เพราะถึงจะมีจิตสำนึกที่ดีขนาดไหน แต่ถ้าโดนคนตรงหน้ายั่วยวน ยังไงซะ เขาก็ไม่มีทางควบคุมตัวเองได้แน่นอน เพราะมีความปรารถนาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
เพิ่มเติมด้วยโรคที่เป็นอยู่ด้วย ยังไงซะก็ไม่รอด ในกรณีแบบนี้ชายหนุ่มจะปฏิเสธเพศตรงข้ามได้เฉพาะตอนที่เขาไม่มีอารมณ์ร่วมกับพวกหล่อนเท่านั้น
‘ไปดีกว่า’ คิดแล้วก็ทำใจเดินออกไป
ขนาดเธอไม่เปลื้องผ้าเขายังมีอารมณ์มากมายขนาดนี้ แล้วถ้าหล่อนยืนเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้าล่ะ เขาเชื่อว่าจิตสำนึกด้านดีมันต้องหายไปแน่นอน และความหื่นกระหายก็จะเข้ามาแทนที่ เขาเป็นผู้ชายนะมีอารมณ์ใคร่อยู่ในตัวอยู่แล้ว แถมพ่วงด้วยโรคนิมโฟมาเนีย ซึ่งแน่นนอนว่าไม่มีทางทนไหว
เวลาต่อมา
ตอนนี้จัสตินกำลังใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดห้องอยู่ ปกติเขามักจะจ้างแม่บ้านของที่นี่ แต่เพราะวันนี้ว่างๆ การบ้านก็ไม่มี เขาจึงอยากจะทำด้วยตัวเอง จนถึงตอนนี้จัสตินก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเขาถึงอยากจะกลับมาอยู่ที่นี่ทั้งที่ก็รู้ว่าไม่มีอะไรให้ทำ
แล้วเขาจะกลับมาทำไม...
ตอนนี้เจ้าตัวก็ยังคงไม่รู้ตัว รู้เพียงแต่ว่าอยากกลับมา แล้วก็รอคอยเวลาที่จะกลับมา
เพราะนอนหลับจนอิ่มแล้วก็ได้เวลาที่จิรัชญาจะตื่นสักที
“อื้อ...หลับสบายจังเลย” พูดขึ้นเบาๆ ก่อนจะขยี้ตาขับไล่ความงัวเงียออกไป
“ตื่นแล้วเหรอ” ชายหนุ่มที่กำลังเพลิดเพลินกับการทำความสะอาดห้องพูดขึ้น
“คะ...ค่ะ คุณกลับมาแล้วเหรอคะ”
รู้สึกตกใจเล็กน้อยเมื่อตื่นมาแล้วเห็นเจ้าของห้อง หนำซ้ำเขากำลังทำความสะอาดห้องอยู่ด้วย
“ใช่ แล้วเธอล่ะ เป็นไง หายปวดท้องหรือยัง”
“ฉันดีขึ้นแล้วค่ะ หายปวดท้องแล้ว”
“ก็ดี ถ้าพรุ่งนี้แน่ใจว่าหายแล้วก็ไปเรียนและไปทำงานได้ แต่ถ้ายังก็หยุดไว้ก่อน เข้าใจมั้ย” พูดแกมบังคับ
“ค่ะๆ” รับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้และไม่มีสิทธิ์เลี่ยง
“จะไปไหนน่ะ” เมื่อเห็นว่าร่างเล็กลุกขึ้นยืน เขาจึงถามขึ้น
“ไปเข้าห้องน้ำค่ะ”
“เดี๋ยวก่อน” หญิงสาวหยุดยืนอยู่กับที่ทันที
“คะ”
ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เธอได้ถามอะไรก็เดินเข้ามาประชิดตัว และดึงดวงหน้าสวยเข้ามา ก่อนจะบดจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจเหมือนเช่นทุกครั้ง
เรียกได้ว่าเป็นการจูบที่เอาแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียว เพราะอีกฝ่ายกำลังเจ็บ ไม่ได้มีความสุขหรือเพลิดเพลินในรสจูบของเขาเลยสักนิด
‘อีกแล้ว เอาแต่ใจอีกแล้ว’
ได้แต่บ่นอยู่ในใจด้วยสีหน้าเหยเก
‘หวานชะมัด จะจูบให้ปากช้ำเลย’ เขาคิดแล้วก็ตักตวงรสจูบอย่างดิบเถื่อนเช่นเคย
ไม่มีคำว่าอ่อนโยนในเรื่องเซ็กส์ และเรื่องการปรนเปรอสำหรับจัสตินจริงๆ
เวลาต่อมา
จิรัชญาไม่รู้สึกเคยชินกันการนั่งอยู่เฉยๆ เลยสักนิด เพราะตั้งแต่โตมาชีวิตของหล่อนก็ยุ่งทั้งเรื่องเรียนและงานทุกวัน นานๆ ทีถึงจะได้นั่งๆ นอนๆ อยู่เฉยๆ แบบนี้
ตอนนี้หล่อนกำลังนั่งดูผู้ชายหน้าหล่อ แต่ป่าเถื่อนที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ อันที่จริงงานนี้หล่อนควรจะทำ แต่เพราะร่างกายมันไม่อำนวยจึงได้แต่นั่งดูเขาทำความสะอาดห้อง
ตู๊ดๆๆ
เสียงเรียกเข้าจากมือถือยี่ห้อดังของจัสตินดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะกดรับสายทันที
“ครับแม่ ว่าไงครับ” เขาพูดภาษาไทยกับครอบครัวตามปกติ แต่คนที่นั่งฟังกำลังอึ้ง
จัสตินหน้าฝรั่งขนาดนั้นทำไมพูดภาษาไทยได้ชัดเจนมาก แถมดูเหมือนกำลังคุยกับแม่
‘หรือว่าจะเป็นลูกครึ่ง เอ๊ะ...แล้วทำไมไม่เห็นบอกเราบ้าง ทำไมไม่พูดไทยกับเรา’ ได้แต่พูดในใจแบบนั้น แต่ก็นึกเคืองเขาอยู่เล็กๆ ที่ไม่ยอมพูดไทยกับเธอ ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าเธอเป็นคนไทย
“ได้ครับ ผมต้องไปอยู่แล้ว ครับๆ รักแม่นะครับ ตอนนี้ผมทำความสะอาดห้องอยู่ ไว้เสร็จแล้วจะโทรไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่นะครับ” พูดจบแล้วก็กดวางสาย ก่อนจะหันมามองจิรัชญา ซึ่งทางเธอเองก็กำลังอึ้งจนเห็นได้ชัด และทางชายหนุ่มก็พอจะเดาได้ว่าเธอกำลังอึ้งเรื่องอะไร
“คุณพูดไทยได้...”
“อืม”
“คุณแม่คุณเป็นคนไทยหรือคะ คุณเองก็คงจะเป็นลูกครึ่ง” ถามเขาเช่นนั้น
“ไม่เชิงว่าลูกครึ่ง ลูกเสี่ยวน่ะ พ่อเป็นลูกครึ่งไทยกับอเมริกัน แม่ฉันเป็นคนไทยแท้” ตอบตามความจริง
‘มีเชื้อชาติไทยด้วย แต่ทำไมรูปร่างหน้าตานี่ยังกับคนอเมริกันแท้ๆ เลย’
“แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกล่ะค่ะ ว่าพูดไทยได้ ฉันจะได้พูดไทยกับคุณ”
“เรื่องของฉันน่ะ” ตอบแบบเย็นชาตามนิสัย เล่นเอาหล่อนหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจอะไรมาก ดังนั้นเธอจึงเล่นเกมส์ในมือถือเพื่อแก้เบื่อ
ทางชายหนุ่มเองก็กำลังจ้องมองมาที่เธอเช่นกัน ทว่าพอมองไปที่หน้าจอมือถือนั้นแล้วเขาก็พบว่าหน้าจอมันแตกเยอะมากพอสมควร จนเขาเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมเจ้าของๆ มันยังใช้ได้อยู่
แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดห้องต่อ ทว่าใจของเขามันกลับไม่นิ่ง...
‘คงจะรักครอบครัวมากจริงๆ ทำงานได้เงินตั้งเยอะแยะแต่กลับส่งให้แม่ ให้น้องหมด ไม่หัดซื้ออะไรให้ตัวเองซะบ้าง’ ได้แต่คิดเช่นนั้นด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจผู้หญิงตรงหน้าเลยสักนิด
เงินเดือนของเธอก็ไม่ได้น้อยอะไรมาก ถึงจะเป็นแค่อาชีพเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหาร แต่เขาก็เคยได้ยินมาว่าร้านอาหารของอมริกาให้เงินเดือนพนักงานเยอะกว่าร้านอาหารของบางประเทศเสียอีก
เวลาต่อมา
หลังจากอาบน้ำเสร็จจัสตินก็อออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูสีขาวผืนไม่ใหญ่มากพันปิดไว้แค่ที่ช่วงล่าง ส่วนช่วงบนนั้นเปลือยเปล่าเดินผ่านหน้าเธอไปแต่งตัวโดยไม่เกรงใจเพื่อนร่วมห้อง
ร่างกำยำล่ำสันของชายหนุ่มทำเอาเธอผงะไปชั่วครู่ แต่เพราะตนไม่ใช่ผู้หญิงประเภทคลั่งซิกแพคผู้ชาย ดังนั้นจึงทำใจให้ไม่สั่นไหวได้
ถึงจะรู้สึกเขินๆ นิดหน่อย แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่หล่อนได้เห็นมัน พอคิดไปถึงตอนที่เกือบจะเสียสาวให้กับชายหนุ่มในห้องน้ำ ความหวาดกลัวก็เริ่มเข้ามาเกาะกุม แต่พอคิดว่าถึงจะกลัว สักวันตนก็จะต้องเสียตัวอยู่ดี มันจึงพาให้รู้สึกหดหู่ไปด้วย
“ไปอาบน้ำสิ จะได้นอน” เสียงพูดของจัสตินดังขึ้น
“ค่ะๆ” หญิงสาวหลุดออกจากความหดหู่ทันที ก่อนจะไปเตรียมตัวอาบน้ำอย่างที่เขาบอก
‘เอ...วันนี้ฉันไม่จำเป็นต้องรีบอาบนี่นา ถ้างั้นของอาบนานๆ เลยนะ’
ใจที่หดหู่ก่อนหน้านี้เริ่มรู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยวันนี้ก็ยังมีเรื่องดีเรื่องหนึ่ง หล่อนจะได้นอนแช่ในอ่างอาบน้ำนานๆ อย่างที่เคยฝันไว้
สีหน้าซีดๆ ของคนป่วยเริ่มมีแววตาแห่งความร่าเริงปรากฏขึ้น ถึงการอาบน้ำในความคิดของคนอื่นมันจะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทุกๆ คนควรจะทำทุกวัน ทว่าสำหรับหล่อนนั้นมันเป็นเรื่องที่หญิงสาวชอบมาก