ความเดิมตอนที่แล้ว
“อย่าบอกนะว่า…พี่หมอสุดหล่อคนนี้เป็นพ่อของน้องนัทน่ะ? ” เกรซหรี่ตา ทำท่าจะยกคิ้วล้อเลียน
นิวเยียร์รีบเบิกตากว้างแล้วส่ายหัวแรงจนผมสลวยสะบัด
“บ้าแล้ว! ไม่ใช่สักหน่อย เกรซอย่าพูดมั่วสิ เขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลที่ฉันเพิ่งย้ายไปทำงานด้วย เข้าใจไหม? ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยนะ”
เธอกระซิบกระซาบเร็ว ๆ อย่างร้อนรนจนเพื่อนแอบขำออกมา ขณะที่ไนต์ยังยืนข้าง ๆ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่แววตาคมคู่นั้นกลับสื่อบางอย่างที่ทำให้นิวเยียร์ใจสั่น
เกรซรีบยกมือไหว้แทบไม่ทัน “ขอโทษค่ะหมอไนต์! ฉันพูดเล่นไปหน่อย ไม่ได้ตั้งใจเลยจริง ๆ”
เขายกมือเล็กน้อยเป็นเชิงปฏิเสธ ก่อนเอ่ยเสียงทุ้มสงบ “ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ”
ทว่าคำตอบสั้น ๆ ของเขากลับทำให้นิวเยียร์รู้สึกเหมือนเขายอมให้เข้าใจผิดไปก็ยังได้… ซึ่งยิ่งทำให้เธอร้อนรนกว่าเดิม
นิวเยียร์รีบก้มหน้ากระซิบเพื่อนอย่างดุ ๆ “อย่าพูดอะไรไม่เข้าท่าได้มั้ย ตอนนี้ทำงานก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกันทีหลัง”
เกรซหัวเราะหึ ๆ เบา ๆ แต่ยอมปล่อยเรื่องนั้นไปในทันที ขณะที่ไนต์หันมามองหญิงสาวข้างกาย แค่รอยยิ้มเล็ก ๆ มุมปากของเขาก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกหยอกโดยไม่ต้องเปลืองคำพูดเลยแม้แต่น้อย
“คืนนี้ไปปาร์ตี้กันมั้ย! นิวเยียร์ เราไม่ได้เจอกันตั้งสี่ปีนะ ฉลองกันหน่อยสิ” เกรซตาเป็นประกาย รีบคว้ามือเพื่อนสาวเขย่าแรง ๆ
นิวเยียร์ชะงักไปนิด ก่อนส่ายหน้าอย่างเกรงใจ “ไม่ได้หรอก เรามีลูก ต้องดูแลนัทด้วย ไปไหนดึก ๆ ไม่สะดวกเลย”
เกรซย่นคิ้วแล้วทำเสียงจิ๊จ๊ะ “โอ๊ยยย ข้ออ้างทั้งนั้น! งั้นก็จัดที่บ้านแกสิ จะได้สบาย ๆ ลูกแกก็อยู่บ้านไปด้วยไง ฉันจะนัดเพื่อน ๆ มาหมดเลย บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น”
“เกรซ…” นิวเยียร์ลากเสียงยาว พยายามปฏิเสธอีกครั้ง แต่แรงตื้อของเพื่อนสนิทมันเกินจะต้าน เธอถอนหายใจหนัก ๆ
“โอเคก็ได้…แต่เอาแค่เพื่อนกลุ่มเรานะ ไม่เอาคนเยอะ”
“เยสสส! แบบนี้สิถึงค่อยสมกับเป็นนิวเยียร์เพื่อนเกรซ!” หมอสาวยิ้มกว้างเหมือนเพิ่งชนะศึกใหญ่ แล้วหันขวับไปมองผู้ชายสูงโปร่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “แล้วหมอไนต์…ว่างมั้ยคะ?”
แววตานิวเยียร์รีบสะกิดเพื่อนเป็นเชิงห้าม แต่เกรซทำไม่รู้ไม่ชี้
ไนต์เลิกคิ้วเล็กน้อย สายตาคมกริบมองทั้งสองสาวสลับกัน ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าชัดเจน “ผมไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธหรอกครับ”
คำตอบสั้น ๆ แต่น้ำหนักเต็มเปี่ยม ทำเอานิวเยียร์หน้าร้อนวูบ เธอกัดริมฝีปากเบา ๆ เพราะรู้ดีว่าค่ำคืนนี้คงไม่ใช่ปาร์ตี้ธรรมดาอย่างที่เกรซคิดไว้แล้วแน่
เกรซเดินนำไปก่อนอย่างอารมณ์ดี ราวกับได้ตั๋วทองเข้าปาร์ตี้แห่งปี ทิ้งให้บรรยากาศระหว่างนิวเยียร์กับไนต์เงียบลงชั่วขณะ นิวเยียร์เม้มปาก พยายามทำเป็นไม่สนใจ แต่กลับรู้สึกถึงสายตาคมที่กำลังจับจ้องมาไม่วางตา
“ปาร์ตี้ที่บ้านนิวเยียร์…” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแผ่ว ๆ ทว่าชัดเจนพอจะทำให้คนฟังสะดุ้งเฮือก “ผมควรเตรียมของขวัญไปฝากเจ้าของบ้านรึเปล่า” หัวใจนิวเยียร์เต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ รีบหันไปค้อนใส่เบา ๆ
“พูดแบบนี้อีกแล้วนะหมอ คนฟังเขาจะเข้าใจผิดหมด”
มุมปากไนต์ยกขึ้นเล็กน้อยเหมือนรู้ทัน “ผมแค่ถามตามมารยาท…แต่ถ้านิวเยียร์ไม่อยากได้ของขวัญ งั้นผมขออยู่ใกล้ ๆ เจ้าของบ้านแทน ของชิ้นนั้นน่าจะมีค่ามากกว่า”
ใบหน้านิวเยียร์ร้อนผ่าวจนแทบอยากเดินหนี เธอก้มหน้าหลบสายตาแล้วรีบสาวเท้าตามเกรซไปทันที ทิ้งให้ไนต์ยืนมองแผ่นหลังเล็ก ๆ นั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมายที่เจ้าตัวยังไม่ยอมรับเสียที
รถยนต์เคลื่อนไปตามถนนยามบ่ายคล้อย หลังจากเสร็จจากงานทั้งสองจึงพากันกลับในทันที แสงแดดลอดผ่านกระจกกระทบใบหน้าของคนขับที่ยังคงนิ่งสงบ แต่แววตากลับแอบเหลือบมองคนข้าง ๆ อยู่เป็นระยะ
“แล้วผมล่ะ… ไม่ส่งพิกัดให้เหรอ” อยู่ ๆ ไนต์เอ่ยขึ้นเหมือนพูดลอย ๆ แต่ปลายประโยคหนักแน่นจนคนฟังสะดุ้ง
นิวเยียร์หันไปมองด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ส่งพิกัดอะไรคะ?”
“พิกัดบ้านนิวเยียร์ไง” เขาตอบเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
“แต่เราไม่ได้มีช่องทางติดต่อกันนี่นา…” นิวเยียร์พูดพลางเบือนหน้ามองนอกหน้าต่าง ไม่กล้าสบตาคนที่นั่งข้างกัน ยังไม่ทันได้หายใจถนัดดี โทรศัพท์เครื่องหรูของไนต์ก็ถูกยื่นมาตรงหน้า “งั้นก็มาเพิ่มช่องทางกันสิ”
นิวเยียร์ชะงัก มองหน้าจอที่เปิดอยู่ในแอปฯ แชตดัง พร้อมช่องให้กรอกเบอร์หรือสแกนคิวอาร์โค้ด เธออึกอักอยู่นานก่อนจะคว้าเครื่องนั้นมาใส่เบอร์ด้วยความจำยอม
เสียงแจ้งเตือนเด้งดัง ติ๊ง พร้อมกับชื่อของเธอที่ปรากฏขึ้นในรายชื่อผู้ติดต่อของเขา ไนต์กดเซฟด้วยท่าทีเรียบง่าย แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับบอกทุกอย่างชัดเจน
“เรียบร้อย” เสียงทุ้มเอ่ยขณะรับโทรศัพท์คืน “แบบนี้ต่อให้ผมอยากหานิวเยียร์ยาก ๆ ก็คงไม่ยากแล้ว”
นิวเยียร์รีบเบือนหน้าหนี ใจเต้นแรงจนแทบจะดังออกมาให้ได้ยิน แต่ก็ยังพึมพำออกมาเบา ๆ “ใครจะอยากให้หากันง่าย ๆ กันเล่า…”
ไนต์หัวเราะในลำคอแผ่ว ๆ แล้วเหยียบคันเร่งต่อไป บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ทั้งคู่ต่างไม่กล้าพูดถึง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังค่อย ๆ ล้อมหัวใจทั้งสองเข้าใกล้กันมากขึ้นทุกที
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลนิวเยียร์กำลังจะก้าวลงจากรถ
“ขอบคุณนะคะหมอ ที่อุตส่าห์มาส่ง
แต่ยังไม่ทันที่นิวเยียร์จะได้ปลดล็อกเข็มขัดนิรภัย เสียงทุ้มข้างหลังกลับดังขึ้นทันที “ไม่ต้องหรอก ให้ผมไปส่งต่อเลยดีกว่า”
ไนต์พูดพร้อมกับออกรถในทันที ทำให้นิวเยียร์ที่ไม่ทันจะได้ปลดล็อกเข็มขัดกลับ ต้องจับมันเอาไว้แน่นกว่าเดิม นิวเยียร์หันขวับ สีหน้าตกใจ
“เอ๊ะ? ไม่เป็นไรค่ะ หมอมีธุระของหมอเถอะ จอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เธอยังคงรีบบอกด้วยความเกรงใจเป็นอย่างมาก
ไนต์ส่ายหน้าเล็กน้อย แววตานิ่งสงบแต่แฝงความดื้อรั้น
“ผมเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก ใช้ GPS อย่างเดียวกลัวหลง ไหนจะเรื่องเส้นทางในกรุงเทพที่เปลี่ยนตลอด… ถ้ามีไกด์ตัวจริงนั่งอยู่แล้ว ผมก็ไม่อยากเสี่ยงไปหลงเองหรอก”
ยังไม่ทันที่นิวเยียร์จะได้หาคำตอบ เขาก็หมุนพวงมาลัยกลับรถ ออกจากลานจอดของโรงพยาบาลอย่างไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ แถมยังหันมาถามเหมือนเรื่องทั้งหมดถูกตกลงแล้วเรียบร้อย
“โรงเรียนของน้องนัทอยู่ตรงไหน?”
นิวเยียร์เม้มริมฝีปากแน่น ใจเต้นแรงโดยไม่เข้าใจเหตุผลนัก เธอถอนหายใจเบา ๆ ราวกับยอมแพ้ แล้วเอ่ยบอกเส้นทางด้วยเสียงอ้อมแอ้ม “…แถวลาดพร้าวค่ะ เลี้ยวขวาไปออกถนนใหญ่ก่อน”
“ครับ” ไนต์ตอบรับสั้น ๆ แต่แววตาที่จับจ้องบนถนนกลับมีประกายบางอย่างคล้ายกำลังพอใจในชัยชนะเล็ก ๆ ของเขาเอง
บรรยากาศในรถเงียบสงัดไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานสม่ำเสมอ กับหัวใจของใครบางคนที่เต้นแรงกว่าปกติหลายเท่า…
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในโรงเรียน เสียงร้องไห้ที่คุ้นหูดังสะท้อนออกมาจากมุมหนึ่งของสนามเล็ก ๆ ร่างของนิวเยียร์ชะงักเท้าพร้อมหัวใจที่แทบหยุดเต้น เธอรู้ดี… เสียงนั้นคือเสียงของน้องนัท ลูกชายสุดที่รักของเธอ
“นัท…” เสียงเรียกของแม่สั่นพร่า ก่อนที่ร่างบางจะรีบแหวกกลุ่มผู้ปกครองที่ยืนมุงออกไปข้างหน้า ภาพตรงหน้าทำให้เธอแทบทรุดลง