แนะนำตัวละคร
• อาจารย์ “รวิศ” (อายุ 36) – อาจารย์ประจำวิชาเอก (วิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาค) หน้าตาคมเข้ม สูงโปร่ง ใส่แว่นบาง ๆ บุคลิกเย็นชา พูดน้อยแต่สอนเก่งมาก มีข่าวลือว่าครั้งหนึ่งเคยใกล้ชิดกับนศ. แต่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ ชีวิตส่วนตัวเงียบเหงา (หย่ามาแล้ว 3 ปี ไม่มีลูก)
นักศึกษา “นีรชา” (อายุ 19) – นศ.ปี 2 คณะเศรษฐศาสตร์ หุ่นดี ผิวขาว ผมยาวตรง หน้าตาน่ารักแต่แฝงเสน่ห์เซ็กซี่โดยไม่ตั้งใจ เรียนเก่งแต่มีปัญหาชีวิต (พ่อแม่หย่ากัน แม่ป่วย ต้องหาเงินช่วยครอบครัว เลยรับงานพิเศษเป็นงานอย่างว่า)
บ่ายวันพฤหัสบดีปลายภาคเรียนที่สองของปีการศึกษา รวิศนั่งหลังโต๊ะทำงานไม้สีเข้มในห้องพักอาจารย์ชั้นสาม อาคารคณะเศรษฐศาสตร์ หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับลมร้อนชื้นของกรุงเทพฯ ช่วงบ่ายสามโมงกว่า แสงแดดสีเหลืองส้มสาดลงบนกองเอกสารรายงานนักศึกษาที่เรียงซ้อนกันเป็นกองสูง เขาเลื่อนแว่นขึ้นเล็กน้อย มือขวากุมปากกาหมึกซึมสีดำ ปลายปากกาแตะกระดาษเป็นวงกลมเล็ก ๆ โดยไม่รู้ตัว ขณะที่สายตาจับจ้องตัวเลขและกราฟในรายงานฉบับล่าสุดของนักศึกษาคนหนึ่ง
เสียงเคาะประตูดังเบา ๆ แต่ชัดเจนพอที่จะทำให้เขาชะงัก
“เข้ามา” เสียงเขาต่ำ นิ่ง สุขุมตามนิสัย
ประตูเปิดออกช้า ๆ นีรชาเดินเข้ามา เธอสวมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีขาวที่กระดุมเม็ดบนสุดหลวมจนเปิดเผยร่องอกตื้น ๆ ผิวขาวเนียนสะท้อนแสงแดดจนดูเกือบโปร่งใส กระโปรงพลีทสีน้ำเงินเข้มยาวถึงเข่า แต่ตอนเดินขาเรียวยาวเคลื่อนไหวจนผ้าพลิ้วเบา ๆ เผยให้เห็นต้นขาด้านในเป็นช่วงสั้น ๆ ผมยาวตรงสีน้ำตาลเข้มถูกรวบหลวม ๆ ด้วยกิ๊บสีดำเส้นเดียว ใบหน้าน่ารักแบบเด็กมหาลัย แต่ดวงตาคู่โตมีประกายบางอย่างที่ดูไม่ใช่เด็กอีกต่อไป
เธอปิดประตูเบา ๆ แล้วยืนตรงหน้าประตู มือทั้งสองประสานกันกุมเอกสารแน่น
“สวัสดีค่ะ อาจารย์รวิศ” เสียงเธอใส แต่มีน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย “หนู... นีรชา นักศึกษาชั้นปีสอง วิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาค 2 ภาคเรียนนี้ค่ะ”
รวิศเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สายตาคมกริบสแกนเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าโดยไม่ตั้งใจ แต่ก็ไม่รีบร้อนที่จะหลบ เขาวางปากกาลง แล้วพยักหน้าให้เธอนั่งตรงเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะ
“นั่งก่อน” เขาพูดสั้น ๆ “มีธุระอะไร”
นีรชาเดินมาช้า ๆ ขาเรียวยาวก้าวยาวแต่แผ่วเบา เสียงส้นรองเท้านักศึกษาดังก๊อกแก๊กเบา ๆ บนพื้นไม้ เธอนั่งลง ขาไขว่ห้างเล็กน้อย กระโปรงร่นขึ้นจนเห็นต้นขาขาวเนียนเกือบถึงครึ่งต้นขา เธอวางเอกสารลงบนโต๊ะ มือสั่นเล็กน้อย
“หนู... สอบตกวิชาอาจารย์ค่ะ” เธอพูดเสียงเบา แต่ตรงไปตรงมา “คะแนนกลางภาคได้แค่ 38 หนูพยายามแล้วจริง ๆ แต่เนื้อหามันยากมาก โดยเฉพาะเรื่องสมดุลทั่วไปกับการวิเคราะห์สวัสดิการ หนูเลยอยากมาขอคำปรึกษา... ถ้าอาจารย์ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรค่ะ”
รวิศมองหน้าเธอครู่หนึ่ง ดวงตาเธอตรง สุขุมเกินวัยนักศึกษาปีสองทั่วไป เขาเลื่อนเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อย แล้วหยิบเอกสารรายงานของเธอขึ้นมาดู หน้าแรกมีชื่อเธอเขียนด้วยลายมือสวยงาม นีรชา ชื่อเล่น นีร
เขาอ่านผ่าน ๆ อย่างรวดเร็ว แต่ละบรรทัดถูกขีดเส้นแดงและเขียน comment ด้วยลายมือคม ๆ ของเขาเอง คะแนนรวม 38 จริงตามที่เธอบอก
“พื้นฐานเธอไม่แย่” เขาพูดช้า ๆ “แต่เธอพยายามเข้าใจแบบท่องจำมากเกินไป สมดุลทั่วไปไม่ใช่แค่สูตร มันคือภาพใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ เธอเคยลองวาดกราฟเองไหม ไม่ใช่ copy จากสไลด์”
นีรชาก้มหน้าเล็กน้อย ผมยาวสยายลงมาปิดแก้มข้างหนึ่ง “หนู... พยายามแล้วค่ะ แต่มันเยอะมาก แล้วหนูยังต้องทำงานพิเศษด้วย เลยไม่มีเวลาทบทวนให้ลึก”
รวิศเงยหน้าขึ้น สายตาจับจ้องเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ดูเอกสาร แต่ดูเธอจริง ๆ
“งานพิเศษอะไร”
เธอลังเลครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ “ติวเตอร์ออนไลน์ค่ะ บางทีก็รับงานแปลเอกสารเศรษฐศาสตร์ให้บริษัทเล็ก ๆ แม่หนูป่วย ต้องส่งเงินกลับบ้านทุกเดือน”
เสียงเธอแผ่วลงตอนพูดถึงแม่ รวิศฟังเงียบ ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ แต่ในใจเขามีบางอย่างขยับเล็กน้อย เขาเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว สมัยเรียนปริญญาเอก ทำงานสามอย่างพร้อมกันเพื่อส่งเงินให้พ่อแม่
เขาวางเอกสารลง แล้วลุกขึ้นเดินไปที่ชั้นหนังสือด้านข้าง หยิบหนังสือเล่มหนาเล่มหนึ่งออกมา วางลงตรงหน้าเธอ
“เล่มนี้ อ่านบทที่ 5 ถึง 7 ให้จบภายในอาทิตย์หน้า แล้วมาหาฉันอีกครั้ง วันเดียวกันนี้ เวลาเดียวกัน”
นีรชาเงยหน้าขึ้น มองเขา “อาจารย์จะช่วยหนูจริง ๆ เหรอคะ”
รวิศนั่งลงอีกครั้ง สายตาเขาจับจ้องเธอตรง ๆ “ถ้าเธอตั้งใจจริง ฉันช่วยได้ แต่ถ้าเธอแค่มาขอเกรดพิเศษ ฉันไม่เสียเวลา”
คำพูดของเขาคม แต่ไม่ดุ นีรชารู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างจากน้ำเสียงนั้น มันไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือการท้าทาย เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย ผมสยายลงมาปิดแก้มอีกข้าง
“หนูตั้งใจจริงค่ะ” เธอตอบเสียงแน่วแน่
“ขอบคุณอาจารย์มาก ๆ”
เธอลุกขึ้น ก้มหัวให้เขาเล็กน้อย แล้วเดินออกจากห้องไป รวิศมองตามหลังเธอจนประตูปิดลง เสียงส้นรองเท้าดังก๊อกแก๊กค่อย ๆ ห่างออกไป เขานั่งนิ่ง มองเอกสารที่เธอทิ้งไว้บนโต๊ะ ชื่อเธอเขียนด้วยลายมือสวยงาม นีรชา
เขาหยิบแว่นขึ้นมาถอด วางลงบนโต๊ะ แล้วถอนหายใจเบา ๆ ห้องเงียบลง มีแต่เสียงพัดลมเพดานหมุนช้า ๆ และเสียงหัวใจเขาเองที่เต้นเร็วกว่าปกติเล็กน้อย
หลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์ นีรชากลับมาหาเขาตามนัด เธอสวมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาอีกตัว แต่คราวนี้กระดุมเม็ดบนสุดไม่ได้ติดแน่นเท่าเดิม ร่องอกลึกขึ้นเล็กน้อยจากมุมที่เธอนั่งลงตรงหน้าเขา กระโปรงพลีทสั้นลงนิดเดียวราวกับตั้งใจ เธอนั่งลง วางหนังสือเล่มหนาที่เขายื่นให้ลงบนโต๊ะ
“หนูอ่านจบแล้วค่ะ” เธอพูดเสียงนุ่ม “บทที่ 5 ถึง 7 หนูวาดกราฟเองด้วย... อยากให้อาจารย์ช่วยดูหน่อยค่ะ”
รวิศหยิบเอกสารที่เธอเขียนเพิ่มมาดู ลายมือเธอสวยงาม กราฟที่วาดด้วยมือเรียบร้อย มี note ข้าง ๆ ทุกจุดที่เธอไม่แน่ใจ เขาอ่านช้า ๆ สายตาเลื่อนจากกระดาษไปที่เธอเป็นระยะ
เธอนั่งไขว่ห้าง ขาเรียวยาวเคลื่อนไหวเบา ๆ กระโปรงร่นขึ้นจนเห็นต้นขาขาวเนียนเกือบถึงครึ่ง เขาเห็น แต่ไม่พูดอะไร สายตาเขาลอยขึ้นไปจับจ้องร่องอกที่โผล่พ้นคอเสื้อเชิ้ตขาวบาง ๆ เนินอกขาวเนียนขึ้นลงตามลมหายใจของเธอ แสงแดดจากหน้าต่างส่องกระทบทำให้ผิวเธอดูโปร่งใสยิ่งขึ้น เขาเห็นเส้นโค้งนูนของเนินอกที่เคลื่อนไหวเบา ๆ ทุกครั้งที่เธอหายใจเข้าออก หัวใจเขาตีแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ใบหน้ายังนิ่ง
“ดีขึ้น” เขาพูดหลังจากอ่านจบ
“แต่ยังมีจุดที่เธอเข้าใจผิดอยู่สองสามจุด”
เขาลุกขึ้น เดินไปยืนข้างเธอ แล้วก้มลงชี้ที่กราฟบนกระดาษ มือเขาใกล้ไหล่เธอมาก แต่ไม่ได้แตะต้อง นีรชาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อมองตามนิ้วเขา ตัวเธอเอียงเข้าใกล้เขาโดยไม่ตั้งใจ เนินอกถูเบา ๆ กับแขนเสื้อของเขาแค่เสี้ยววินาที ผิวอุ่นนุ่มของเธอสัมผัสเนื้อผ้าแขนเสื้อเขาเพียงชั่วครู่ แต่เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายเขาตึงเครียดขึ้นทันที
นีรชาสะดุ้งเล็กน้อย รู้ตัวว่าสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ เธอรีบถอยตัวออก หันมามองเขาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
“ขอโทษค่ะอาจารย์... หนูไม่ได้ตั้งใจ”
รวิศไม่ตอบทันที สายตาเขาจับจ้องเธอครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าช้า ๆ
“ไม่เป็นไร” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ
“ต่อไปเธอต้องระวังตัวมากกว่านี้... ในห้องแบบนี้”
คำพูดของเขามีน้ำหนักบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาบนใบหน้า เธอก้มหน้าลงอีกครั้ง ผมสยายลงมาปิดแก้ม แต่ในใจเธอรู้ดีว่าสัมผัสเมื่อกี้ไม่ใช่แค่บังเอิญ และสายตาของเขาที่มองเนินอกเธอเมื่อครู่ก็ไม่ใช่สายตาอาจารย์ธรรมดา
รวิศเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้เดิม มือเขาจับปากกาแน่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนในอก
นีรชายิ้มจาง ๆ กับตัวเองในใจ
“อาจารย์รวิศ...ใจดีกว่าที่หนูคิดไว้เยอะเลยค่ะ”
นี่เป็นจุดเริ่มต้นของบางอย่างที่ทั้งคู่ยังไม่รู้ว่ามันจะนำพาพวกเขาไปสู่จุดไหน