หนึ่งอาทิตย์ต่อมา นีรชากลับมาที่ห้องพักอาจารย์ในวันพฤหัสบดีบ่ายสามโมงเป๊ะเหมือนเดิม เธอผลักประตูเข้าไปด้วยมือที่จับลูกบิดแน่นกว่าปกติ หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะมันในลำคอ เธอเลือกเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีครีมอ่อนที่เนื้อผ้าบางจนเห็นเงาบาง ๆ ของเสื้อชั้นในสีเนื้อ กระดุมสองเม็ดบนไม่ได้ติดเหมือนตั้งใจ ร่องอกลึกขึ้นเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในขอบเขตที่ดูไม่จงใจเกินไป กระโปรงพลีทสีน้ำเงินเข้มถูกดึงให้สั้นลงอีกนิด ขาเรียวยาวเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะทุกก้าว
รวิศนั่งอยู่หลังโต๊ะเหมือนเคย แต่คราวนี้เขาไม่ได้ก้มหน้ากับเอกสาร เขานั่งหลังตรง มือวางบนโต๊ะทั้งสองข้าง สายตายกขึ้นมองเธอตั้งแต่ก้าวแรกที่เธอเข้ามา ไม่มีคำทักทาย แต่ดวงตาคมกริบนั้นจับจ้องเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแบบไม่ปิดบัง
“นั่ง” เขาพูดสั้น ๆ เสียงทุ้มต่ำเหมือนเคย
นีรชาเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ตรงข้าม ขาไขว่ห้างช้า ๆ กระโปรงพลิ้วขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่ต้นขาด้านใน เธอวางเอกสารและหนังสือเล่มหนาลงบนโต๊ะ มือเธอวางทับกันบนตักเพื่อกลบอาการสั่นเบา ๆ
“หนูทำโจทย์ที่อาจารย์สั่งเสร็จแล้วค่ะ”
เธอพูดเสียงนุ่ม แต่แฝงความมั่นใจมากขึ้น
“หนูลองคำนวณ deadweight loss ใหม่ทั้งหมด อยากให้อาจารย์ช่วยตรวจดูหน่อยค่ะ”
รวิศหยิบเอกสารขึ้นมาดู ลายมือเธอยังคงสวยงาม ตัวเลขและกราฟที่วาดด้วยมือละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาอ่านช้า ๆ สายตาเลื่อนจากบรรทัดหนึ่งไปอ**บรรทัด แต่เป็นระยะที่เขายกสายตาขึ้นมองเธอตรง ๆ โดยไม่รีบหลบ
นีรชารู้สึกได้ถึงสายตานั้น มันไม่ใช่การมองแบบอาจารย์กำลังตรวจงานนักศึกษาอีกต่อไป มันร้อนแรงกว่า ดุดันกว่า เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อปรับท่านั่ง เนินอกเคลื่อนไหวตามการหายใจของเธอ เนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตบาง ๆ ถูไถกับผิวเธอเองจนห***มแข็งเป็นไตชัดเจนขึ้นผ่านเนื้อผ้า
รวิศเห็น แต่เขาไม่พูดอะไร เขาวางเอกสารลง แล้วพูดเสียงต่ำ
“เธอทำได้ดีขึ้นมาก” เขาพูด
“การคำนวณถูกต้องเกือบหมด แต่ตรงนี้...”
เขาชี้ที่จุดหนึ่งบนกราฟ
“เธอยังพลาดเรื่องการกระจายภาระภาษี เธอคิดว่าภาระตกที่ผู้บริโภคทั้งหมด แต่จริง ๆ มันแบ่งกันระหว่างผู้บริโภคกับผู้ผลิต”
นีรชาพยักหน้า “หนูเข้าใจแล้วค่ะ... แต่อาจารย์ช่วยอธิบายเพิ่มอีกนิดได้ไหมคะ หนูยังงงเรื่อง elasticity อยู่”
รวิศลุกขึ้น เดินไปหยิบกระดานไวท์บอร์ดเล็กที่มุมห้อง แล้วเริ่มวาดกราฟใหม่ช้า ๆ นีรชาลุกขึ้นตามไปยืนข้างเขา ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ ผสมกลิ่นกระดาษและหมึกจากตัวเขา เธอมองกราฟที่เขาวาด แต่สายตาเธอแอบเลื่อนไปมองมือใหญ่ที่ถือปากกาเคลื่อนไหวบนกระดาน นิ้วเรียวยาว เส้นเลือดที่ปูดขึ้นเล็กน้อยตามแรงกุมปากกา
“ตรงนี้...” เขาพูดชี้ที่เส้นโค้ง
“ถ้าความยืดหยุ่นของอุปสงค์สูง ผู้บริโภคจะแบกรับภาระภาษีน้อยลง แต่ถ้าต่ำ ผู้บริโภคจะแบกรับมากกว่า”
นีรชาพยักหน้า แต่เธอขยับตัวเข้าใกล้เขาเล็กน้อยอีกครั้ง ไหล่เธอเกือบแตะแขนเขา เธอรู้สึกถึงความร้อนจากตัวเขาที่แผ่ออกมา เธอหันมองหน้าเขาใกล้ ๆ ดวงตาเธอสบตาเขาเต็ม ๆ
“อาจารย์อธิบายเก่งมากเลยค่ะ” เธอพูดเบา ๆ
“หนูชอบฟังอาจารย์อธิบาย... มันทำให้หนูรู้สึกว่า... ทุกอย่างชัดเจนขึ้น”
รวิศหยุดเขียนปากกา สายตาเขาจับจ้องเธอครู่หนึ่ง แล้วตอบช้า ๆ
“ถ้าเธอชอบฟัง... ฉันก็ยินดีอธิบายให้ฟังบ่อย ๆ”
คำพูดนั้นฟังดูเป็นปกติ แต่ในน้ำเสียงของเขามีบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกว่ามันซ่อนความหมายอื่นไว้ เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มเบา ๆ เพื่อกลบรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมา
หลังจากนั้น การมาหาอาจารย์รวิศของเธอก็กลายเป็นกิจวัตรทุกพฤหัสบดีบ่ายสามโมง เธอมาพร้อมเอกสาร มาพร้อมคำถาม มาพร้อมเสื้อเชิ้ตที่กระดุมหลวมขึ้นเรื่อย ๆ และกระโปรงที่สั้นลงเรื่อย ๆ โดยไม่เคยพูดตรง ๆ ว่าทำไม
รวิศเองก็เริ่มรอวันพฤหัสบดีมากขึ้น เขาเริ่มจัดโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนเวลานัด เริ่มเปิดแอร์ให้เย็นลงเล็กน้อย เริ่มมองเธอนานขึ้นทุกครั้งที่เธอนั่งลงตรงหน้าเขา สายตาเขาลอยไปที่ร่องอกที่โผล่พ้นคอเสื้อบ่อยขึ้น แต่เขายังไม่แตะต้องเธอ ไม่พูดอะไรที่เกินเลย
แต่ทุกครั้งที่เธอขยับตัวใกล้เขาโดยไม่ตั้งใจ หรือเนินอกเธอถูเบา ๆ กับแขนเขาแค่เสี้ยววินาที เขาก็รู้สึกถึงไฟที่ลุกโชนขึ้นในอก และเขารู้ว่าเธอรู้สึกเหมือนกัน
ความเงียบระหว่างทั้งคู่เริ่มหนักอึ้งขึ้นทุกสัปดาห์ แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมา
จนกระทั่งวันพฤหัสบดีบ่ายหนึ่ง เธอมาถึงห้องเขาตอนสี่โมงกว่า ฝนตกหนักข้างนอก เสื้อเชิ้ตเธอเปียกฝนจนติดตัว เห็นเสื้อชั้นในสีดำบาง ๆ ชัดเจน เธอเดินเข้ามา หายใจหอบเล็กน้อยจากวิ่งฝน
“ขอโทษค่ะอาจารย์... หนูมาช้าเพราะฝนตกหนัก”
รวิศมองเธอ สายตาเขาจับจ้องเสื้อเชิ้ตเปียกที่แนบเนื้อ เนินอกขาวเนียนเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ห***มแข็งเป็นไตชูชันผ่านเนื้อผ้าเปียก เขาไม่หลบสายตาอีกต่อไป
“เปียกหมดแล้ว” เขาพูดเสียงทุ้ม
“ไปเช็ดตัวก่อน”
นีรชายิ้มจาง ๆ แล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวจากชั้นวางข้างโต๊ะ เธอเช็ดผมและแขน แต่เมื่อเช็ดเนินอก ผ้าเช็ดตัวถูผ่านเนื้อผ้าเปียก เสื้อเชิ้ตแนบเนื้อมากขึ้น เธอรู้ว่าเขามองอยู่
สายตาเขาลอยลงไปช้า ๆ ที่ส่วนล่างของตัวเอง กางเกงวอร์มสีเทาเข้มที่เขาใส่ในวันสบาย ๆ เริ่มตุงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รูปทรงของส่วนแข็งใหญ่ค่อย ๆ โผล่ชัดขึ้นตามจังหวะหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เนื้อผ้าถูกดึงตึงจนเห็นเส้นโค้งและขนาดที่เด่นชัด
นีรชาเห็น สายตาเธอเลื่อนลงไปจับจ้องตรงนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนรีบยกสายตาขึ้นมองหน้าเขา ใบหน้าเธอแดงระเรื่อ แต่เธอไม่พูดอะไร เธอแค่ยิ้มจาง ๆ กับตัวเองในใจ แล้วก้มลงเก็บเอกสารที่วางบนโต๊ะต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
รวิศนั่งลงช้า ๆ มือกุมขอบโต๊ะแน่นเพื่อกลบอาการที่กำลังปั่นป่วน เขาไม่พูดอะไรเช่นกัน แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าความเงียบในห้องนี้เริ่มหนักอึ้งขึ้นกว่าที่เคย