหลย้อยลงตามร่องขาและโซฟาเป็นวงกว้าง
ทั้งคู่ทรุดลงกอดกันแน่น หายใจหอบรัว นีรชายังกระตุกเป็นระยะจากจุดสุดยอดที่ยังไม่จาง เธอก้มลงเลียเหงื่อที่ไหลตามคอเขา ลิ้นร้อนชื้นเลื่อนลงไปที่ไหปลาร้า
“อาจารย์...” เธอกระซิบเสียงแหบพร่า
ไม่ทันที่ร่างกายจะได้พัก เขาดึงเธอขึ้น จับเธอหันหลัง มือกดหลังเธอให้โน้มตัวลง ท่าหมาโค้งงอ เขาจับสะโพกเธอแน่น แล้วเสียบเข้าไปจากด้านหลังทันที เธอร้องออกมาดังอีกครั้ง ความลึกในมุมนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกแทงทะลุ
“อ๊าาา... ลึกเกินไป... อาจารย์...”
เขากระแทกแรงขึ้น มือตบสะโพกเธอเบา ๆ แต่ชัดเจน เสียงตั่บ ๆ ดังผสมกับเสียงครางของเธอ เขาดึงผมเธอเบา ๆ ให้เงยหน้าขึ้น มองเห็นเงาสะท้อนของทั้งคู่ในกระจกบานเล็กข้างโซฟา ภาพของอาจารย์กับนักศึกษาที่กำลังหลงระเริงในราคะ
“ดูสิ... ดูว่าเธอกำลังถูกเย็ดยังไง” เขากระซิบ
“ดูหน้าตัวเองตอนเสียวสิ... น่ารักชิบหาย”
นีรชามองเงาตัวเอง ดวงตาเยิ้ม น้ำตาไหลย้อย ปากอ้าค้างครางไม่หยุด เธอโยกสะโพกสวนกลับ ต้องการให้ลึกกว่านี้
“อาจารย์... หนูจะแตกอีกแล้ว... อ๊ายยยย”
เขาเร่งจังหวะจนโซฟาสั่น ปล่อยน้ำรักใส่เธออีกครั้ง น้ำไหลย้อยลงพื้นไม้เป็นหยด ๆ รวิศตัวเกร็งกระตุกเบา ๆ หลับตาพริ้ม ก่อนจะค่อย ๆ ถอนดุ้นเอ็นออกจากร่องสวาทนักศึกษาของตัวเอง
ทั้งคู่หอบหายใจถี่รัวอยู่นานหลายนาที ร่างกายยังติดกันแนบแน่น เหงื่อและน้ำรักผสมกันไหลย้อยเปื้อนโซฟาและพื้นไม้สีน้ำตาลเข้ม ห้องเงียบลงเหลือเพียงเสียงหายใจแผ่วเบาและเสียงแอร์ที่ยังทำงานเบา ๆ
รวิศค่อย ๆ ถอนตัวออกช้า ๆ นีรชาสะดุ้งเบา ๆ เมื่อรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นกะทันหัน เธอทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ขาแยกกว้างเล็กน้อย น้ำรักสีขาวขุ่นยังคงไหลย้อยช้า ๆ ตามร่องขาขาวเนียนลงพื้น เธอเอื้อมมือลงไปปาดเบา ๆ แล้วยกนิ้วขึ้นมอง ก่อนจะเลียนิ้วตัวเองช้า ๆ ด้วยสายตาเยิ้ม
รวิศลุกขึ้นยืน ดึงกางเกงขึ้นมาสวมอย่างเงียบ ๆ เขาไม่พูดอะไร มองเธอเพียงครู่เดียวด้วยสายตาที่กลับมาเย็นชาเหมือนเดิมราวกับเพิ่งตื่นจากฝันร้าย เขาหยิบเสื้อเชิ้ตที่กองอยู่ข้างโซฟาขึ้นมาสะบัดฝุ่น แล้วสวมอย่างเรียบร้อย
นีรชาก็เช่นกัน เธอค่อย ๆ ลุกขึ้น ขาสั่นเล็กน้อย แต่พยายามยืนตรง เธอหยิบกระโปรงพลีทขึ้นมาสวม ดึงเสื้อเชิ้ตลงมาปิดร่องอกที่ยังแดงช้ำ หยิบกิ๊บผมขึ้นมาปักผมยุ่ง ๆ ให้เข้าที่ แล้วเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายลงกระเป๋า
ทั้งคู่ไม่สบตากันอีกเลย
รวิศเดินกลับไปนั่งหลังโต๊ะ หยิบปากกาขึ้นมาเหมือนกำลังจะทำงานต่อ เขาเปิดเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมา แต่สายตาไม่ได้จดจ่ออะไรจริง ๆ
นีรชาเดินไปที่ประตู มือจับลูกบิด เธอหันมามองเขาครู่เดียว แต่เขาไม่เงยหน้าขึ้น เธอจึงเปิดประตูออกไปเงียบ ๆ เสียงส้นรองเท้าดังก๊อกแก๊กแผ่วเบาลงทางเดิน จนหายไป
ประตูปิดลง เสียงกลอนดังกริ๊กเบา ๆ อีกครั้ง
ห้องทำงานกลับมาเงียบสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงกลิ่นราคะจาง ๆ ลอยอบอวล และคราบน้ำรักแห้งกรังบนพื้นไม้
วันรุ่งขึ้น เวลา 09.00 น. ห้องเรียน 301 อาคารคณะเศรษฐศาสตร์ ชั้น 3
แสงแดดยามเช้าสาดผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของห้องเรียน ทำให้โต๊ะไม้สีน้ำตาลอ่อนและเก้าอี้เรียงแถวสะท้อนแสงจาง ๆ อาจารย์รวิศยืนอยู่หน้าชั้นเรียนในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนแขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอก กางเกงสแลคสีกรมท่าเรียบร้อยเหมือนเคย เขาถือปากกาเลเซอร์ในมือ ขณะที่กำลังอธิบายกราฟเส้นอุปสงค์-อุปทานด้วยน้ำเสียงทุ้มนิ่ง สุขุม และเป็นทางการราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อวาน
“...ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยอื่นนอกเหนือจากราคา เส้นอุปสงค์จะเลื่อนไปทางขวาหรือซ้าย ขึ้นอยู่กับว่าปัจจัยนั้นเป็นปัจจัยบวกหรือลบต่อความต้องการของผู้บริโภค”
นักศึกษาส่วนใหญ่จดตามอย่างตั้งใจ บางคนก้มหน้ากับสมุด บางคนพิมพ์ลงแท็บเล็ต แต่ที่นั่งแถวหน้าสุดตรงกลาง นีรชานั่งนิ่ง หลังตรง ขาไขว่ห้างใต้โต๊ะ กระโปรงพลีทสีน้ำเงินเข้มยาวปกติตามระเบียบมหาวิทยาลัยวันนี้ เสื้อเชิ้ตขาวกระดุมติดครบทุกเม็ด ผมถูกรวบเรียบร้อยเป็นหางม้าเตี้ย เธอวางปากกาไว้บนสมุดที่เปิดค้าง แต่ไม่ได้จดอะไรเลยตั้งแต่เริ่มคาบ
เธอมองขึ้นไปที่กระดาน สายตาจับจ้องอาจารย์รวิศ แต่ไม่ใช่การมองเพื่อฟังเนื้อหา มันเป็นการมองที่ลึกซึ้งกว่านั้น มองที่คอเสื้อที่เคยถูกเธอจิกแน่น มองที่มือใหญ่ที่เคยจับสะโพกเธอแน่น มองที่ริมฝีปากที่เคยกลืนกินเธอจนหายใจไม่ออก
รวิศหันหน้ามาทางนักศึกษาเพื่อถามคำถามตามปกติ
“ใครตอบได้บ้าง ว่าถ้ารัฐบาลประกาศลดภาษีนำเข้า ผลกระทบต่อเส้นอุปทานจะเป็นอย่างไร”
สายตาเขากวาดผ่านห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่เธอเพียงเสี้ยววินาที นีรชารู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านจากจุดที่สายตาเขาสัมผัส เธอขยับตัวเล็กน้อย ขาใต้โต๊ะเกร็งเบา ๆ
เขายกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณที่ไม่มีใครสังเกตเห็นนอกจากเธอ แล้วหันไปมองคนอื่นต่อ
“คุณธนา ลองตอบดู”
แต่ระหว่างที่นักศึกษาคนอื่นกำลังตอบ นีรชาแอบยกมือขึ้นปัดผมที่ไม่มีจริง แล้วปล่อยให้ปลายนิ้วลูบไล้ริมฝีปากตัวเองช้า ๆ โดยไม่ให้ใครเห็น รวิศที่กำลังพยักหน้ารับคำตอบของนักศึกษา เหลือบมองมาเห็นท่าทางนั้นพอดี ดวงตาเขาหรี่ลงเล็กน้อย กรามเกร็งขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะหันกลับไปเขียนอะไรบางอย่างบนกระดานต่อ ราวกับไม่มีอะไร
ตลอดคาบเรียนที่เหลือ ทั้งคู่แอบสบตากันเป็นระยะ
บางครั้งเมื่อเขาหันมาถามคำถาม เธอจะยกมือตอบ แต่ตอบสั้น ๆ เสียงนุ่มนวลปกติ
“ค่ะ อาจารย์... เส้นอุปทานจะเลื่อนไปทางขวา เพราะต้นทุนการผลิตถูกลง” แล้วยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ซึ่งเขารู้ดีว่าไม่ใช่รอยยิ้มธรรมดา
บางครั้งเมื่อเขาหันหลังเขียนสูตร เธอจะแอบมองแผ่นหลังกว้างของเขา ภาพความทรงจำเมื่อวานผุดขึ้นมาในหัว มือเขาจับสะโพกเธอแน่น ขณะที่กระแทกแรงจนเธอร้องคราง เธอกัดริมฝีปากเบา ๆ เพื่อกลั้นเสียงครางในลำคอ
รวิศเองก็เช่นกัน เมื่อเขาหันหน้ากลับมา สายตาเขาจะจับจ้องเธอแวบหนึ่ง เห็นเนินอกที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตเรียบร้อย เห็นต้นขาขาวเนียนที่ไขว่ห้างใต้โต๊ะ เขารู้ดีว่าภายใต้กระโปรงนั้นยังมีรอยแดงจาง ๆ จากนิ้วเขาเมื่อวาน
แต่ทั้งคู่ไม่พูดอะไร ไม่มีท่าทีผิดปกติ ไม่มีใครในห้องเรียนรู้เลยว่าภายใต้ท่าทางอาจารย์-นักศึกษาที่ดูปกติสุด ๆ นี้ มีไฟราคะที่ยังคุกรุ่นไม่มอดดับ
เมื่อหมดคาบ รวิศปิดสมุดและพูดเสียงดัง
“สัปดาห์หน้าต่อที่บทที่ 9 เตรียมตัวสอบย่อยด้วยนะครับ”
นักศึกษาลุกขึ้นเก็บของ นีรชาเป็นคนแรกที่ลุก เธอเดินลงจากแถวหน้าช้า ๆ หยิบกระเป๋าแล้วเดินผ่านโต๊ะอาจารย์ เธอวางเอกสารแผ่นหนึ่งลงตรงหน้าเขาเบา ๆ โดยไม่พูดอะไร
รวิศมองเอกสารนั้น เป็นรายงานที่เธอแก้ไขเสร็จ แต่ข้างในมีโน้ตเล็ก ๆ ติดไว้ด้วยลายมือเธอ
“อาจารย์... หนูขอเข้าพบอีกวันพฤหัสนี้ได้ไหมคะ เรื่องงาน... และเรื่องอื่น ๆ ด้วยค่ะ”
เขามองขึ้นมาสบตาเธอเพียงครู่เดียว สายตาเขาร้อนแรงขึ้นมาทันที แต่ปากยังคงนิ่ง
“ได้ครับ” เขาตอบเสียงเรียบ “บ่ายสี่โมงครึ่ง ห้องเดิม”
นีรชายิ้มบาง ๆ แล้วเดินออกจากห้องไป เสียงส้นรองเท้าดังก๊อกแก๊กแผ่วเบา หายไปตามทางเดิน
รวิศนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะอีกพักใหญ่ มือกำปากกาแน่น จนข้อนิ้วขาว
เขารู้ดีว่า... วันพฤหัสบดีนี้ จะไม่ใช่แค่ “ปรึกษางาน” อีกต่อไปและครั้งนี้... มันคงจะร้อนแรงกว่าเมื่อวานอย่างแน่นอน