ไนต์เงยหน้ามองนิวเยียร์ครู่หนึ่ง ดวงตาคมเย็นที่มักทำให้คนอื่นสะท้อนกลับหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า
“ผมไม่อยากทะเลาะกับคนพูดไม่รู้เรื่องครับ” เสียงทุ้มเรียบ แฝงความเย็นชาสุขุม พูดจบ เขาก้าวยาว ๆ เดินออกจากห้องฉุกเฉิน ทิ้งให้ความตึงเครียดลอยอยู่เบื้องหลัง
“โธ่ลูกผู้ชายหรือเปล่า ทำผิดแล้วไม่สำนึกเอากระโปรงไปใส่ไหมคะ ? ” พูดจบนิวเยียร์รีบก้าวเข้ามาดูลูกชายที่ยังนอนอยู่บนเตียง มือประคองข้อมือเล็กอย่างระมัดระวัง
“ตกลงเกิดอะไรขึ้นคะ นัท?”
เด็กชายหายใจเข้าออกลึก ก่อนจะยกมือเล็กชี้ไปที่ตัวเอง
“ลูกวิ่งชนคุณลุงเองครับ ลูกผิดเอง” น้ำเสียงซื่อ ๆ ของเขาทำให้นิวเยียร์คลายความกังวล
เธอพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบบอก
“ดีแล้วค่ะลูก…เดี๋ยวลูกไปนั่งรอที่ห้องทำงานแม่ก่อนนะ ห้ามออกมาเด็ดขาดตอนนี้ แม่ต้องไปขอโทษคุณลุงหมอคนนั้นก่อน และต้องไปต้อนรับท่านประธานโรงพยาบาลคนใหม่ด้วย”
เด็กชายพยักหน้าเชื่อง ๆ อย่างเข้าใจ
นิวเยียร์ลุกขึ้นยืน เธอเหลือบมองไปที่ประตูทางออกที่ไนต์เพิ่งจะเดินออกไปก่อน จะพบเพียงแผ่นหลังสูงสง่าที่ก้าวออกไปอย่างสงบ
“คุณหมอคะ… เดี๋ยวก่อน!”
ร่างสูงหยุดชะงักกะทันหัน ไม่ใช่เพราะเสียงที่เธอเรียก หากแต่ความรู้สึกของเขามันบอกว่าทำไมเขารู้สึกแปลก ๆ กับเด็กคนนั้นเป็นอย่างมาก เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอรีบก้าวตามมาก็พุ่งเข้าใส่เต็มแรงจนเสียหลัก เกือบล้มทั้งตัว แต่แรงแขนแข็งแรงคว้าเอวบางไว้แน่น ราวกับสัญชาตญาณ ทำให้ตอนนี้เธออยู่ในอ้อมกอดอุ่น ๆ ของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว
ลมหายใจใกล้จนได้ยินชัด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ทำเอาเธอหน้าแดงวูบ เงยหน้าขึ้นสบดวงตาคมที่จ้องลงมาราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน
“เดินให้ระวังหน่อยสิ เดี๋ยวคนจะหาว่าผมชนทั้งแม่ทั้งลูก” เสียงทุ้มต่ำเอ่ย ดวงตาคมกริบสะกดให้หัวใจสั่นแรง
“ฉะ…ฉันไม่ได้ตั้งใจ จะโทษฉันก็ไม่ถูก คุณหยุดเองไม่ใช่เหรอคะ” เธอโต้เสียงสั่น ทั้งที่ยังดิ้นหนีออกจากวงแขนเขาไม่ได้
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะผละห่าง เสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังขึ้นพร้อมเงาของหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล แววตาเย็นเฉียบมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อาจยอมรับได้
“นี่มันเรื่องอะไรคะ…?” น้ำเสียงสั่นด้วยโทสะ ก่อนฝ่ามือเรียวจะฟาดลงบนแก้มนวลดังฉาดจนร่างบางเซไปอีกด้าน
“คุณกล้ามายุ่งกับคู่หมั้นของฉันอย่างนั้นเหรอ!”
บรรยากาศที่เพิ่งหวานละมุนแปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียดในชั่วพริบตา ทุกสายตาในทางเดินจับจ้องมายังสามคนที่เผชิญหน้ากัน ร่างสูงก้าวเข้ามาประคองเอวหญิงสาวที่เพิ่งโดนตบ ใบหน้าคมเข้มฉายแววโกรธจัด แต่แววตากลับแฝงความหวงแหนที่แม้แต่เจ้าตัวก็อาจไม่รู้ตัว
“ทำบ้าอะไรเวนิส เป็นบ้าอะไรทำไมต้องลงไม้ลงมือแบบนี้” ไนต์ตวาดเสียงดังลั่นทำเอาเวนิสเงียบไปในพริบตา ก่อนจะตวัดหางตามาหานิวเยียร์
“ก็มันอ่อยพี่ไนต์ ”
นิวเยียร์หันมามองหน้าไนต์ ก่อนจะบิดแขนออกจากมือที่เขาช่วยประคองเธอเอาไว้ และหันมาตอบกับเวนิสที่ยืนมองเธออย่างเอาเรื่อง
“คุณกำลังเข้าใจผิดค่ะ อีกอย่างฉันไม่นิยมแย่งของ ของใครเพราะมันผิดศีล"
"ศีลบ้าบออะไร!"
"ไม่เคยได้ยินเหรอคะ กาเมสุมิจฉาจารา ไม่รู้จักศีลข้อสามเหรอคะ ว่าง ๆ ก็เข้าวัดฟังธรรมบ้างนะคะ จะได้รู้ว่าศีลข้อสามมันคืออะไร " นิวเยียร์พูดจบก็เดินจากไปในทันที
“บอกไว้ก่อนนะเวนิสอย่ามาทำให้ผมมีปัญหา และหยุดเอาคำว่าคู่หมั้นมาเป็นข้ออ้าง เพราะระหว่างเรามันเป็นแค่ ว่าที่ เรายังไม่ได้หมั้นกัน !!”
ไนต์เดินเข้าสู่ห้องประชุมขนาดใหญ่ ที่กว้างขวางของโรงพยาบาล ห้องกระจกสูงโปร่งรับแสงธรรมชาติเต็มที่ โต๊ะทำงานไม้สีเข้มเรียงรายไปด้วยเอกสารและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เขาคุ้นเคย
แขกและผู้บริหารท่านอื่นเริ่มทยอยเข้ามาทักทาย เขาเพียงยกมือไหว้เล็กน้อย ด้วยท่าทีสุขุมและสง่าผ่าเผย แต่ในหัวใจของเขากลับวนเวียนอยู่กับภาพเล็ก ๆ จากห้องฉุกเฉิน…แววตาคู่นั้น รอยยิ้มนั้น เด็กชายตัวเล็ก หัวเราะแผ่ว ๆ หลังจากฟื้นคืนสติและผู้หญิงตรงหน้า…นิวเยียร์ แม่ของเด็กชายคนนั้น
เขาสูดลมหายใจลึก ปัดความคิดนั้นออก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหันมองไปมองนิวเยียร์ที่นั่งอยู่ตรงนั้นอีกครั้ง
เสียงผู้บริหารท่านอื่นเรียกให้เขาไปต้อนรับแขก เอกสารและแผนงานใหม่รออยู่บนโต๊ะ แต่ใจของเขา…ยังคงเกาะติดภาพเล็ก ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งและลูกชายที่เขาเพิ่งช่วยชีวิต
แขกและเจ้าหน้าที่ทยอยเข้ามานั่งตามเก้าอี้ที่จัดไว้เรียบร้อย เสียงหัวเราะคุยกันเบา ๆ ผสมกับเสียงกระดิ่งที่แขวนไว้ประดับบรรยากาศวันเปิดตัว
ไนต์ก้าวขึ้นไปบนเวทีเล็ก ๆ “สวัสดีครับทุกท่าน ผมธีรณัฐ ไนต์ครับ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ สุขุม แต่ฟังแล้วรู้สึกหนักแน่น
“ผมเพิ่งกลับมาจากการศึกษาด้านเทคโนโลยีและการจัดการโรงพยาบาลในต่างประเทศ หลายเรื่องที่เรียนรู้มา ผมหวังว่าจะสามารถนำมาพัฒนาโรงพยาบาลของเราให้ก้าวหน้า และตอบสนองต่อผู้ป่วยทุกคนได้อย่างดีที่สุด”
ผู้เข้าร่วมงานปรบมือเบา ๆ แสดงความยินดีและความคาดหวัง แต่สายตาของไนต์…แอบเหลือบไปยังตรงจุดที่มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ แสงไฟส่องสะท้อนบนใบหน้า เธอไม่ทันสังเกตว่าเขามองอยู่
นิวเยียร์นั่งอยู่ด้านหลังเธอมองดูไนต์ ที่มีบางอย่างในท่าทาง เสียง และความสุขุมสง่าของเขา ทำให้หัวใจเธอสั่น
“คุ้น ๆ…แต่คุ้นจากไหนนะ?” เธอพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง ดวงตาไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้ “ไม่หรอกอาจจะเพราะเพิ่งด่ากันมาเมื่อกี๊ไหมนะ ” เธอได้แต่คิดและส่ายหน้าช้า ๆ