บทที่ 2 รุ่นพี่ตัวร้าย

1270 Words
“สมเจตน์มาแล้ว!” ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิดเมื่อเพื่อนในห้องตะโกนบอกว่าอาจารย์กำลังมาพวกเราเลยเข้าไปนั่งที่โต๊ะทำแล็บปกติวิชานี้เรียนสามชั่วโมงโดยช่วงแรกอาจารย์จะสอนทฤษฎีก่อนช่วงหลังค่อยลงมือปฏิบัติ พวกเรานั่งนิ่งตั้งใจฟังอาจารย์ไม่ใช่กลัวเรียนไม่เข้าใจแต่กลัวอาจารย์เรียกออกไปหน้าชั้นต่างหากเพราะไม่มีใครอยากออกไปไง . “นักศึกษาทุกคนลงมือทำได้เลยนะครับ สงสัยตรงไหนเดินมาถามผมได้เลยนะ อุปกรณ์ทุกอย่างอยู่บนโตีะแล้วเริ่มได้” “ทำแบบนี้หรอว่ะ” พวกเราจับคู่กันทำเพราะมีห้าคนอีกกลุ่มเลยแบ่งเป็นสามคนผม ไอ้ไนต์ ไอ้นักรบ ถ้าบอกว่าในกลุ่มผมเย็นชาอันนี้ผมยอมรับนะแต่อย่างน้อยผมก็ยังคุยกับชาวบ้านเยอะกว่าไอ้สองคนนี้อีก ถ้าขืนให้พวกมันทำงานกันสองคนมีหวังได้เอฟกันพอดีไม่รู้พวกมันจะสื่อสารกันยังไงคนหนึ่งนิ่งคนหนึ่งเงียบ สภาพ! ฟึบ “ยืมอันนี้หน่อยของกูพัง” ไอ้ต้าร์เอื้อมมาเอาอุปกรณ์ในโต๊ะผมไปใช้หน้าตาเฉยแล้วกว่าจะใช้เสร็จผมเลยยกมือขออุปกรณ์ใหม่เพราะขี้เกียจรอ อุปกรณ์พังได้ไงว่ะ มหาลัยไม่มีงบรึไง! “จารย์อุปกรณ์พังฮะ” “รอสักครู่เดี๋ยวให้น้องเขาเอาไปให้” “ไอ้ห่า ไม่รู้จักขอเอง” นักรบหันไปด่าไอ้ต้าร์สีหน้ามึนตึงของมันทำให้ไอ้ต้าร์อารมณ์ดี ก็ปกติไอ้ต้าร์มันชอบกวนตีนไอ้นักรบเป็นประจำอยู่แล้วมันบอกชอบเวลานักรบทำหน้าอย่างอื่นมากกว่าทำหน้านิ่ง . “อุปกรณ์โต๊ะไหนหรอคะ” เสียงหวานใสเรียกให้ผมหันกลับไปมองตรงประตูทางเข้าปรากฏเป็นสาวน้อยน่ารักผมยาวสีน้ำตาลมัดรวบเป็นหางม้าใบหน้าขาวใสไร้ริ้วรอยแม้ไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางก็ยังคงความสวยใสไว้อยู่ในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเหมือนพวกปี1ใส่ หืม ปี1งั้นหรอ? ผมไล่มองอีกครั้งก่อนจะนึกไปถึงคนที่วิ่งหนีหายไปก็คลับคล้ายคลับคลาว่าแต่งตัวแบบนี้ คนเดียวกันหรอว่ะ หึ.. บังเอิญไปไหม . ฉันไล่สายตามองหาโต๊ะที่ขออุปกรณ์ใหม่ก่อนที่สายตาจะเลื่อนมาสบกับนัยน์ตาสีเหล็กกล้าเย็นชาที่กำลังมองมาที่ฉันอยู่เช่นกัน ฉันเสหลบตาไปทางอื่นเพราะรู้สึกว่าหน้าตัวเองเห่อร้อนขึ้นมาในสถานการณ์แบบนี้ทำภูมิคุ้มกันความหล่อถึงไม่ทำงานกันนะ ตึกตักๆ ถึงจะมองแค่แวบเดียวแต่ความหล่อของเขาทำลายล้างมากไม่ใช่หล่อเหลาออป้าเทพพระบุตรลงมาจุติแต่เป็นความหล่อแบบร้ายกาจ โอ้ย มิกิ ใจเย็นแกมาทำงาน ท่องไว้ ทำงานๆๆ “คุณมิกิ รุ่นพี่โต๊ะแถวสุดท้ายเลยครับ” “ค่ะ อาจารย์” ฉันเดินตรงไปที่โต๊ะสุดท้ายที่มีรุ่นพี่หน้าหล่อนั่งอยู่ระหว่างทางทั้งโดนมองโดนแซวจากรุ่นพี่คนอื่นอันนี้ชินแล้วเพราะเจอแซวตลอดแต่กับพี่คนนั้นไม่รู้ทำไมต้องเกร็งด้วยก็ไม่รู้ “ว้าว น่ารักจัง ปี 1หรอเรา” เมื่อเดินมาถึงโต๊ะก็มีพี่คนหนึ่งเอ่ยถามฉันขึ้นมาพอมึงแต่ละคนในโต๊ะแล้วถึงได้รู้ว่ารุ่นพี่ทุกคนหล่อมากหรือจะเป็นแก๊งหนุ่มฮอตที่แองจี้เล่าให้ฟังเมื่อกี้ไม่ได้สังเกตุเลยเพราะมัวแต่มองพี่คนนั้น ส่วนพี่คนที่ถามฉันก็หล่อแบบอปป้า หล่อใส หล่อสะอาด หล่อแบบสร้างเรื่อง ฉันพยักหน้าให้เป็นคำตอบ “ไอ้ทายเอาแล้ว เว้นน้องสาขาไว้บ้าง” “กูก็แค่ถามไหม ไอ้ต้าร์” “น้องเอาไปให้ไอ้คนหล่อๆ ที่นั่งตรงนู้นเลย” “อะอ๋อ ได้ค่ะ” ฉันเดินไปอีกฝั่งที่มีรุ่นพี่หน้าหล่อนั่งอยู่เขาคือคนที่ฉันสบตาด้วยตอนเข้ามาในห้องฉันฉีกยิ้มและยื่นอุปกรณ์ให้พี่เขาก่อนจะต้องชะงักเมื่อเห็นที่ข้อมืออีกฝ่ายมีสร้อยเงินเส้นเล็กสลักอักษรคุ้นตายื่นมาตรงหน้า จะไม่คุ้นได้ยังไงเพราะพึ่งเห็นผ่านตาไปเมื่อชั่วโมงกว่าๆ 0.0 ฉันเงยหน้ามองเขาอีกครั้งก่อนจะก้มมองที่ข้อมืออย่าบอกนะว่าคนเดียวกันกับในห้องน้ำ โอ้ยยย เกิดมาหน้าตาดีซะเปล่าทำไมทำตัวทุเรศไม่แคร์สังคมแบบนี้วะ! . ปึก!! มือหนาที่กำลังยื่นมารับอุปกรณ์ชะงักทันทีเมื่อรุ่นน้องสาวเก็บอุปกรณ์คืนก่อนจะวางกระแทกบนโต๊ะอย่างแรงจนคนทั้งโต๊ะหันมามองและเดินออกไปโดยที่ไม่สนใจใครเลยเขามองคนตัวเล็กที่สะบัดหน้าเดินหนีออกไปก่อนจะยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น “น้องเขาเป็นไรวะ รีบไปเชียว”ไอ้เพทายงงหันมาถามโซ่แต่เขาไม่ได้ตอบอะไร” “สงสัยน้องตกใจหน้าไอ้โซ่ ฮ่า” “สัส!” โซ่ส่ายหัวกับความไร้สาระของลูกพี่ลูกน้องเขาหยิบอุปกรณ์ก่อนจะหันมาทำแล็บต่อทั้งที่ในหัวกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่.. . . หลังจากออกมาจากห้องแล็บฉันก็ออกมาจากช็อปเลยโดยบอกเจ้าหน้าที่ว่าไม่สบายขอลาซึ่งเขาก็ใจดีมากให้ฉันกลับมาพักโดยที่ยังลงเวลาเต็มชั่วโมงให้อยู่ฉันเดินเตะฝุ่นอยู่ริมฟุตบาทเพราะไม่อยากรีบกลับหอเท่าไหร่เผื่อเหมยเอาแฟนมาไม่อยากอยู่เป็น กขค ติ๊ด! ฉันควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าผ้าก่อนจะมองดูหน้าจอปรากฏชื่อคนโทรมา เป็นแองจี้ “ว่าไงแก” “นังมิฉันมีข่าวดีจะบอก กรี๊ดดดด” “หยุดกรี๊ดแล้วเล่ามาคุณแม่” “เออๆ เนี่ยรุ่นพี่ฉันที่นิเทศกำลังหานางแบบไปถ่ายให้อยู่ฉันเลยลองส่งรูปแกไปแล้วเจ้ชอบมากเลยอยากให้แกมาเป็นนางแบบให้น่ะ แกสนไหมมีค่าจ้างให้ด้วย” “ค่าจ้างหรอ” “อือ แต่เรื่องบัดเจทเท่าไหร่เจ้จะคุยกับแกอีกที” “สนไหมแก ไม่แน่นะงานนี้อาจจะทำแกปังก็ได้” “ตกลง ขอบใจมากนะแองจี้” “ไม่เป็นไรแก งั้นแค่นี้นะ ติ๊ด” ฉันกดเก็บโทรศัพท์ก่อนจะเดินข้ามทางม้าลาย ปี๊ด ปี๊ด กรี๊ดดดดดด ฉันกรีดร้องอย่างตกใจเพราะเห็นรถซูเปอร์คาร์วิ่งมาด้วยความเร็วแต่ฉันชักเท้าถอยหลังทันมีเงินซื้อรถแพงแต่ไม่มีสมองรึยังไงนี่ทางม้าลายนะ ฉันเดือดมากเลยยกมือชูนิ้วกลางใส่เจ้าของรถ ก่อนจะต้องหน้าซีดเมื่อรถคันหรูชะลอและลดกระจกลงจนเห็นหน้าเจ้าของรถ ทำไมเป็นไอ้รุ่นพี่หน้าหล่ออีกแล้ว เจอเขาทีไรรู้สึกซวยทุกที . ฉันเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะค่อยๆ ลดมือที่ชูนิ้วกลางอยู่ลงแต่สายตายังมองเขม็งอยู่ จริงๆ ทำใจกล้าไปงั้นแหละถ้าเขาเอาเรื่องขึ้นมาผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบฉันจะไปทำอะไรได้ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเขาเลื่อนกระจกขึ้นและออกรถไปแล้ว คนอะไรหน้าตาดีแต่สันดานเสียชะมัด .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD