แรงฟาดฝ่ามือดังขึ้นก้องท่ามกลางทางเดินเงียบกริบ แรงกระแทกบนแก้มทำให้ใบหน้าคมสะบัดไปเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้แสดงความเจ็บออกมาแม้แต่น้อย ดวงตาสีเข้มกลับทอประกายเคร่งขรึม ยิ่งมองยิ่งเหมือนกำลังยั่วให้อีกฝ่ายโกรธมากขึ้น
นิวเยียร์หอบหายใจแรง แววตาฉ่ำด้วยโทสะและความสับสน “อย่าคิดว่าตัวเองใหญ่ที่สุดที่นี่แล้วจะทำอะไรก็ได้!” น้ำเสียงสั่นพร่าแต่เด็ดขาด “คราวนี้…มีอะไรก็พูดมา”
ริมฝีปากหนายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย คล้ายพอใจกับการตอบโต้ที่เธอแสดงออกมา “ดี…อย่างน้อยเธอก็ยอมฟังผมสักที”
เขาก้าวเข้าหาอีกครั้งโดยไม่สนใจระยะห่างที่เธอพยายามถอยหนี กลิ่นอายเย็นเยียบของเขาโอบล้อมเข้ามาจนหญิงสาวต้องเบนสายตาหลบ
“สิ่งที่เธอเห็นเมื่อกี้…ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” เสียงทุ้มกดต่ำชิดข้างหูจนร่างบางสะท้าน “ผมตั้งใจ…เพราะผมไม่อยากให้คุณหนีอีกต่อไป”
มือเรียวสั่นเทากำเข้าหากันแน่น ความโกรธยังร้อนรุ่ม แต่หัวใจกลับเต้นแรงเสียจนควบคุมไม่อยู่
“คุณมันบ้า…ฉันไม่ได้หนีอะไรแค่ไม่อยากมีปัญหากับคู่หมั้นคุณก็แค่นั้น !” เสียงหลุดออกมาแทบเป็นกระซิบ
“ใช่ผมมันบ้า ถ้ามันทำให้คุณฟังผม…ผมยอมเป็นบ้า” เขาตอบทันควัน ดวงตาคมกริบยังตรึงเธอไว้กับที่
บรรยากาศกดดันเหมือนจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันกลางห้อง ราวกับไม่มีใครอื่นอยู่ในโลกใบนี้
นิวเยียร์กัดริมฝีปากแน่น ความโกรธตีตื้นขึ้นมาอีก “แล้วคุณคิดว่าการที่คุณจูบคนอื่นทั้งที่คุณมีคู่หมั้นแล้วนั้นมันถูกต้องนักหรือไง!”
แววตาคมไหววูบ แต่กลับยกยิ้มเย็น “ถูกหรือผิด…มันขึ้นอยู่กับว่าใจผมอยากทำอะไร”
“เห็นแก่ตัว!”
“อาจใช่ แต่ผมไม่อยากเสียเวลาอธิบายกับคนที่ชอบหนีปัญหาอย่างคุณ”
“ฉันไม่ได้หนี!” เธอเผลอก้าวเข้าหาอย่างลืมตัว “ฉันแค่ไม่อยากวุ่นวายกับคนที่คิดว่าตัวเองใหญ่โตเหนือใคร”
คำพูดสะดุดลงเพราะเขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเฉียดกัน หัวใจเธอเต้นรัวจนแทบหลุดจากอก
“งั้นก็พิสูจน์สิ…ว่าที่ผมพูดมันผิด” เสียงทุ้มกระซิบก้องในโสตประสาท
มือเรียวกำแน่นด้วยความหงุดหงิดระคนสับสน เธอกำลังจะเถียงกลับ แต่เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังขึ้นมาจากทางเดินอีกด้าน ทำให้บรรยากาศอึดอัดแตกกระจายไปในทันที ไนต์รีบพาตัวเองมาอยู่ด้านข้างของประตู ก่อนจะดึงนิวเยียร์ให้ตามมาด้วย ทำให้ตอนนี้ทั้งสองคนต้องยืนเบียดเสียดกันอย่างแนบชิดอีกครั้ง
เวนิสหญิงสาวร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามา และบิดประตูเพื่อจะเปิดดีที่ว่าก่อนหน้านี้ไนต์ล็อกเอาไว้
“ห้องล็อกไปไหนของเขานะ หรือว่าว่าอยู่ข้างใน” เวนิสไม่พูดเปล่าเพราะเธอยื่นหน้าเข้ามาดูช่องกระจกเล็ก ๆ หน้าประตู ทำให้ไนต์กระชับเอวบางของนิวเยียร์เอาไว้แน่น
“ไปไหนของเขากันนะ” เวนิสที่ไม่เห็นใครก็เดินไปทางอื่นในทันที และเมื่อเสียงรองเท้าส้นสูงดังไกลออกไปทุกที นิวเยียร์รีบผละออกจากหมอไนต์ และถอนหายใจอย่างโล่งอกเป็นอย่างมาก
“เอาล่ะคุณมีอะไรก็ว่ามาค่ะ ฉันมีงานที่ต้องไปทำ”
“เรื่องลูกของคุณ ผมอยากให้น้องนอนดูอาการก่อน เพราะเมื่อกี้เบื้องต้นแค่ปฐมพยาบาล แต่ผมว่ามันยังไม่เพียงพอ เราควรจะตรวจดูให้ละเอียดกว่านี้ เพราะตอนที่ชนกันน้องเป็นลมนิ่งไป เราต้องตรวจและเอ็กซ์เรย์ให้ละเอียดกว่านี้ ”
“โอเคค่ะเข้าใจแล้ว หมดธุระแล้วขอตัวนะคะ”
นิวเยียร์รีบก้าวถอยออกจากห้องทำงานของไนต์ในทันที เธอหันหลังตั้งใจจะเดินออกไป แต่เสียงทุ้มเรียบของเขาก็ดังขึ้นตามหลัง
“เรายังพูดกันไม่จบ นิวเยียร์”
เธอหยุดเท้าไปเสี้ยววินาที ก่อนจะเร่งฝีเท้าออกจากตรงนั้นโดยไม่เหลียวกลับ ไนต์ได้แต่มองตาม ด้วยความรู้สึกที่แปลกเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาแล้วลูบบริเวณริมฝีปากของตัวเอง ที่เพิ่งจูบกับหมอนิวเยียร์ และนั่นทำให้เขายิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“ไม่ได้อย่าคิดอะไรบ้า ๆ เดี๋ยวเธอก็ไล่ให้ไปท่องศีลข้อสามอีกหรอก”
ไนต์เดินตามมาจนถึงห้องพักของน้องนัท แต่ว่าก็ไม่เห็นว่าน้องจะอยู่ที่นั่นแล้ว เขาหันไปถามพยาบาล
“เด็กคนนนั้น อ่อไม่สิลูกชายคุณหมอนิวเยียร์อยู่ไหนเหรอครับ”
“อ่อไปรอคุณหมอที่ห้องทำงานค่ะ ”
“โอเคครับ ขอบคุณมาก” เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้ว ไม่รอช้าไนต์รีบเดินตรงไปที่ห้องทำงานของนิวเยียร์ในทันที เมื่อไปถึงก็เห็นว่าเธอยิ้มอยู่กับลูก เขาเคาะประตูห้องก่อนจะเข้าไป
“ผมจะมาพาลูกคุณไปตรวจ” ไนต์พูดขึ้นมาและเดินไปหาน้องนัท
ห้องตรวจเงียบกว่าปกติเมื่อร่างเล็กถูกประคองขึ้นเตียง นิวเยียร์กุมมือน้อย ๆ ของลูกชายแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ขณะที่หมอไนต์หยิบไฟฉายขึ้นมาตรวจอย่างจริงจัง
“น้องนัท เห็นนิ้วคุณหมอกี่นิ้วครับ” เสียงทุ้มเรียบ แต่แฝงด้วยความอ่อนโยน เด็กชายกะพริบตาปริบ ๆ มองมือที่ชูขึ้นตรงหน้า “สองครับ”
“ดีมาก เก่งมากเลย” ไนต์พยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ใช้หลังมือแตะหน้าผากเช็กอาการ “เวียนหัวไหมครับ”
“นิดเดียวครับ” น้องนัทตอบเบา ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “คุณหมอ…ผมขอโทษนะครับ”
“ขอโทษเรื่องอะไรครับ” เขาเลิกคิ้ว
เด็กชายเม้มปากแน่น “ที่วิ่งชนคุณหมอแรง ๆ ถ้าคุณหมอเจ็บหรือผมทำให้ตกใจ ผมขอโทษจริง ๆ”
“เด็กดีไม่เป็นไรนะครับ ”
รอยยิ้มบางคลี่ออกบนริมฝีปากของหมอไนต์ เขายกมือลูบผมนิ่ม ๆ อย่างใจเย็น “คุณหมอไม่ได้โกรธครับ แต่อยากให้น้องนัทระวังมากกว่านี้ วิ่งชนใครแรง ๆ อาจเจ็บทั้งสองฝ่ายเข้าใจไหม”
น้องนัทพยักหน้าหงึก ๆ “ครับ ต่อไปผมจะไม่ซนแล้ว จะเดินช้า ๆ”
“ดีมากครับ คนเก่ง” ไนต์ยกมือขึ้นทำท่าจะตบไหล่ แต่ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อ “พักเยอะ ๆ นะ เดี๋ยวหมอจะเช็กอีกทีว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า”
เด็กชายยิ้มกว้าง ดวงตาใสวาว “คุณหมอใจดีจังเลยครับ”
“ไม่ต้องเรียกคุณหมอก็ได้ครับ เรียกลุงเฉย ๆ ก็พอ”
“ได้ครับคุณลุง ว่าแต่คุณลุงจะไม่ไล่แม่ผมออกใช่ไหมครับ”
“ไม่นี่ครับ มีอะไรหรือว่าคุณแม่ขู่อะไร บอกลุงได้นะ ”
“เปล่าครับ คุณแม่เพิ่งย้ายมาใหม่ ผมกลัวคุณแม่ถูกไล่ออก เพราะถ้าไม่มีงานก็ไม่มีเงิน แม่ต้องใช้เงินเยอะครับ” เด็กน้อยพูดออกมาหน้าซื่อ
“น้องนัทครับแม่ว่าเรากลับดีกว่า ไปกันเถอะ”