รถยนต์สีดำเงาวับ แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านในหมู่บ้านจัดสรรอย่างเงียบเชียบ แสงไฟริมถนนส่องลงบนทางเท้าที่สะอาดตา ชายหนุ่มในชุดสูทยังคงสุภาพอ่อนโยน เขาลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” นิวเยียร์เอ่ยเสียงเบา พลางจับมือน้องนัทที่หลับตาพริ้มพิงไหล่มาตลอดทาง
ชายหนุ่มพยักหน้า ยิ้มบางให้เธอ “พักผ่อนเถอะครับ…ทั้งสองคน”
นิวเยียร์อุ้มลูกชายออกจากรถ แขนอีกข้างกอดถุงอาหารและเอกสารที่เขายัดใส่มือไว้ เธอไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพียงแต่พยักหน้าเป็นการบอกลา ก่อนจะพาน้องนัทเดินเข้าบ้านไป
เธอหันกลับมาอีกครั้ง แสงไฟหน้ารถสะท้อนเงาของเขาที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มโบกมือลาเบา ๆ รอยยิ้มที่ส่งมาดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ก่อนที่เขาจะขึ้นรถแล้วขับออกไปช้า ๆ
บรรยากาศในบ้านเงียบสงบ นิวเยียร์พาน้องนัทไปที่ห้องนอนเด็กอย่างเบามือ วางร่างเล็กลงบนเตียงนุ่มและปลุกให้ลูกชายตื่นมาอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนเข้านอน เธอติดกระดุมชุดนอนตัวเล็กทีละเม็ดให้กับลูกชายของเธอ กลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆ ลอยคลุ้งหลังจากเธออาบน้ำให้น้องเสร็จ เด็กน้อยพลิกตัวนอนตะแคง มือเล็กกำตุ๊กตาหมีแน่น
“แม่…อยู่ตรงนี้นะครับ” เสียงละเมอดังเบา ๆ
หัวใจของนิวเยียร์อ่อนยวบลงทันตา เธอนั่งข้างเตียง ลูบผมนุ่ม ๆ ของลูกชายแล้วกดจูบลงบนหน้าผากหนึ่งครั้ง “แม่อยู่ตรงนี้ตลอดเลยครับ”
หลังจากมั่นใจว่าน้องนัทเข้าสู่ห้วงนิทราสนิทแล้ว เธอจึงปิดไฟในห้องให้เหลือเพียงโคมไฟหัวเตียงสลัว ๆ จากนั้นจึงเดินกลับไปที่ห้องทำงานเล็ก ๆ ของตัวเอง
โต๊ะไม้เรียบ ๆ วางเอกสารกองหนึ่ง เธอหยิบแฟ้มตารางเวรออกมาเปิด ทบทวนวันเวลาที่จะต้องเข้ากะในสัปดาห์ถัดไป ข้าง ๆ กันนั้นคือเอกสารของ โครงการ Mom Care ที่หัวหน้าแผนกเพิ่งมอบหมายมาให้
เธอถอนหายใจยาว นั่งกอดอกครู่หนึ่ง รู้ดีว่างานนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก รายละเอียดซับซ้อนและเกี่ยวพันกับหลายฝ่าย แต่ถึงอย่างนั้น…ก็ต้องทำให้สำเร็จ เพราะมันไม่ใช่แค่หน้าที่ หากแต่ยังเป็นก้าวสำคัญในอนาคตการทำงานของเธอด้วย
แสงไฟจากโคมตั้งโต๊ะส่องลงบนใบหน้าที่อ่อนล้า แต่แววตาของนิวเยียร์กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอหยิบปากกาขึ้นมา เริ่มลงมืออ่านและเขียนโน้ตลงไปทีละบรรทัด
เสียงนาฬิกาบนผนังดังติ๊กต๊อกประสานไปกับลมหายใจสม่ำเสมอของน้องนัทที่นอนกอดตุ๊กตาอยู่บนเตียง
เช้าวันใหม่ นิวเยียร์ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้ลูกชาย เธอจัดชุดนักเรียนตัวเล็ก เตรียมกระเป๋าและของใช้ครบถ้วนก่อนจะอุ้มน้องนัทไปส่งที่เนอสเซอรี่
“แม่ไปทำงานนะครับ เดี๋ยวมารับ” เธอย่อตัวลง กดจูบที่แก้มกลม ๆ ของลูกชาย
“ครับแม่ สู้ ๆ นะครับ” เด็กน้อยยกกำปั้นเล็กชูขึ้นอย่างให้กำลังใจ จนหัวใจของนิวเยียร์พองโต เธอส่งยิ้มแล้วโบกมือลาก่อนหันหลังกลับไปขึ้นรถ
เมื่อถึงโรงพยาบาลเอกชน เธอเปลี่ยนเป็นโหมดจริงจังทันที ก้าวขาเข้ามาในแผนกยังไม่ทันจะได้เปิดคอมพิวเตอร์ ก็มีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าหมอไนต์เรียกพบที่ห้องทำงาน
หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะครู่หนึ่ง แต่ก็สูดหายใจลึก ๆ ก่อนจะเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป
“อรุณสวัสดิ์ครับ” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นทันทีที่เธอก้าวเข้าไปในห้อง เขายกสายตาขึ้นจากเอกสารบนโต๊ะ แววตาคมกริบจ้องมาเหมือนจะมองทะลุทุกอย่าง
“สวัสดีค่ะหมอ” นิวเยียร์วางแฟ้มในมือไว้กับตัว พยายามรักษาน้ำเสียงให้สุภาพและเป็นกลางที่สุด
“เมื่อเช้าไปส่งลูกมาแล้วใช่ไหมครับ?” เขาถามขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อย
เธอชะงักไปนิด ก่อนจะตอบเรียบ ๆ “ค่ะ ส่งที่เนอสเซอรี่แล้ว”
เขาพยักหน้าเบา ๆ ราวกับกำลังซ่อนบางอย่างในแววตา แล้วเปลี่ยนเรื่อง
“เรื่องงานโครงการ Mom Care ที่เราต้องทำร่วมกัน ผมอยากให้คุณมาช่วยดูรายละเอียดตรงนี้” มือหนาเลื่อนแฟ้มสีฟ้ามาตรงหน้าเธอ
นิวเยียร์ยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้ามานั่งลงฝั่งตรงข้าม เปิดแฟ้มพลิกดูทีละหน้า “ค่ะ ดิฉันจะรับผิดชอบในส่วนข้อมูลและประสานงาน…”
หมอไนต์พิงหลังกับเก้าอี้ มองเธออย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้เธอพูดต่อด้วยท่าทีตั้งใจทำงานเต็มที่ แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับซ่อนประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ว่ามันคือความตั้งใจเรื่องงาน…หรือเรื่องอื่นกันแน่
นิวเยียร์นั่งพลิกแฟ้มงานในมือ ตั้งใจจะจดโน้ตลงกระดาษ แต่เสียงของหมอไนต์ดังขึ้นก่อน
“ผมมีเรื่องจะพูด” น้ำเสียงเรียบ แต่แฝงความกดดันจนเธอเงยหน้าขึ้นช้า ๆ และมองหน้าไนต์
“โรงพยาบาลเราเป็นสถานที่สาธารณะ คุณไม่ควรไปยืนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับผู้ชายตรงหน้าแบบนั้น มันไม่เหมาะสม” แววตาคมจ้องเธอเขม็ง ทุกถ้อยคำกดลงเหมือนมีน้ำหนัก
นิวเยียร์ก้มหน้าลง ไม่ตอบ ไม่แก้ตัว เพียงพลิกเอกสารต่อเหมือนไม่ได้ยินอะไร บรรยากาศในห้องขึงตึงขึ้นทันตา จนกระทั่งเขาหายใจเข้าลึกแล้วเปลี่ยนเรื่อง
“บ่ายนี้เรามีงาน Mom Care ของโรงพยาบาลรัฐ คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะจะขึ้นไปบรรยายรายละเอียดของโครงการด้วย”
“ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ หมอไนต์พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะว่า
“ดี งั้นเที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกัน เราจะได้คุยรายละเอียดไปด้วย แล้วเสร็จตรงนั้นก็มุ่งหน้าไปงานเลย” นิวเยียร์หลับตาลงครู่หนึ่ง ถอนหายใจแผ่ว ๆ ก่อนตอบเสียงนิ่ง “เจอกันที่ร้านอาหารก็แล้วกันค่ะ” เขากลับไม่ปล่อยให้จบง่าย ๆ ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย
“ไม่เป็นไร ไปพร้อมกันเลยดีกว่า จะได้มีเวลาคุยมากกว่านี้”
นิวเยียร์ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลงมองเอกสารในมือ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ความเงียบนั้นกลับเป็นคำตอบที่เขาเหมือนเข้าใจดีเกินไป