ขอบคุณ

1258 Words
“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ดีกว่าเมื่อคืน ขอบคุณนะคะ” “อืม” ตอบสั้นๆ ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ก่อนจะเดินไปทำอาหารในครัว หญิงสาวมองตามหลังเขาและยิ้มบางๆ จัสตินในตอนนี้กับในตอนแรกที่เธอเจอ ตอนที่เจอเขาวันแรกเธอกลัวมากเพราะว่าการทักทายของชายคนนี้มันช่างรุนแรงเหลือเกิน เขามาดักลวนลามเธอในที่เปลี่ยวๆ ส่วนตอนเจอครั้งที่สองก็เล่นเอาหล่อนแทบช็อค เพราะมารู้ว่าได้ทำของสำคัญที่มีราคาแพงมากกว่าชีวิตของเธอเสียหาย และแตกกระจายอย่างไม่มีวันต่อกลับคืนให้มีรูปร่างสวยเหมือนเดิมได้ แต่ทว่าเขาในวันนี้กลับดูเป็นคนที่แม้จะดูเฉยชาในทุกเวลา ทว่าลึกๆ กลับดูเป็นคนใจดีและอบอุ่นมากๆ หญิงสาวสัมผัสได้จากการกระทำของเขาในเมื่อคืน หญิงสาวได้แต่คิดและอมยิ้มไป ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่หล่อนคิดถึงเรื่องความใจดีของจัสติน มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เขากำลังเดินมาทางนี้ “ไปล้างหน้าล้างตาไป จะได้กินอาหารเช้า” “ค่ะๆ” ว่าแล้วก็หุบยิ้มลงทันที โดยที่ไม่รู้ว่า รอยยิ้มนี้ได้ทำให้คนที่ไล่ให้หล่อนไปอาบน้ำเกิดความรู้สึกหัวใจสั่นไหวอีกแล้ว ‘ยิ้มน่ารักจัง’ คิดเช่นนั้นในใจ ‘แต่ทำไมใจฉันต้องเต้นแรงด้วย ยัยตัวอันตรายนี่สร้างความสับสนอีกแล้ว’ ต่อว่ายัยตัวอันตรายในใจ อยากจะรู้เหลือเกินว่าทำไมตัวเองถึงต้องเกิดอาการประหลาดแบบนี้กับผู้หญิงคนนี้คนเดียว แต่ก็ไม่สามารถรู้ได้ ซึ่งจัสตินก็ได้คิดไว้แล้วว่าบางทีเขาคงต้องให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์และหาคำตอบ เพราะนี่มันคือเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ ไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บหรือปรากฏการณ์แปลกประหลาดแต่อย่างใด เมื่อยังหาคำตอบด้วยตัวเองไม่ได้ ก็คงต้องขอให้เวลาเป็นตัวช่วยก็แล้วกัน... หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ คนป่วยที่อาการดีขึ้นมากก็มาดูพ่อครัวทำอาหารเช้า เผื่อจะได้ช่วยเขาหยิบจับอะไรได้บ้าง จะรอกินอย่างเดียวก็เกรงใจ “มายืนทำอะไรตรงนี้ ไปรอกินเถอะไป เดี๋ยวก็เป็นลมเอาหรอก” เจ้าของห้องที่ตอนนี้กำลังทำหน้าที่พ่อครัวเอ่ยปากไล่คนที่มายืนหน้านิ่งอยู่ข้างๆ “ฉันดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ คุณมีอะไรให้ฉันช่วยหยิบจับมั้ย ถ้าช่วยได้ฉันก็อยากช่วย” ถามเขาด้วยสีหน้าซื่อๆ “ไม่มี ไปนั่งรอเถอะ” ตอบด้วยท่าทีนิ่งๆ เหมือนทุกครั้ง “ก็ได้ค่ะ” ว่าแล้วก็เดินคอตกไปนั่งที่โต๊ะทานอาหาร ทางด้านพ่อครัวหน้านิ่งพอเห็นเช่นนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ เขารู้สึกขำๆ กับท่าทางของเธอ คนป่วยส่วนใหญ่ก็มีแต่ขี้อ้อนกับขี้เกียจกันเท่านั้น เห็นทีจะมีเธอคนนี้คนเดียวที่ยังขยันทั้งที่ป่วย จัสตินได้แต่ส่ายหัวไปมาแล้วยิ้มอยู่คนเดียว เพราะความแปลกของเจ้าหล่อนทำให้เขาอยู่นิ่งๆ ไม่ได้จริงๆ แต่ในขณะที่กำลังทอดไส้กรอก “โอ๊ย!” เพราะความผิดพลาดทางเทคนิค น้ำมันจึงกระเด็นใส่บริเวณหลังมือเขา “เป็นอะไรคะ” แม่คนป่วยเดินเข้ามาถาม ก่อนจะตกใจเมื่อรู้ว่าเขาถูกน้ำมันลวก “หยุดก่อนนะคะ ประคบเย็นก่อนแผลจะได้ไม่อักเสบ” “ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เอง” พูดไปทั้งที่ยังรู้สึกเจ็บมาก หญิงสาวไม่สนใจ เธอปิดแก๊ส ก่อนที่จะพาร่างสูงไปนั่งที่โต๊ะทานอาหารอย่างบังคับ ทางคนตัวใหญ่เองก็จำต้องทำตามใจหล่อน เพราะจริงๆ แล้วก็รู้สึกเจ็บมากเช่นกัน ใช้เวลาหาของไม่ถึง 2 นาที หล่อนก็เดินกลับมา “ไปล้างน้ำก่อนนะคะ” ว่าแล้วก็จูงกึ่งลากเขามาที่อ่างล้างจานพร้อมกับลงมือล้างมือให้เขาอย่างอ่อนโยน การกระทำของเธออยู่ในสายตาเขาทุกอย่าง มือนุ่มๆ ที่บรรจงล้างมือให้เขา แววตาอ่อนโยนระคนกังวนที่มองมาที่แผล ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกวาบหวามอีกแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน ทั้งที่ก็ถูกเนื้อต้องตัวผู้หญิงมามาก แต่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเคยทำให้มีความรู้สึกแปลกใหม่แบบนี้เลย ทั้งที่นอนด้วยกัน ร่วมรักร่วมสวาทด้วยกันทั้งคืน พวกหล่อนเหล่านั้นยังไม่เคยทำให้เกิดความรู้สึกเช่นนี้ แตกต่างกับเธอที่แค่เพียงจับมือ มองตาและยิ้มให้ ความรู้สึกประหลาดๆ มันก็เกิดขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องลึกซึ้งหรือหลับนอนด้วยกัน “โชคดีนะคะที่แผลไม่ใหญ่และโดนที่หลังมือ ถ้าโดนที่หน้ามือนี่ปัญหาใหญ่เลยนะ” ว่าแล้วก็ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดมือให้เขาอย่างนุ่มนวล การกระทำอันอ่อนโยนของคนตรงหน้าไม่ได้เพียงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกวาบหวามและใจสั่นอย่างเดียว มันยังทำให้เขาคิดถึงพ่อแม่และพี่สาวด้วย ตอนที่ยังเด็กๆ เวลาเขาเจ็บไข้ได้ป่วยและเจ็บตัวทีไรก็มีแต่พ่อแม่และพี่สาวที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด แต่พอโตขึ้นมาแล้วได้ออกมาใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกบ้าน เวลาไม่สบายหรือบาดเจ็บเขาก็ต้องไปให้หมอรักษาหรือไม่ก็ต้องดูแลตัวเองตลอด ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ได้รับความดูแลอย่างอ่อนโยนจากคนนอกครอบครัว ซ้ำยังพ่วงด้วยตำแหน่งลูกหนี้สิบห้าล้านบาท “ไปประคบเย็นกันค่ะ” เดินจูงมือพาเขาไปนั่งที่โต๊ะเช่นเดิม ก่อนจะเริ่มลงมือนำน้ำแข็งก้อนไปห่อไว้ในผ้าขนหนูผืนเล็ก และค่อยๆ กดเบาๆ ที่แผล “เจ็บมั้ยค่ะ” “นิดหน่อย” ตอบในขณะที่ลอบมองหน้าตาที่น่ารักน่าเอ็นดูของเจ้าหล่อนไปด้วย ผู้หญิงคนนี้เป็นคนปากนิดจมูกหน่อย แต่ดวงตาสีดำสนิทนั้นสวยหวานมาก ดังนั้นจะเรียกว่าน่ารักหรือสวยก็ได้ แต่สำหรับจัสตินแล้ว เขาคิดว่าหน้าตาของหล่อนนั้นออกไปทางน่ารักมากกว่า ในขณะที่แก๊งเพื่อนของเขามองว่าเธอสวย “มือเธอสากจัง” คนมือนุ่มอดพูดขึ้นไม่ได้ เพราะพอได้สัมผัสมือน้อยๆ นี้ เขาไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวอย่างเดียว ซ้ำยังรู้สึกได้ถึงความสากของมัน “คงจะเป็นเพราะฉันทั้งทำงานทั้งเรียนน่ะค่ะ มันเลยไม่นุ่มนิ่มเหมือนมือคุณ” ตอบพร้อมรอยยิ้มสวยๆ ทำเอาใจจัสตินไม่ดีอีกตามเคย หน้านิ่งๆ ของผู้หญิงคนนี้ทำไมเวลามีรอยยิ้มขึ้นมามันถึงได้สวย และทำให้รู้สึกว่าสิ่งรอบข้างสดใสขึ้นมา ปกติจิรัชญาไม่ใช่คนหน้านิ่งเหมือนที่คนอื่นๆ ที่ไม่สนิทกับเธอคิด เพราะคนเหล่านั้นไม่ได้สนิทหรือเป็นคนที่เธอมีความรู้สึกดีๆ ด้วย จึงได้เห็นเธอแต่ในมุมนิ่งๆ ขรึมๆ แต่ถ้าหากได้สนิทหรือคุยกับเธอเยอะขึ้น ก็จะรู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงที่ดูสุขุมนุ่มลึกคนนี้ ถึงจะพูดน้อยแต่ก็ยิ้มเก่งมาก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD