สนามหญ้าหน้าอาคารหลักของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเต็มไปด้วยแสงไฟประดับตกแต่ง ผู้คนในชุดสูทและเดรสหรูเดินเข้าออกเพื่อร่วมงานเปิดตัวผู้บริหารหนุ่มคนใหม่ ชื่อที่ถูกพูดถึงไม่ขาดปากในแวดวงการแพทย์และธุรกิจการรักษาพยาบาล
หมอไนต์ หรือ นายแพทย์ไนต์ ธีรณัฐ สูตินรีแพทย์ฝีมือดี เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เจ้าของบริษัทเครื่องมือแพทย์ "HerLife Medtech" ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสตรี
ภายนอกสุขุม เย็นชา ดูเป็นคนเนี๊ยบและเน้นความเพอร์เฟกต์แต่ลึกๆ มีอดีตฝังใจที่เกี่ยวกับ “การสูญเสียชีวิตหนึ่ง” ในห้องคลอดไม่เชื่อในความรัก แต่เชื่อใน "พันธะ" และ “ความรับผิดชอบ”
เขาก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสงบเย็นเฉย สูทสีเข้มที่สั่งตัดจากยุโรปเข้ารูปอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าแววตาคมกลับไม่เหลียวแลสายตาชื่นชมรอบข้าง เขาเพียงยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองเวลา ขยับก้าวตรงไปยังประตูหลักของโรงพยาบาล
เพียงเสี้ยววินาทีที่บานกระจกใสถูกผลักเปิดออก เด็กชายวัยราวสี่ขวบขวบวิ่งออกมาอย่างตื่นเต้น พลั้งชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของเขาอย่างแรง เสียงร่างเล็กกระแทกพื้นดังแผ่ว แต่ทำให้บรรยากาศรอบข้างหยุดนิ่ง
ไนต์ชะงัก สายตาคมก้มลงทันที ก่อนที่ร่างสูงจะทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเด็กคนนั้น
“เฮ้ หนู…เป็นอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงที่ปกติจะเย็นชา แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันควัน ไม่มีเสียงตอบรับจากเด็กน้อย ร่างกายเล็กแน่นิ่ง ดวงตาหลับพริ้มราวกับหมดสติ
เสียงร้องตกใจดังขึ้นรอบด้าน “ตายแล้ว! น้องเป็นลม!” “ไปเรียกหมอเร็ว!”
ไนต์ไม่เสียเวลา เขาช้อนร่างเล็กขึ้นด้วยสองแขน ก้าวยาว ๆ มุ่งตรงเข้าไปในโถงตึก เหงื่อซึมขึ้นขมับ แม้ท่าทีภายนอกยังคงสุขุม
“ขอห้องฉุกเฉินเดี๋ยวนี้!” เขาออกคำสั่งเสียงดัง แววตาคมกริบที่ไม่คุ้นชินกับใครในโรงพยาบาล ทำให้พยาบาลและเจ้าหน้าที่ขยับตามทันทีโดยไม่กล้ารีรอ
เด็กถูกวางลงบนเตียงเข็น ไนต์ยังคงกดชีพจรที่ข้อมือเล็กด้วยตัวเอง จังหวะหัวใจอ่อนแรงจนเกือบไม่รับรู้ มือใหญ่เริ่มกดลงที่หน้าอกเด็ก ทำการกู้ชีพอย่างไม่ลังเล
“หนึ่ง สอง สาม…” เสียงทุ้มขรึมท่องจังหวะกดหน้าอกดังประสานกับเสียงอึกทึกในห้องฉุกเฉิน ทุกวินาทีราวกับหยุดหายใจ จนกระทั่ง เสียงไอแผ่ว ๆ หลุดออกมาจากปากเล็ก เด็กชายหอบหายใจติดต่อกัน ก่อนที่ดวงตาจะกระพริบขึ้นช้า ๆ
เสียงถอนหายใจโล่งอกดังระงมรอบข้าง แต่ไนต์กลับเพียงนิ่งมองเด็กตรงหน้า ดวงตาคมฉายประกายบางอย่างที่ไม่มีใครอ่านออก
เขาไม่ได้ตั้งใจเปิดตัวด้วยการช่วยชีวิต แต่โชคชะตากลับโยนบทบาทนั้นให้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เหยียบพื้นโรงพยาบาลบ้านเกิด
เสียงลมหายใจของเด็กชายเริ่มกลับมาสม่ำเสมอ แต่ไนต์ยังคงก้มหน้าจ้องร่างเล็กด้วยความระมัดระวัง มือใหญ่ยังคงคอยประคองข้อมือเล็กเพื่อวัดชีพจรอีกครั้ง
ประตูห้องฉุกเฉินเปิดกว้างพร้อมเสียงฝีเท้ารีบร้อน
“นัท! ไม่นะ!” นิวเยียร์ หรือ แพทย์หญิงนิวเยียร์ ภัทรานิษฐ์แพทย์ทั่วไปประจำแผนกอายุรกรรม วิ่งเข้ามา เส้นผมสีดำสยายปลิวตามแรงวิ่ง ดวงตากว้างเต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัว เมื่อเห็นร่างลูกชายของเธอนอนอยู่บนเตียง เด็กชายค่อย ๆ ลืมตาขึ้น พลางมองใบหน้าของไนต์ด้วยความงุนงง
“คุณลุงครับผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ” เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงที่วิตกกังวลเป็นอย่างมาก
นิวเยียร์ชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายตรงหน้า...สายตาคมลึกนั้นเจอเข้ากับเธอเต็ม ๆ
“คุณ…คุณหมอ?” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย
ไนต์เงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาที่เพิ่งก้มลงมองเด็กชายยกขึ้นสบตาเธอด้วยความสงบเยือกเย็น
“เด็กปลอดภัยแล้วครับ” เขาพูดเสียงเรียบ มือยังประคองข้อมือเล็กของเด็กชาย
นิวเยียร์แทบไม่เชื่อสายตา เด็กที่เขาช่วยชีวิตไว้คือ น้องนัท ลูกชายของเธอเอง และชายคนนี้คือ หมอหนุ่มที่เธอแทบไม่รู้จัก แต่สัมผัสแรกที่เกิดขึ้นทำให้หัวใจเต้นแรง
“ขอบคุณค่ะ… ขอบคุณมากจริง ๆ” เธอพูดพลางก้าวเข้ามาใกล้ ลมหายใจเธอสั้นรัวด้วยความตื่นเต้นและความกังวล
ไนต์พยักหน้าเบา ๆ ไม่พูดอะไรเพิ่มเติม แต่แววตาเยือกเย็นที่ซ่อนความลึกลับไว้ก็ทำให้เธอรู้สึก...เหมือนรู้จักเขามากกว่าที่ควรจะเป็น
“ไม่ทราบว่าเกิดอะไรคะ นัทเป็นยังไงบ้างลูก” นิวเยียร์ถามคำถามที่ควรถาม และหันมาถามลูกชายของเธอ
“ผมเดินไม่ระวัง ไม่สิเด็กวิ่งมาชนผมเองต่างหาก ก่อนล้มหมดสติ และผมก็รีบนำส่งมาที่นี่” ไนต์พูดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
“คุณ! ทำไมถึงไม่ระวังเดินชนเด็กได้ยังไง คุณรู้ไหมว่าคุณทำให้เด็กคนนี้แทบจะ...” เธอหยุดคำพูดเมื่อเห็นนัทกำลังหายใจเป็นปกติ แต่สายตายังคงไม่ลดความเข้ม
ไนต์ยืนนิ่ง มือยังประคองข้อมือเด็กชายอยู่ เสียงทุ้มเรียบแต่ชัดเจน
“ผมไม่ได้ตั้งใจครับ มันเกิดขึ้นเร็วมาก เด็กวิ่งตรงมาโดยไม่ระวังตัวเอง”
นิวเยียร์กัดฟัน เธอยังคงก้าวเข้ามาใกล้
“เร็วมากหรือไม่เร็วมาก คุณก็ควรจะระวัง! “
ไนต์เงยหน้ามองเธอ ดวงตาคมเย็นเฉียบที่ทำให้คนมองรู้สึกหนักใจ
“ผมเป็นหมอ ผมจัดการเด็กให้ปลอดภัยแล้ว คุณควรจะขอบคุณมากกว่าที่โทษผม”
“ขอบคุณ?!” นิวเยียร์สวนกลับเสียงดังเล็กน้อย ร่างสูงของเธอสั่นไปด้วยความโมโหและความกังวล “คุณชนลูกฉันจนล้ม แล้วคุณเรียกว่าปลอดภัยงั้นเหรอคะ!”
“เด็กไม่ได้เป็นอะไร และผมก็อยู่ตรงนั้นก่อนคุณจะมาถึง” ไนต์ตอบเสียงเรียบ แต่ก็ทำให้ทุกคนที่ฟังสั่นสะท้านได้
นิวเยียร์เบิกตากว้าง เธอรู้สึกโมโห แต่ก็อดไม่ได้ที่จะสังเกตว่าชายตรงหน้าทำทุกอย่างด้วยความมืออาชีพ ไม่มีความประมาทแต่อย่างใด
“ช่างเถอะค่ะ… แต่ครั้งหน้า ระวังให้มากกว่านี้ด้วย!” เธอพูดจบ แล้วยกสายตากลับไปมองน้องนัท มือประคองลูกชายแน่น
ไนต์เพียงยกยิ้มบาง ๆ แฝงความแปลกใจเล็กน้อยในใจเด็กผู้หญิงตรงหน้า…แม้จะโกรธ แต่สายตาของเธอก็เต็มไปด้วยความห่วงใยแบบที่เขาไม่คุ้น
ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดแปลก ๆ ที่ทั้งสองรู้สึกได้…แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกอะไร