ตอนที่ 27 บอส

2024 Words
“ทำไมออกมาเร็ว เจ๊โดนเขาดุมาเหรอ” ช่วงสายๆของวันในขณะที่พราวลลิลกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่อย่างขะมักเขม้นเอาเป็นเอาตายเพื่อให้งานเสร็จภายในครึ่งวันเช้า แล้วช่วงบ่ายเธอนั้นจะเหลือเวลาเอาไว้ให้นั่งร่างสัญญาเพื่อแลกกับเงินสองพันและค่าโอทีของเธอ ใบขณะที่กำลังต่อสู้กับอาการเมาค้างของตัวเองกับงานที่กองท่วมหัว กล้าหาญก็ชิงตัดหน้าเธอเดินเข้าไปส่งงานในส่วนของเขากับเจ๊านายก่อนหน้าเธอ แต่ทว่าเพียงแค่ไม่ถึงนาทีกล้าหาญก็เดินกลับมานั่งโต๊ะตามเดิมเสียแล้ว ทำเอาเธออดไม่ได้ที่จะถามออกไป “บอสหลับนะ” กล้าหาญเอ่ยตอบเบาๆเพราะกลัวว่าน้ำเสียงของเขาจะเล็ดลอดเข้าไปในประตูห้องทำงานของเจ๊านายจนทำให้เจ๊านายตื่น ดูท่าแล้วเจ๊านายของเขาคงจะเหน็ดเหนื่อยจริงๆถึงได้มานั่งหลับที่ทำงานให้เขาเห็นได้ เพราะตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาสิบปีเขายังไม่เคยเห็นเจ๊านายนั่งหลับบนโต๊ะทำงานเลยสักครั้งเดียว “เขาน่ะเหรอจะหลับ ปกติถ่างตาตี่ๆอ่านเอกสารทั้งวันไม่เคยพัก” พราวลลิลเถียงกลับคอเป็นเอ็นอย่างไม่เชื่อหูในสิ่งที่เธอนั้นได้ยินมา “นี่ยัยคนสวย เมื่อคืนแกกวนเวลานอนของบอสหรือเปล่า” “หนูจะทำอะไรได้ หลับตั้งแต่อยู่บนรถแล้ว” “เธอแน่ใจเหรอว่าเธอหลับ ไม่ใช่กลับไปอาละวาดเขาที่บ้านล่ะ” “แน่ใจ เพราะเมื่อเช้าคุณป้ากับคุณลงก็ไม่ได้ว่าอะไรเลย ท่านสองคนก็ดูปกติดี” “บ้านบอสหลังใหญ่อย่างกับวัง แกกรีดร้องจนสุดเสียงคนในบ้านก็ได้ยินไม่ครบหรอก” “ยังไงหนูก็หลับ ไม่มีทางทำให้เขาเดือดร้อนแบบนั้นหรอก” พอย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ในหัวของพราวลลิลก็ไม่มีความทรงจำอะไรอยู่เลย นอกเสียจากความฝันดีๆที่เธอนั้นได้หิ้วหนุ่มหน้าตี๋คนหนึ่งกลับบ้านมานอนกอดด้วยก็เท่านั้นเอง แต่ก็แค่ฝันว่ากอดไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น แม้จะอยู่ในห้วงฝันเธอก็ยังบริสุทธิ์อยู่เหมือนเดิม “บอสช่างน่าสงสาร ทำงานก็หนัก เวลานอนก็ยังไม่มีอีก ไม่รู้ว่าจะล้มป่วยหรือเปล่า ถ้าบอสล้มป่วยไปบริษัทคงต้องแย่แน่ๆในสถานการณ์ที่มีแต่การแข่งขันสูงแบบนี้ พนักงานหลายคนก็อาจต้องตกงาน ไอ้ตัวเราก็คงไม่เป็นไรถ้าต้องออกจากงานแต่บางคนน่ะสิมีลูกมีผัวต้องดูแลคงจะลำบากแย่เลย เฮ้อออ” แต่กล้าหาญกลับไม่เชื่อแม้อีกฝ่ายจะตอบกลับเสียงแข็งอย่างมั่นอกมั่นใจแค่ไหนก็ตาม เพราะคนเมาก็ยังคงเป็นคนเมา ยังไงซะก็ต้องเกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นเจ๊านายของเขาก็คงไม่มีสภาพย่ำแย่แบบนั้น แล้วเขาก็ชักแม่น้ำทั้งห้ามาดราม่าใส่เธอ หวังให้เธอลุกขึ้นไปรับผิดชอบเจ๊านายของเขา “เฮ้ออออ เดี๋ยวหนูไปดูเขาเอง พอใจเจ๊หรือยัง” พราวลลิลทนฟังคำพูดของกะเทยเฒ่าที่แก่ประสบการณ์นั้นไม่ได้เพราะรำคาญ ถึงกับรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ไปเลยทีเดียว “อืม ก็ค่อยยังชั่วขึ้นมานิดหน่อย” “ก๊อกๆ” แล้วก็รีบไปเคาะประตูห้องทำงานของท่านประธานบริษัทโดยที่ไม่ถือวิสาสะเปิดเข้าไปเลย เพราะอีกฝ่ายอาจจะหลับอยู่และคงไม่อยากให้ใครเห็นภาพนั้น ยกเว้นอีเจ๊กัสที่เห็นไปแล้ว “อืม เข้ามา” นนท์ธิวรรธน์ที่นอนฟุ๊บอยู่กับโต๊ะทำงานเพื่อพักสายตาตื่นขึ้นตามเสียงเคาะประตูโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าใครมาเคาะประตูห้องทำงานของเขาทั้งที่ปกติแล้วเขาจะพอคาดเดาได้บ้าง แต่เพราะความเหนื่อยล้าที่แทบไม่ได้นอนมาทั้งคืนนั้นเล่นงานเขาอย่างหนักจนไม่อาจมีสมาธิจับจ้องสิ่งใดนอกเหนื่อยจากการแอบงีบได้เลย “คุณไม่สบายหรือเปล่า ทำไมถึงมาหลับกลางวันแบบนี้” หญิงสาวเดินเข้ามาภายในห้องอย่างระมัดระวังฝีเท้าไม่ก้าวหนักจนเกินไปนัก เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นว่าเจ๊าของห้องทำงานนั้นมีใบหน้ายุ่งเหยิงเหมือนคนเพิ่งจะตื่นนอนตามที่อีเจ๊กัสบอกกล่าวมาจริงๆ “แค่ง่วงนิดหน่อย งานเสร็จแล้วเหรอ” เขาไม่รู้ว่าเธอเข้ามาภายในห้องทำงานของเขาทำไม ก็เลยคาดเดาไปว่าเธออาจมาเพราะเรื่องงานก็เป็นได้ “ยังไม่เสร็จ คุณสั่งงานเอาไว้ตั้งเยอะก็ต้องรอหน่อยสิ” “อืม” แต่แล้วก็ไม่ใช่เรื่องงาน และเขาก็ไม่อาจเดาได้เลยว่าเธอเข้ามาด้วยเรื่องอะไรอีก “ดูคุณไม่สดชื่นเลย ฉันไปชงกาแฟให้เอาไหม” พราวลลิลเอ่ยอย่างเป็นห่วงเขาเมื่อเห็นว่าเขาดูมีสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก และนั้นอาจมีสาเหตุมาจากการเมาของเธอก็เป็นได้ เธออาจร้องโวยวายเสียงดังในห้องนอนจนเขานอนไม่หลับ “อืม ก็ดี” เขาดื่มกาแฟจากที่บ้านมาแล้วแก้วหนึ่งแต่เห็นที่คงฉุดรั้งความง่วงเอาไว้ไม่ได้ ก็คงต้องดื่มเป็นแก้วที่สอง ทุกอย่างมันอาจจะดีขึ้นมาก็ได้ “ถ้างั้นรอแป๊บหนึ่งนะคะบอส” พราวลลิลรับออเดอร์เรียบร้อยแล้วก็รีบออกจากห้องทำงานนั้นไป จัดการชงกาแฟให้เขาในทันที “เฮ้ออ ถ้าเธอไม่ทำฉันเอาไว้อย่างเจ็บแสบเมื่อคืน เช้าวันนี้ของเธอก็คงดีกว่านี้” นนท์ธิวรรธน์บ่นพึมพำกับตัวเองเมื่อรู้สึกผิดเล็กๆกับเรื่องที่เขานั้นหักเงินเดือนของเธอเพียงเพราะไม่พอใจที่เธอเมาแล้วก็มายั่วเขาอย่างไม่รู้กาลเทศะแบบนั้น ไม่รู้หรือไงว่าผู้ชายวัยหนุ่มอย่างเขาพอถูกยั่วยุเข้าหน่อยแล้วมันเป็นยังไง “กาแฟค่ะ และนี่ก็มะนาวฝานบางๆโรยน้ำพริกเกลือสูตรเด็ดเรียกความสดชื่น” พราวลลิลเดินออกจากห้องทำงานไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับกาแฟและก็เมนูเรียกความสดชื่นสไตล์สาวสวยอย่างเธอที่นิยมชมชอบการกินอาหารรสแซ่บ “อืม ขอบใจ” เขารับทั้งกาแฟและก็เมนูน่าตื่นตาตื่นใจของเธอเอาไว้ แต่คงกินแค่กาแฟ มะนาวของเธอนั้นเขาคงไม่ได้กิน เพราะไม่นิยมกินของเปรี้ยว “คุณต้องการอะไรอีกไหม” “ไม่แล้วล่ะ เธอออกไปทำงานต่อเถอะ” “ถ้าไม่ไหวก็กลับไปนอนพักได้นะ เดี๋ยวทางนี้ฉันกับคุณกล้าช่วยดูแลให้” ไม่รู้ว่ากาแฟของเธอจะช่วยเขาได้ไหมเพราะเขาดูจะไม่สดชื่นเอาซะเลย แต่เธอก็ยินดีเสนอตัวเขาช่วยเขานะ เพราะตลอดระยะเกือบจะหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเธอเรียนรู้งานเอาไว้ได้มากแล้ว ถ้าจะให้ทำงานแทนเขาสักครึ่งวันโดยมีผู้ช่วยของเขาเข้ามาช่วยด้วย เธอคิดว่าทำได้อย่างแน่นอน “ฉันไหว” เขาพยักหน้าเล็กน้อยให้เธอรับรู้ว่าเขาไหว ยังไม่พร้อมให้เธอมายึดตำแหน่งในตอนนี้หรอก อีกอย่างเขาก็แค่ง่วงนอนไม่ได้เจ็บป่วยหนักถึงขึ้นต้องกลับไปพักหรอก เธอดูจะห่วงเขามากสินะ ราวกับว่าตอนนี้เขาได้ป่วยติดเตียงไปแล้วเรียบร้อย “อืม ถ้างั้นฉันไปนะ” พราวลลิลยืนมองเขาดื่มกาแฟสักพักก็ออกไป เธอไม่ได้เบาใจลงเลยเมื่อสีหน้าของเขานั้นยังดูไม่ดีขึ้น แต่ทว่าเห็นเขาพอจะกินอะไรลงไปได้ก็นับว่ายังไม่น็อกตายไปง่ายๆ “เฮ้อ ฉันคงลงโทษเธอไม่ลงสินะ” “คุณกล้า ยกเลิกเรื่องเมื่อเช้าอย่างเงียบๆด้วย” นนท์ธิวรรธน์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่ด้านหน้าห้อง แล้วก็ยกเลิกคำสั่งของตัวเองที่สั่งออกไปเมื่อเช้านี้ เมื่อคนทำผิดนั้นดูจะสำนึกผิดเพียงพอแล้ว อีกอย่างเงินเดือนของเธอก็ไม่ได้มากอะไรขืนหักออกไปเธอก็คงไม่พอใจ และก็หนีไม่พ้นต้องมาของเขาใช้แน่ๆ สู้ให้เธอไปเต็มจำนวนจะดีกว่า “จะร่างสัญญาว่ายังไงดีนะ อีเจ๊กัสเคยร่างสัญญายอมเลิกเหล้าไหม” พราวลลิลนั่งก้มหน้าก้มตาพิมพ์สัญญาของเธอตั้งแต่บ่ายอ่อนๆจนป่านนี้บ่ายแก่ๆแล้ว เธอก็ยังพิมพ์ไม่ได้สักคำเดียว เมื่อในหัวมันคิดอะไรไม่ออก ไม่เคยมาก่อนที่จะมาคิดว่าจะเลิกเหล้าเพราะเธอเป็นสาวสังคมชื่นชอบงานปาร์ตี้เป็นชีวิตจิตใจ จนปัญญาจนต้องหันไปถามคนที่นั่งทำงานอยู่ข้างๆ เพื่อหาทางออกและเพื่อให้สัญญาเสร็จทันก่อนเลิกงาน “ไม่เคย เพราะฉันไม่ได้เมาจนหลับพับไปกลางอากาศได้แบบนั้น” “ถ้างั้นก็ช่วยคิดหน่อยสิ” “เธอคออ่อนแต่ไม่ยอมรับขืนดันทุรังดื่มเข้าไปตั้งสามแก้ว ก็สมควรแล้วล่ะที่จะต้องรับผิดชอบตัวเอง สู้ๆนะยัยคนสวย” นอกจากเขาจะไม่ช่วยเธอคิดแล้ว เขายังดุเธอเข้าให้อีกด้วย เมื่อเขาเกือบจะซวยเพราะคำโกหกของเธอ นี่ถ้าเธอเมามากจนเป็นอะไรไปป่านนี้เขาคงโดนไล่ออกจากงานไปแล้ว โดนลงโทษมาแบบนี้ เขาไม่มีทางช่วยเธอเป็นอันขาด ตัวใครตัวมันก็แล้วกัน “เจ๊กัส” “เงียบเหอะ ฉันต้องการสมาธิในการทำงาน” “หึ๋ย” นึกโมโหกะเทยเฒ่าตรงหน้านักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เลยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดหาข้อมูล ไถไปไถมาก็วนเข้าไปเปิดรูปของตัวเองดู หวังหาไอเดียวหรือความคิดถึงจากครอบครัวที่ไม่ติดต่อเธอกลับมาเลยภายในนั้น “ตายห่า” แล้วเธอก็แทบสิ้นสติตั้งแต่เปิดดูรูปแรก รูปนั้นเธอกำลังหอมแก้มของชายหนุ่มที่ชื่อนนท์ธิวรรธน์ “กรี๊ดดดดดดดดดดดดด” ร่างเล็กมุดลงไปนั่งใต้โต๊ะทำงานของตัวเอง กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงด้วยความตกใจ “เป็นอะไรยัยคนสวย งูกัดจิ๊หรือไงถึงได้อยู่ดีๆก็กรี๊ดออกมา” กล้าหาญที่นั่งทำงานอยู่ใกล้ๆได้ยินเขาก็รีบก้มหน้าลงไปดูด้วยความเป็นห่วง อยู่ดีๆชะนีเด็กก็ร้องออกมาเหมือนโดนอะไรกัด “ไม่มีอะไรทั้งนั้น” “แล้วแกลงไปทำอะไรใต้โต๊ะนั้นอ่ะ” “หาของ” “หาอะไร อะไรหายงั้นเหรอ” “ปากกาหาย” “ปากกาหายกับผีอะไรล่ะ มันอยู่บนโต๊ะนั้นไง” “หนูขอไปห้องน้ำก่อนนะ” โกหกอะไรก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ก็เลยหาเรื่องหลบหน้าทุกคนไปก่อน เพราะเธอก็ไม่พร้อมพูดเรื่องนี้กับใครเหมือนกัน อีกอย่างจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเธอเป็นฝ่ายหอมแก้มผู้ชายแบบนั้น “เอ่อๆ จะไปไหนก็ไป” “เป็นคนสวยแล้วต้องติ๊งต๊องขนาดนี้ ฉันขอเป็นกะเทยต่อดีกว่า เฮ้อ” กล้าหาญปล่อยให้ยัยคนสวยเดินไปห้องน้ำโดยไม่เข้าไปก้าวก่ายอะไรเพราะอีกฝ่ายคงมีเรื่องส่วนตัวจริงๆถึงไม่ยอมปริปากบอก หรือไม่ก็คงมีเรื่องไม่เป็นเรื่องถึงได้ไม่กล้าพูดออกมา แต่ก็ช่างเถอะเพราะคงไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะไม่อย่างนั้นพราวลลิลก็คงพูดออกมาแล้ว หรือว่าจะเมาจนติ๊งต๊องไปแล้วก็ไม่รู้ เพราะเหล้าเมื่อคืนมันก็แรงอยู่เหมือนกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD