ดูแล

1270 Words
การอาบน้ำสำหรับเธอมันคือการผ่อนคลาย เป็นเพราะชีวิตที่พลิกผันหลังจากบิดาเสียชีวิต มันทำให้หญิงสาวต้องเร่งรีบจนเวลาอาบน้ำก็ต้องลดน้อยลง “สบายจัง” พูดขึ้นในขณะที่นอนแช่ในอ่างอาบน้ำขนาดกว้าง ‘อิจฉาพวกคนรวยจริงๆ’ หล่อนยังคงคิดแบบนี้ทุกครั้ง อิจฉาจัสตินจริง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอิจฉาในวาสนาของเขา ผ่านไปครึ่งชั่วโมง หญิงสาวแต่งตัวออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าแจ่มใสถึงจะยังรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่นัก แต่การที่ได้อาบน้ำนานกว่าที่เคยอาบในทุกๆ วัน มันทำให้หล่อนรู้สึกดีมากๆ เลยทีเดียว ด้านชายหนุ่มก็กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะทำงาน ซึ่งตั้งอยู่ข้างๆ เตียงนอนของเขา ติ๊ดๆ เสียงเรียกเข้าจากมือถือของจิรัชญาดังขึ้น ‘แม่’ เมื่อเห็นว่าใครโทรมารอยยิ้มแห่งความสุขก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามของเธอ “จ้ะแม่” น้ำเสียงที่เคยเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่ฟังดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที “แม่กินข้าวรึยังจ๊ะ หนูรักแม่นะ คิดถึงจัง” และก็แน่นอนว่าจัสตินได้ยินทั้งหมด นั่นก็เป็นเพราะว่าเขากำลังแอบมองหล่อนอยู่นั่นเอง อันที่จริงหญิงสาวก็ไม่ได้พูดเสียงดังมาก แต่อยู่ๆ ความอยากรู้อยากเห็นของเขามันก็โผล่ขึ้นมาเสียดื้อๆ ทั้งที่ปกติเจ้าตัวไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านเลย แต่ทำไมเขาถึงอยากรู้ว่าเธอกำลังทำอะไรและพูดอยู่กับใคร นี่ก็เป็นอาการที่เจ้าตัวเรียกว่า ‘อาการประหลาด’ ที่เกิดขึ้นมาอีกอย่าง ‘ต่อไปจะเป็นอาการอะไรว่ะ’ ถามตัวเองในใจ เพราะไม่เคยดูหนังรัก ไม่ใฝ่ในเรื่องความรัก ไม่คิดจะมีความรักหรือมีแฟน เขาคิดแต่เพียงว่าเป้าหมายของเขาก็คือการรีบเรียนให้จบเร็วๆ จะได้ช่วยแบ่งเบาเรื่องงานของคุณพ่อได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะเชี่ยวชาญมากในเรื่องเซ็กส์เพราะมันเป็นการบำบัดความใคร่ของอาการที่เกิดกับคนเป็นโรคคลั่งเซ็กส์อย่างเขา กลับกันกับในเรื่องความรัก ชายหนุ่มไม่ประสาในเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย แต่ว่าอานุภาพของความรักนั้นรุนแรงนัก ถึงอย่างไรซะ สักวันเจ้าตัวก็จะรู้ด้วยตัวเอง จิรัชญาพดคุยกับมารดาด้วยท่าทีสบายใจ คนที่แอบมองอยู่ยังสัมผัสได้ว่าน้ำเสียงของเธอดูมีความสุขมากเมื่อได้พูดคุยผ่านมือถือกับบุพการี “เอ่อ... แม่จ๊ะ หนูมีเรื่องจะคุยกับแม่ด้วยนะ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องดีนัก และหนูก็ไม่อยากจะทำ” น้ำเสียงของหล่อนฟังดูเศร้าหมองลงทันตา หญิงสาวเล่าเรื่องอาการป่วยของเธอให้ท่านฟังรวมถึงเรื่องที่จะทำงานน้อยลง ซึ่งก็เป็นเพราะอาการป่วยของเธอนั่นเอง หล่อนเป็นโรคกระเพาะ แถมร่างกายยังอ่อนล้าเพราะทานน้อยและพักผ่อนน้อย ซึ่งโรคกระเพาะนั้นก็เป็นที่รู้ๆ กันดีว่ามันไม่มีทางหายขาด ถ้าเธอยังทำงานหนักและเรียนหนักจนไม่มีเวลาทานอาหาร อาการปวดท้องมันจะโจมตีหล่อนทันที แถมตอนนี้ร่างกายหญิงสาวก็ค่อนข้างจะอ่อนแรงเพราะยังมีไข้อยู่ ตามจริงหญิงสาวไม่ได้ใส่ใจอะไรกับอาการป่วยพวกนี้นัก เจ้าตัวไม่อยากจะรับงานน้อยลงเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็จำเป็นต้องทำตามและอธิบายให้มารดาเข้าใจถึงเหตุผลที่จะรับงานน้อยลง เธอก็ได้บอกไปว่าแค่ป่วยเท่านั้น ยังไงซะหญิงสาวก็จะไม่บอกอีกเหตุผลหนึ่งให้ท่านฟังเด็ดขาด ไม่มีวันที่จะให้คนทางบ้านมานั่งไม่สบายใจในเรื่องที่เธอเป็นหนี้สิบห้าล้านบาทแน่ ‘โธ่ลูก...ไม่เป็นไรนะลูกรัก หนูไม่ต้องทำโอที เงินที่ลูกส่งมามันก็พอกิน พอใช้หนี้จนเหลือเฟือแล้ว ต่อไปไม่ต้องทำงานหนักขนาดนั้นแล้วนะลูก ทำตามกำลังของหนูก็พอ ได้เงินเยอะใครๆ ก็ดีใจ แต่เราพอกินจนเหลือเฟือแล้ว พักผ่อนเถอะลูก ยังเจ็บมากมั้ย กินยาให้ตรงเวลา หิวเมื่อไหร่ก็กิน อย่าฝืนตัวเอง แม่ขอโทษที่เป็นแค่ผู้หญิงจนๆ คนหนึ่งที่ไม่สามารถเลี้ยงดูหนูกับน้องให้สบายได้ ขอโทษที่ทำให้ลูกทำงานหนักจนป่วย’ น้ำเสียงของคุณแม่สั่นเครือจากการร้องไห้ อันที่จริงลูกท่านไม่จำเป็นต้องทำโอที เงินเดือนที่ส่งมาให้ท่านกับลูกสาวพอกินจนเหลือเฟือแล้ว แต่เป็นเพราะอยากให้แม่และน้องสบายมากๆ ลูกสาวคนนี้ผู้มีความอดทนและไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตาและความจน จึงอยากจะทำงานหนักและเรียนหนักเพื่อให้คนทางนั้นได้อยู่สบาย “ฮีก...แม่อย่าร้องสิ หนูดีใจที่ได้เกิดเป็นลูกแม่ ถึงเราจะจน เราจะขาดพ่อไป แต่ครอบครัวเล็กๆ จนๆ ของเรามันก็อบอุ่นและมีความสุขมากเวลาที่อยู่พร้อมหน้า” จิรัชญาและนัยเนตร น้องสาวของเธอเกิดมาพร้อมกับความจน แต่ก็ไม่เคยอดอยากและได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไป นั่นก็เป็นเพราะการทำงานหนักในชนิดที่ว่าสายตัวแทบขาดของพ่อกับแม่ และบางครั้งยามที่ทางบ้านขัดสน พวกท่านก็ต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบมา เพื่อจุนเจือครอบครัวให้อยู่รอดและไม่อดอยาก เพราะแบบนี้เองจิรัชญาจึงเติบโตมาเป็นคนที่เข้มแข็งและสู้ชีวิต ทางด้านคนแอบฟังพอได้ยินเสียงร้องเจือสะอื้นของเธอ มันก็ทำให้เขาเกิดอาการหวิวๆ ที่ใจอย่างบอกไม่ถูก และเริ่มเกิดความสงสารขึ้นมา ‘ฉันจะทำยังไงกับเธอดีนะจิรัชญา อยู่ๆ มาทำให้ฉันสงสารทำไม’ พูดในใจ ในขณะที่เห็นแผ่นหลังบอบบางกำลังสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น และเขาก็ไม่ได้ทำอะไร ได้แต่ยืนแอบมองเธอจากทางด้านหลัง ‘จะสนทำไมกับอีแค่นางบำเรอ นางบำเรอที่ติดหนี้’ คิดเช่นนั้น ทำนองว่าเตือนสติตัวเองว่าไม่ควรจะสนใจ ทว่าถึงจะเตือนตัวเองอย่างไร ขาของชายหนุ่มมันก็ไม่ได้ขยับไปไหนเลย เจ้าตัวยังคงยืนอยู่ที่เดิมและไม่ขยับไปไหนยืนมองอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งหล่อนวางสายโทรศัพท์และหยุดร้องไห้ เมื่อยังหาคำตอบไม่ได้ จัสตินจึงทำเป็นไม่ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมอยู่ๆ ถึงต้องทำอะไรแบบนี้ ชายหนุ่มเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะทำการบ้านต่อด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นกับตัวเขา เป็นความรู้สึกที่ยังคงหาคำตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร กลางดึกของคืนนั้น จิรัชญาเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำเพราะยังมีอาการจับไข้อยู่เล็กน้อย หล่อนเลยหลับลงไปอย่างง่ายดาย ด้านจัสตินเองยังไม่ได้นอน เพราะปกติเป็นคนนอนดึกอยู่แล้ว จึงหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเกมส์จนกว่าตัวเองจะง่วง พลันอยู่ๆ ก็รู้สึกคอแห้งขึ้นมาจึงจะเดินไปดื่มน้ำที่ตู้เย็น ทว่าพอเดินผ่านที่โซฟาซึ่งเป็นที่นอนของจิรัชญา เขาก็สังเกตได้ว่าเธอกำลังหนาวสั่น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD