ภายในร้านอาหารร้านใหม่ บรรยากาศสงบกว่าร้านเดิมเมื่อกี้ โต๊ะมุมในสุดที่ไนต์เลือกให้เต็มไปด้วยความเป็นส่วนตัว แสงไฟสีส้มอุ่นๆ สะท้อนใบหน้าของทั้งคู่ชัดเจนกว่าที่นิวเยียร์อยากให้เป็น
เธอก้มหน้าก้มตาจัดช้อนส้อมบนโต๊ะเหมือนกำลังหาที่ยึดเหนี่ยวใจ ไนต์นั่งพิงพนักเก้าอี้ แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เธอไม่วางตา
อาหารเริ่มถูกเสิร์ฟ แต่แทบไม่มีใครแตะ จนกระทั่งไนต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบขรึมแต่แฝงความจริงจัง
“เมื่อกี้…ผมมีเรื่องอยากถาม”
นิวเยียร์เงยหน้ามองเขาอย่างประหลาดใจ “เรื่องอะไรเหรอคะ”
“ผู้ชายคนนั้น” ไนต์สบตาเธอตรงๆ “คนที่น้องนัทกอด หอมแก้ม เหมือนสนิทกันมาก ตอนแรกผมคิดว่าเป็นสามีคุณเสียอีก”
นิวเยียร์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนยกแก้วน้ำขึ้นจิบเพื่อประวิงเวลา เมื่อวางแก้วลง เธอยกยิ้มบางและถอนหายใจออกมา
“เขาไม่ใช่สามีหรอกค่ะ”
“งั้นเขาเป็นใคร” น้ำเสียงไนต์กดต่ำลงเล็กน้อย ราวกับอยากได้คำตอบที่แน่ชัด
นิวเยียร์มองสบตาเขา สายตานิ่งจริงใจ “เขาเป็นเพื่อนที่แสนดีมาก ดีเสียจนฉันไม่อยากให้เขาต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ ไม่อยากให้ชีวิตเขายุ่งวุ่นวายไปเพราะฉัน”
เธอเว้นจังหวะหายใจเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “ฉันหวังว่าสักวันเขาจะเจอคนที่ดีจริงๆ คนที่รักเขาและไม่ทำให้เหนื่อยใจ…แต่ตอนนี้ เขาแค่ยังไม่เจอใครเท่านั้นเอง”
ไนต์นั่งฟังเงียบๆ แววตาคมเข้มไหววูบ แต่ไม่เอ่ยแทรก
นิวเยียร์ก้มลง ใช้นิ้วเขี่ยส้อมเบาๆ เหมือนกำลังย้ำให้ชัดเจน
“สำหรับฉัน เขากับน้องนัทเข้ากันได้ดีมากๆ แค่เพื่อนที่ดี แค่นั้นจริงๆ ไม่มีอะไรมากกว่านี้ค่ะ”
เธอจบประโยคด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวกับต้องการให้เขาเชื่ออย่างเต็มที่ แต่กลับกลายเป็นว่าเงียบงันลงกว่าเดิม
ไนต์ไม่พูดอะไรทันที เพียงแต่ใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ สองครั้ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยนัยยะ “ดีแล้ว…ที่ไม่มีอะไร”
นิวเยียร์เผลอกลืนน้ำลายลงคอ ความเงียบระหว่างทั้งคู่เหมือนกำลังบอกเป็นนัยว่า ไม่ใช่ทุกคำตอบที่ไนต์จะเชื่อทั้งหมด
หลังจากที่ทั้งสองคนกินข้าวเสร็จแล้วนั้น ก็มุ่งหน้ามาที่โรงพยาบาลในทันที โถงทางเดินของโรงพยาบาลรัฐคึกคักไปด้วยผู้คน ทั้งคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มารอรับคำปรึกษา พยาบาลที่เดินสวนไปมา และเสียงเรียกจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ บรรยากาศต่างจากโรงพยาบาลเอกชนที่นิวเยียร์คุ้นเคย แต่กลับอบอุ่นในอีกแบบหนึ่ง
ไนต์ก้าวเคียงข้างนิวเยียร์อย่างเงียบ ๆ สายตาคมคอยมองรอบด้านเหมือนกำลังประเมินทุกอย่างไปพร้อมกับเธอ เขาไม่พูดอะไรมากนัก แต่ก็แอบพยักหน้าทักทายเจ้าหน้าที่ที่เดินผ่านมาเหมือนกัน
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากอีกฟากของโถง
“นี่มัน…นิวเยียร์ใช่มั้ย!”
นิวเยียร์หันไปตามเสียงทันที ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างผู้หญิงในชุดกาวน์สีขาว กำลังยิ้มกว้างตรงมา
“เกรซ!”
เธอแทบไม่ทันคิดอะไร รีบก้าวเข้าไปหาก่อนที่ทั้งคู่จะกระโดดกอดกันแน่นกลางโถง ท่ามกลางสายตาคนรอบข้างที่หันมามองด้วยรอยยิ้มบางคน และความแปลกใจ
“ตายแล้ว! ไม่คิดว่าจะมาเจอแกที่นี่” หมอเกรซหัวเราะเสียงสดใสราวกับวันเก่า ๆ ที่เคยอยู่ด้วยกัน
“ฉันก็เหมือนกัน เกรซ! ไม่ได้เจอกันตั้งกี่ปีแล้วเนี่ย” นิวเยียร์ยิ้มกว้างจนตาหยี น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคิดถึง
ทั้งคู่ผละออกเล็กน้อย มองหน้ากันแล้วก็หัวเราะอีกครั้งราวกับย้อนกลับไปเป็นเด็กนักเรียนแพทย์เมื่อวันวาน
ไนต์ที่ยืนมองอยู่ข้างหลังขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยแทรก เขาเพียงยืนมองเงียบ ๆ ให้เวลาผู้หญิงทั้งสองได้พูดคุยกันตามอัธยาศัย
หมอเกรซเหลือบตามาเห็นเขาเต็ม ๆ ถึงกับทำตาโตนิดหน่อย
“เอ๊ะ…นี่ใช่หมอไนต์หรือเปล่า? สูตินรีแพทย์คนดังที่เพื่อนฉันเล่าให้ฟังบ่อย ๆ ใช่มั้ย”
นิวเยียร์รีบหันกลับไปมองไนต์ สายตาเธอมีแววเกรงใจเล็กน้อยที่เพื่อนพูดออกไปตรง ๆ
“เพื่อนคนไหน ไม่ใช่ฉันแน่นอน” นิวเยียร์รีบออกตัวทำให้เกรซถึงกับหัวเราะออกมา
“เพื่อนที่โรงพยาบาลแหละ เห็นมีแต่คนชื่นชม บางคนนะคะ ถึงกับมีรูปภาพหมอไว้ที่โต๊ะทำงาน อ้อพูดซะเพลินเลย ลืมแนะนำตัว สวัสดีค่ะเราชื่อหมอเกรซนะคะ เป็นเพื่อนสนิทของนิวเยียร์”
ไนต์เพียงยกยิ้มมุมปาก พลางพยักหน้าให้ “ครับ ผมไนต์…ยินดีที่ได้รู้จัก”
หมอเกรซหันกลับมายกแขนโอบไหล่นิวเยียร์ไว้ “โอ๊ย! โลกมันกลมจริง ๆ นะยะ”
นิวเยียร์หัวเราะ แต่แอบหันไปสบตาไนต์แวบหนึ่ง…ราวกับกำลังกลัวว่าเขาจะคิดอะไรไปไกลจากการที่เธอกับเกรซกอดกันอย่างสนิทสนมตรงนี้
เกรซจับมือนิวเยียร์แน่น ดวงตาที่เคยสดใสกลับแฝงแววบางอย่างที่ไนต์สังเกตได้ทันที
“นิวเยียร์…แกหายไปจากวงการอยู่พักใหญ่เลยนะ ทุกคนตามหากันหมด ฉันเป็นห่วงแกมาก รู้มั้ย?” น้ำเสียงเกรซไม่ได้แค่ตื่นเต้นที่เจอเพื่อนเก่า แต่มันเต็มไปด้วยความกังวลที่อัดแน่นมานาน
นิวเยียร์ยิ้มกลบเกลื่อน “ก็แค่…อยากใช้ชีวิตเงียบ ๆ สักพักน่ะเกรซ”
แต่สายตาของเพื่อนหมอไม่ได้เชื่อคำตอบนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว
“อย่าบอกนะว่า…พี่หมอสุดหล่อคนนี้เป็นพ่อของน้องนัทน่ะ? ” เกรซหรี่ตา ทำท่าจะยกคิ้วล้อเลียน
นิวเยียร์รีบเบิกตากว้างแล้วส่ายหัวแรงจนผมสลวยสะบัด “บ้าแล้ว! ไม่ใช่สักหน่อย เกรซอย่าพูดมั่วสิ เขาเป็นเจ้าของ