ความเงียบระหว่างทางที่ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกัน นิวเยียร์มองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดยามเที่ยงสะท้อนกระจกตึกระยิบระยับ เธอเม้มปากแน่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“หมอคะ…ฉันอยากพูดเรื่องการวางตัวของเราสองคนหน่อย”
มือที่จับพวงมาลัยของไนต์ขยับแน่นขึ้นเล็กน้อย เขาเหลือบมองเธอแวบเดียว ก่อนส่งเสียงตอบในคอเหมือนไม่ได้แปลกใจที่เธอจะเปิดประเด็น “อืม ว่ามาสิ”
นิวเยียร์สูดหายใจลึก “หมอเองก็มีคู่หมั้น ส่วนฉันก็มีลูกแล้ว… ฉันอยากให้เราวางตัวให้เหมาะสมกว่านี้ เวลาที่อยู่ต่อหน้าคนอื่น ต่อหน้าคนในโรงพยาบาล”
เขาเงียบ ไม่พูดแทรก เธอจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม
“ฉันต้องทำงานเลี้ยงแม่ เลี้ยงลูก ไม่อยากให้มีปัญหาตามมา ไม่อยากให้เพื่อนร่วมงานมองฉันไม่ดี และที่สำคัญ…ไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดในสิ่งที่มันไม่ใช่”
ในรถยังคงเงียบอีกครั้ง จนกระทั่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ของเขาหลุดออกมา
“ผมเข้าใจในสิ่งที่คุณสื่อหรอก” เสียงทุ้มนั้นเรียบ แต่แฝงความคมจนเธอไม่กล้าหันไปสบตา “แต่คุณเองก็ควรเข้าใจด้วยว่าคนเราไม่ได้เลือกสถานที่หรือเวลาได้หรอก เวลาจะรู้สึกกับใครสักคน”
หัวใจเธอสะดุดแรง ก่อนรีบหลบสายตาออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ทุกทั้งสองคนนิ่งเงียบจนกระทั่งถึงร้านอาหาร
ขณะนิวเยียร์กำลังเปิดเมนู เธอกำลังจะเอ่ยถามหมอไนต์ว่าชอบทานอะไรดี เขาบอกว่าอะไรก็ได้ทานได้หมด นิวเยียร์หันไปสั่งอาหารกับพนักงาน ก่อนจะยื่นเมนูคืนให้ แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“อ้าว…นิวเยียร์ ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะ เป็นไงบ้าง?”
มือเธอชะงักทันที ความเย็นวูบแล่นขึ้นมาตามสันหลัง ก่อนที่สายตาของเธอ จะสบเข้ากับใบหน้าที่เธอไม่คิดว่าจะได้เจออีก ชายคนนั้นเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มกึ่งเยาะกึ่งสมเพช สายตากวาดมาที่หมอไนต์ที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“นี่ใครล่ะ อย่าบอกนะว่าแฟนใหม่ หรือว่า…กำลังหาพ่อให้ลูกอยู่เหรอ?” คำพูดกรีดแทงเหมือนมีดคมกริบ นิวเยียร์เม้มปากแน่นจนกลายเป็นเส้นตรง แต่เขาก็ยังไม่หยุด
“ดีนะที่เราเลิกกันก่อนไม่งั้นคงแย่ ไม่รู้ว่าเธอไปท้องไม่มีพ่อมาตั้งแต่เมื่อไหร่ น่าสงสารเด็กจริง ๆ …โชคดีฉันไม่ต้องมารับภาระเลี้ยงลูกคนอื่น”
ใบหน้าของนิวเยียร์ซีดเผือด หัวใจเต้นแรงจนหูอื้อ เธอแทบจะลุกหนี แต่เสียงเก้าอี้ที่เลื่อนออกแรง ๆ ดังขึ้นก่อน หมอไนต์ลุกยืนเต็มความสูง แววตาคมวาวจนลูกค้าโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง
“ไอ้เลว...” เขากำหมัดแน่น ก้าวไปข้างหน้าจะต่อย
“หมอ…อย่า!” นิวเยียร์รีบลุกขึ้นคว้าแขนเขาไว้สุดแรง เธอไม่อยากให้เรื่องบานปลาย แต่ความกล้าที่ถูกกดทับมานานก็พลุ่งพล่านขึ้นในอก หญิงสาวหยิบแก้วน้ำเย็นจากโต๊ะ ก่อนสาดใส่หน้าอดีตคนรักอย่างแรง
น้ำเย็นกระเซ็นเปียกชุ่มเต็มใบหน้า รอยยิ้มเหยียดหยามหายไปทันที นิวเยียร์พูดด้วยเสียงสั่นแต่หนักแน่น
“มันเป็นบุญแค่ไหนแล้วที่เราเลิกกัน… และฉันก็ดีใจที่สุดที่อย่างน้อยก็ไม่ได้เสียตัวให้คนอย่างนาย”
เสียงฮือฮารอบร้านดังขึ้นทันที แต่ชายคนนั้นกลับหัวเราะหยัน
“ปากดี…แต่ยังไงเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงท้องไม่มีพ่อ...”
ไม่ทันจบประโยค หมัดหนักของหมอไนต์ก็พุ่งซัดเข้าที่ใบหน้ามันเต็มแรง เสียงกระแทกดังสนั่นจนโต๊ะข้าง ๆ ถึงกับสะดุ้ง ชายคนนั้นเซถอยหลังไปกุมแก้ม เลือดซึมที่มุมปาก ไนต์ยืนขวางด้านหน้าของนิวเยียร์ แววตาดุดันเย็นเยียบ เสียงทุ้มต่ำของเขาก้องไปทั่วร้าน
“ฟังให้ชัด…น้องนัทเป็นลูกของกู มีปัญหาอะไรไหม?”
อีกฝ่ายอึ้งไป ไม่ทันได้ตอบ ไนต์ก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิม น้ำเสียงเฉียบขาดราวคำพิพากษา
“แล้วก็จำเอาไว้ให้ดีกู..คือเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองไทย เมียกู ลูกกู ไม่ใช่เรื่องที่ใครอย่างนายจะเอามาดูถูกได้ ไสหัวไปให้พ้น ก่อนที่กูจะเรียกทีมกฎหมายมาจัดการให้หมดอนาคต”
บรรยากาศในร้านเงียบกริบ มีเพียงเสียงหอบหายใจแรง ๆ ของชายคนนั้น เขามองหน้าไนต์อย่างไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก ก่อนรีบเดินออกจากร้านไปท่ามกลางสายตาคนรอบข้าง
นิวเยียร์ยืนนิ่ง มือยังสั่นอยู่ แต่ความรู้สึกในอกกลับสั่นไหวมากกว่าเดิม เธอเหลือบมองผู้ชายตรงหน้าที่เพิ่งยืนยันความเป็น พ่อของลูกเธอ ต่อหน้าคนทั้งร้าน หัวใจเธอสั่นรัวแทบหลุดจากอก
บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความเงียบหลังจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา นิวเยียร์หันหน้ามองออกไปนอกกระจก เธอถอนหายใจยาว รวบรวมสติอยู่นานก่อนจะพูดเสียงเบา
“ขอบคุณนะคะที่ช่วย…แต่หมอไม่น่าทำแบบนั้นเลย ไม่กลัวเสียชื่อเสียงเหรอคะ”
คำว่า คนของฉัน ทำเอานิวเยียร์ชะงักไป ใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เธอเลือกจะไม่ตอบอะไรออกมา เพียงแค่เม้มปากแน่นแล้วหลบตา
“อย่าคิดมาก” ไนต์พูดต่อ น้ำเสียงอ่อนโยนลงกว่าเดิม “มันก็แค่เศษคนที่ยังวนเวียนอยู่กับอดีต ถึงยังไงเธอก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว”
นิวเยียร์เงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะตอบเบาๆ “แต่…มันไม่ควรให้คนอื่นเข้าใจผิด ฉันไม่อยากมีปัญหาที่ทำงาน”
“ถ้ากังวลเพราะฉัน ก็ไม่ต้องห่วง” ไนต์เอื้อมมือมาวางบนหลังมือเธอแผ่วเบา “ฉันจัดการได้เสมอ”
หัวใจนิวเยียร์สั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ยังคงฝืนเก็บสีหน้าสงบ เธอเพียงพยักหน้าเล็กน้อยไม่พูดอะไรอีก ก่อนที่เธอจะเลื่อนเก้าอี้มานั่ง แต่ไนต์คว้าข้อมือของเธอเอาไว้ นิวเยียร์มองหน้า
“เราไปร้านอื่นกันดีกว่า” ไม่พูดเปล่าเพราะไนต์เรียกพนักงานมาเก็บเงิน แถมบอกกับพนักงานว่าอาหารที่สั่งเอาไปแบ่งกันกินได้เลย พูดจบเขาก็พานิวเยียร์ออกไปจากร้านในทันที
ไนต์ที่กำลังขับรถเหลือบตามองเธอเล็กน้อย ริมฝีปากยกยิ้มจางๆ แต่แฝงความเด็ดขาด
“ฉันไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาดูถูกหรือรังแกคนของฉันได้ ต่อให้ต้องเสียชื่อเสียงก็ไม่สำคัญ”
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ทั้งที่เป็นคนบอกคุณหมอไปแท้ ๆ ว่าให้ระวังเรื่องการวางตัว แต่กลายเป็นว่าฉันต้องรบกวนคุณหมอ”
“นิวเยียร์ ต่อไปไม่ต้องเรียกคุณหมอหรอก เรียกผมไนต์ หรือจะเรียกพี่ไนต์ก็ได้ เข้าใจไหม ”
“อืม ก็ได้ค่ะพี่ไนต์” นิวเยียร์ตอบรับอย่างว่าง่าย เพราะการคุยกันแบบใช้คำสุภาพตลอดมันก็ทำให้เธออึดอัดไม่ต่างกัน
เมื่อมาถึงร้านอาหารแห่งใหม่ ไนต์ลงจากรถ เดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งเธออย่างสุภาพ “ไปเถอะ คราวนี้ขอให้ได้กินข้าวจริงๆ สักที”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ แทนที่จะมีเวลาคุยเรื่องงานกลับต้องมาเสียเวลาเลย” เธอพูดแก้เก้อก่อนลงรถและตามเข้าไปในร้าน
นิวเยียร์เหลือบมองเขา ยังคงรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในใจลึกๆ กำลังสั่นคลอนกับท่าทีปกป้องอย่างหนักแน่นของหมอไนต์อยู่ไม่น้อย…