ยัยตัวเล็กกอดผ้าห่มแน่น หลับตาพริ้ม ตัวก็ดูจะสั่นๆ เพราะความหนาว
‘เปิดซะเย็น ลืมเลยว่ายัยนี่ป่วยอยู่’ คิดแล้วก็เดินไปเพิ่มอุณภูมิของห้องเพื่อให้อบอุ่นขึ้น จากนั้นก็เดินมายืนดูคนป่วยต่อ
‘ตัวเล็กขนาดนี้ แล้วยังจะทำมาเป็นเก่งเกินตัวอีก’ คิดแล้วก็ลองใช้มืออังหน้าผากของเธอดูว่าตัวร้อนขึ้นหรือเปล่า
‘ไข้ขึ้นเหรอเนี่ย’ ชายหนุ่มตกใจเล็กน้อย ก่อนจะตั้งสติแล้วไปหาผ้ามาเช็ดตัวให้หล่อน
แต่ว่าในขณะที่กำลังจะเอาน้ำใส่กะละมังเล็กๆ สมองของเขาดันคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา
‘ว่าแต่ทำไมฉันต้องใส่ใจยัยนี่ด้วย ถึงเธอจะตายมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนี่หว่า’
ด้านมืดของเขาเริ่มทำงาน
‘แต่ว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ เธออาจจะอาการหนักขึ้นกว่านี้’
และก็เป็นอีกครั้งที่ด้านขาวชนะ ยังไงซะ ถึงจะไม่ใช่คนดีสักเท่าไหร่ แต่คนอย่างจัสตินก็ไม่ยอมแน่นอนที่จะเห็นใครป่วยตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างเย็นชา
พ่อแม่ของเขาไม่ได้ปลูกฝังให้เขาเป็นคนนิสัยแย่แบบนั้น ดังนั้นชายหนุ่มจึงตัดสินจะเช็ดตัวและป้อนยาให้จิรัชญา ถึงเธอจะเป็นแค่ลูกหนี้ แต่เธอก็เป็นคนเหมือนเขา ถ้าป่วยได้ ก็ตายได้!
เย็นชาแต่ใจดี
จัสตินเริ่มเช็ดตัวให้เธอโดยเน้นเช็ดที่บริเวณแขนกับหน้าและลำคอเท่านั้น ถ้าเช็ดที่จุดอื่นอีกเขากลัวว่าจะทำให้ตัวเองเกิดอารมณ์ทางเพศได้
“คะ...คุณจัสติน”
ดูเหมือนว่าน้ำเย็นๆ จะทำให้คนไข้อย่างหล่อนเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้น
“นอนอยู่เฉยๆ ไม่ต้องขยับ ไข้ขึ้นขนาดนี้เดี๋ยวกินยาและนอนต่อก็แล้วกัน”
ตอนแรกเธอยังคงมึนงงกับสิ่งที่เห็นเขาทำเมื่อตื่นขึ้นมา แต่พอได้ยินสิ่งที่เขาพูดและเห็นว่าชายหนุ่มกำลังใช้ผ้าชุบน้ำเย็นๆ เช็ดไปที่เรียวแขนอย่างเบามือ หล่อนจึงได้รู้ว่าจัสตินกำลังเช็ดตัวให้เพราะเห็นว่าเธอไข้ขึ้น
“ขอบคุณนะคะ”
ขอบตาที่ร้อนผ่าวเพราะพิษไข้ของเธอ เริ่มมีน้ำตาปริ่มขึ้นมาเล็กน้อย เธอกำลังซึ้งใจ ซึ้งใจที่ชายหนุ่มยังคงมีน้ำใจให้กับตน
ทั้งที่หญิงสาวเป็นแค่ลูกหนี้และนางบำเรอ อันที่จริงเขาจะทำเป็นไม่สนใจก็ได้ แต่ชายหนุ่มผู้นี้มีน้ำใจยิ่งนัก เขาไม่ปล่อยเลยตามเลย แถมยังเช็ดตัวให้ มันจึงทำให้เธอซึ้งใจและคิดถึงคุณพ่อที่จากไปได้หลายปีแล้ว
คราวนี้จากที่แค่น้ำตาคลอเบ้ามันกลายเป็นน้ำตาไหลราวกับเขื่อนแตก ความซาบซึ้งและคิดถึงคุณพ่อมันตีรวนกันไปหมด เป็นอีกครั้งที่เธอร้องไห้ต่อหน้าจัสติน
“นี่เธอร้องไห้ทำไม” ตกใจขึ้นมาเมื่อเห็นว่าหญิงสาวร้องไห้อย่างหนัก
“คุณทำให้ฉันคิดถึงพ่อค่ะ ตอนที่พ่อยังไม่เสีย เวลาฉันไม่สบายพ่อก็ดูแลอย่างนี้” หญิงสาวพูดออกมาเป็นภาษาไทย เพราะรู้ว่าเขาฟังรู้เรื่อง
“โธ่เอ๊ย... ทำเอาฉันตกใจหมด ขี้แยจริงๆ” ชายหนุ่มมีท่าทีหงุดหงิด แต่ทว่าอยู่ๆ ความสงสารมันก็ก่อตัวขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มร้องไห้หนักขึ้น
‘จะปลอบยังไงดี ไม่เคยปลอบใครซะด้วย’
นี่คือปัญหาของเขาในตอนนี้ เนื่องจากเธอร้องไห้สะอี้นหนักแถมยังนอนกอดผ้าห่มอย่างน่าสงสาร
ความเข้มแข็งที่เคยมีมาถูกพังทลายเพียงเพราะความคิดถึง ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ จัสตินถึงรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย ทั้งที่คนที่ร้องไห้ก็คือหญิงสาว ไม่ใช่ตัวเขา
อยู่ๆ ก็รู้สึกอย่างพูดปลอบใจให้หล่อนเลิกร้องไห้ และชายหนุ่มก็ไม่ใช่ผู้ชายปากแข็งเสียด้วยสิ เมื่อใจอยากจะพูดอะไรหรืออยากจะทำอะไร ถ้าทำได้เขาก็จะทำ
จัสตินไม่ได้พูดอะไรปลอบใจเธอเพราะไม่รู้จะพูดอะไร
หล่อนร้องไห้ออกมาเพราะความคิดถึงล้วนๆ ไม่ได้ร้องเพราะโดนทำร้ายหรือท้อแท้ต่อชะตาชีวิต ดังนั้นเมื่อพูดไม่ได้เขาจึงตัดสินใจปลอบใจหล่อนด้วยการกระทำแทน
มืออันแข็งแกร่งจับเธอลุกขึ้นนั่ง หญิงสาวได้แต่มองเขาอย่างงงๆ แต่ก็ต้องขยับตัวที่รู้สึกหนักอึ้งเพราะพิษไข้ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นจัสตินก็ทำสิ่งที่เธอไม่คาดคิด
ชายหนุ่มตะกองกอดเธออย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางลูบไล้ผมนุ่มสลวยเบาๆ จากที่กำลังตกตะลึงกับอ้อมกอดอ่อนโยน ตอนนี้หล่อนรับรู้ได้แล้วว่ามันคืออ้อมกอดจากการปลอบใจ
ช่างอบอุ่นและนุ่มนวลจนทำให้ใจดวงน้อยสั่นไหว กลิ่นกายหอมๆ ในแบบผู้ชาย อ้อมกอดที่อบอุ่นและอ่อนโยนทำให้ใจสาวน้อยเตลิดขึ้นมา รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้รู้สึกไม่ปกติ หัวใจเต้นแรงแถมยังรู้สึกหวิวๆ ด้วย
กระแสความอบอุ่นที่ถูกถ่ายทอดมาไม่เพียงแต่ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหว มันเป็นอ้อมกอดที่รับรู้ได้ว่าอบอุ่นและเป็นการกอดแบบปลอบใจแกมให้กำลังใจ
ดังนั้นมือบางจึงค่อยๆ สวมกอดตอบอย่างแผ่วเบา ก่อนจะซบหน้าลงที่อกแกร่งด้วยความรู้สึกหวามไหวระคนซึ้งใจ
‘ทำไมรู้สึกแปลกๆ อาจจะเพราะตกใจและซาบซึ้งแถมยังไม่เคยกอดกับผู้ชายล่ะมั้ง’
สาวน้อยคิดแบบนี้ทั้งที่อันที่จริงมันไม่ใช่อาการซาบซึ้งหรือตะลึงงันที่อยู่ๆ ก็ถูกกอดอย่างเดียว มันเป็นอาการตกหลุมรักด้วย!
ตกหลุมรักโดยไม่ทันตั้งตัว!
ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่เธอคนเดียวที่ได้รับทั้งความอบอุ่นและมีอาการสั่นไหวที่หัวใจ ทางฝ่ายคนกอดเองก็ด้วย...
“หยุดร้องแล้วกินยาเถอะ” ว่าแล้วก็ผลักเธอออกจากอ้อมกอดเบาๆ
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ว่าแล้วก็เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า จากนั้นทางชายหนุ่มก็รีบไปจัดยาให้เจ้าหล่อนด้วยหัวใจที่รู้สึกว้าวุ่นกว่าเดิมเสียอีก
‘เป็นคนใจดีจัง ไม่ใช่คนเลวร้ายเลยนี่นา อย่างน้อยเขาก็ไม่ใจร้ายกับเรา’ คิดในขณะที่จับผ้าชุบน้ำบนหน้าผากตนเองที่ชายหนุ่มเป็นคนวางไว้ พลันแตะมือลงไปที่บริเวณหัวใจ ซึ่งตอนนี้หัวใจของสาวน้อยก็ยังคงเต้นแรงอยู่
‘หยุดตื่นเต้นสักที’ บอกกับตัวเองเช่นนั้น แต่ว่าพอคิดถึงอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นเมื่อครู่ มันก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกเคอะเขินขึ้นมา
วันต่อมา
หญิงสาวยังไม่หายไข้แต่ก็รู้สึกดีขึ้นมาก และหล่อนคาดว่าพรุ่งนี้ก็คงจะหาย จะได้ไปเรียนและทำงานได้ ส่วนสาเหตุที่เมื่อคืนไข้ขึ้นก็อาจจะเป็นเพราะเธออาบน้ำนานเกินไปง
สำหรับคนไม่สบายครึ่งชั่วโมงที่ลงไปแช่น้ำเย็นๆ ก็ถือว่านาน ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งก็คงจะเป็นการที่จัสตินเปิดแอร์ในห้องเย็นเกินไป จนลืมคิดไปว่าคนที่นอนห้องเดียวกับเขากำลังป่วยอยู่