กลางลมหนาว ฝนปรอยไม่หยุด ทั้งสองหยุดยืนอยู่ใต้ร่มกระดาษเคลือบน้ำมัน ใกล้ชิดปานนั้น อาจเป็นเพราะกลิ่นกายทรงเสน่ห์น่าหลงใหล หรือเพราะกลิ่นอายทรงพลังเฉพาะตัวของบุรุษเพศที่ทำให้เซียวหงเย่มีบางสิ่งที่สามารถรัดรึงตรึงสายตาของนางได้ หญิงสาวถูแขนตนที่ขนลุกชัน มิรู้ว่าหนาวจนสั่นหรือหวั่นไหวจนรู้สึกซาบซ่านกันแน่ อย่าใจเต้นแรงสิ ติงยวี่ถิง! คนตัวเล็กเสมองไปทางอื่นมิกล้าสบตา ในขณะที่เซียวหงเย่หลุบตามองนางนิ่งๆ ทั้งสงบและสุขุม ท้ายที่สุดเขาตัดสินใจถามตามตรง “ก่อนนี้เจ้าร้องเพลงอะไร?” คนถูกถามชะงักอีกครา พาแววตาเลิ่กลั่ก แต่ชั่วแล่นพลันเก็บอาการเร็วรี่ หญิงสาวใช้ความคิดอย่างฉับไว รีบเฉไฉแก้เก้อ “เพลงอะไร? ไม่มี๊ ใครร้องเพลง” ดวงตาคมหรี่แคบ “ที่บ้านป้าจินเมื่อครู่ เจ้าร้องเพลงกล่อมตันเอ๋อร์ เป็นบทเพลงที่ไม่เคยได้ยินในแคว้นนี้” เรียวคิ้วติงยวี่ถิงกระตุกเบาๆ เป็นบุรุษที่ช่างสังเกตเหลือเกิน

