ณ ร้านอาหารยอดฮิตที่จิรัชญาทำงานอยู่
“ถาดนี้ของโต๊ะสิบนะจ๊ะ ส่วนน้ำมะนาวนี่ขอโต๊ะห้า”
“ค่ะๆ” ว่าแล้วเด็กสาวก็นำของไปเสิร์ฟ
เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดลูกค้าจึงลดไป 30% เพราะร้านนี้เป็นร้านเจ้าโปรดของเหล่านักศึกษาและพนักงานตามบริษัท เพราะฉะนั้นพอเป็นวันหยุดลูกค้าจึงลดน้อยลง
ทางร้านอาจจะเสียกำไรไปเล็กน้อยแต่ไม่ใช่กับพวกพนักงาน เพราะมันทำให้พวกเขาได้มีเวลานั่งพักผ่อนบ้าง
“ทำไมวันนี้เลิกเย็นล่ะ เจนนี้” ผู้จัดการร้านเอ่ยถามเพราะปกติลูกจ้างคนนี้ทนงานและขยันมาก ตั้งแต่ทำงานมายังไม่เคยลาหยุดเลยสักวัน
“หนูมีการบ้านที่ต้องทำน่ะค่ะ”
“อ๋อ...ดีแล้วล่ะ ตั้งแต่ทำงานมาเธอไม่เคยพักเลย ถือว่าทำการบ้านและพักผ่อนไปในตัวเลยก็แล้วกัน”
“ค่ะ”
ไม่อยากจะโกหกเลยสักนิด แต่จะให้ตอบว่ารีบกลับไปบำเรอกามให้เจ้าหนี้มันก็ไม่ได้
เพราะว่าที่นี่เป็นรัฐที่ล้อมรอบไปด้วยทะเลและแสงแดดอุ่นๆ ดังนั้นพอมีเวลาว่างผู้คนก็จะนิยมมาทำกิจกรรมสนุกๆ ที่ริมชายหาดกัน
เช่นเดียวกับจัสตินที่มาผ่อนคลายด้วยการเล่นเซิฟบอร์ด โดยมีเดวิดหนึ่งในเพื่อนรักของเขาที่กำลังนอนอาบแดดอยู่บนเตียงผ้าใบอย่างสบายอารมณ์
“เหนื่อยจัง ไปหาอะไรกินกันเถอะ” จัสตินพูดขึ้นเมื่อเดินถือเซิฟบอร์ดเข้ามาหาเพื่อนด้วยความเหนื่อย
“ฉันสั่งไก่ทอดไว้แล้ว อีกสักพักเขาคงมาส่ง”
“อืม...ก็ได้” ว่าแล้วชายหนุ่มก็กระกดน้ำเปล่าดื่ม
แต่ทั้งที่เป็นการดื่มน้ำแบบธรรมดาแท้ๆ แต่เพราะตอนนี้ในตัวเขามีแค่กางเกงไว้น้ำขายาวประมาณหวเข่าแค่ตัวเดียว ดังนั้นมันจึงทำให้ทุกคนในที่นี้มองเห็นสัดส่วนของจัสตินได้ชัด
แผงอกและสันกล้ามล่ำๆ ของเขา ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ในระแวกนั้นมองกันจนตาหวานเยิ้ม
“ไก่มาแล้วค่ะ คุณเดวิด...”
นอกจากจิรัชญาจะทำงานในร้านแล้ว เวลาที่คนในร้านไม่ว่างคนที่ขับมอเตอร์ไซค์เป็นอย่างหล่อนก็ต้องมาทำหน้าที่ส่งไก่ทอดนอกสถานที่ด้วย
และพอต้องมาเจอเจ้าหนี้ในขณะปฏิบัติงานก็ทำเอาทั้งเธอและเขาตกใจมากพอๆ กัน โดยเฉพาะจัสติน เขาเกือบจะสำลักน้ำ
“อ้าว... คุณเจนนี่ วันหยุดยังทำงานอีกหรือครับ”
“ค่ะ” ว่าแล้วก็ส่งไก่ทอดให้เดวิด ก่อนจะรับเงินมา
เธอและจัสตินต่างก็มองหน้ากัน แต่ก็ไม่มีใครเป็นฝ่ายทักก่อน เพราะถ้าหากเพื่อนของชายหนุ่มรู้เรื่องของเขาและเธอ มันก็คงจะไม่ดีนัก จะบอกว่ารู้จักหล่อนเพราะหล่อนเป็นนางบำเรอที่มาใช้หนี้มันก็คงจะเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่น่าพูดถึงสักเท่าไหร่
“ไปแล้วนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ”
เสร็จแล้วก็รีบวิ่งออกไปอย่างเร็ว ต่างคนต่างก็รู้สึกตกใจจนใจเต้นแรงกันเลยทีเดียว
‘เห็นหน้าโดยบังเอิญก็จำเป็นจะต้องใจเต้นด้วยเหรอเนี่ย’ หนุ่มหล่อถามตัวเองดังนั้น ยิ่งรู้สึกใจเต้นมันก็เกิดทำให้เขานึกสงสัยความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมา
‘เป็นบ้าอะไรยัยเจนนี่ หัวใจแกเต้นแรงทำไม’ ยกมือทาบที่อกพร้อมกับบ่นตัวเองในใจ
เวลาต่อมา
ที่ร้านอาหาร
“เจนนี่ครับมื้อนี้จะทานอะไร พี่กับวิลเลียมจะไปซื้ออาหารกลางวัน” พนักงานหนุ่มถามขึ้นพลางกำลังจดเมนูอาหารกลางวันที่เพื่อนๆ พนักงานฝากซื้อ
“ไม่เป็นไรค่ะ วันหนูมีแซนวิชแล้ว” ว่าแล้วก็ยกกล่องใส่อาหารที่มีแซนวิชหนึ่งชิ้นขึ้น เพราะอีกชิ้นเธอทานไปตั้งแต่เช้าแล้ว
“อ่อจ้า วันนี้ทำมาทานเองเหรอเนี่ย” ชายหนุ่มพูดด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเดินออกไปซื้ออาหารราคาถูกที่ร้านอื่นกับเพื่อนๆ
‘ก็ใจดีเหมือนกันนี่นา ถึงจะดิบๆ เถื่อนๆ ชอบใช้ความรุนแรงก็เถอะ’ คิดก่อนจะอมยิ้มและหยิบแซนวิชขึ้นมาทาน
และแล้วก็ได้เวลาที่สาวน้อยจิรัชญาเลิกงาน เธอใช้การเดินกลับเหมือนเดิม เพราะไม่ใช่เมืองหลวง รัฐนี้เลยไม่ค่อยมีผู้คนเดินกันตามถนนเยอะมาก
มันสะดวกที่เธอจะเดินไปและคุยแชทกับน้องสาวตัวเองที่อยู่ประเทศไทยด้วยความคิดถึง น้องสาวของเธอเพิ่งจะไปฟังผลสอบและผลก็ออกมาว่าน้องได้ที่หนึ่ง ทำเอาเธอและคุณแม่ปลื้มใจมาก หญิงสาวเองก็เช่นกัน หล่อนภูมิใจในตัวน้องสาวตัวน้อยจนยิ้มไม่หุบ
แต่ในขณะนั้น...
“โอ๊ย...ปะ...ปวดท้อง” อยู่ๆ หล่อนก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมาอย่างฉับพลัน และปวดมากจนเข่าทรุด ก่อนจะเป็นลมไปในที่สุด
“อ้าว... คุณเป็นอะไรไปคะ” แต่ยังโชคดีที่พลเมืองดีผ่านเข้ามาเห็น เขาจึงช่วยโทรเรียกรถพยาบาลมาให้
ที่ด้านจัสติน หลังจากที่แยกจากหนึ่งในเพื่อนรักอย่างเดวิด ชายหนุ่มก็กลับมานั่งดูหนังฟังเพลงและอ่านหนังสือที่ห้อง
และในระหว่างที่เจ้าตัวกำลังมีสมาธิอยู่กับการอ่านหนังสือ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูก็ดังขึ้น
“ฮัลโหลครับ...”
‘สวัสดีค่ะ โทรมาจากโรงพยาบาล...นะคะ ไม่ทราบว่านี่ใช่เบอร์ญาติของคุณ จิรัชญา นวสิน รึเปล่าคะ พอดีว่าเราเห็นเบอร์คุณเป็นเบอร์ล่าสุดที่โทรมาหาคุณนวสิน’
จัสตินหยุดนิ่งเพียงชั่วครู่ ก่อนจะนึกได้ว่านี่คือชื่อของนางบำเรอของเขา แล้วหล่อนไปทำอะไรที่โรงพยาบาล
“อ่า... ครับ แล้วเธอไปทำอะไรที่โรงพยาบาลครับ”
‘พอดีว่ามีพลเมืองดีไปเห็นเธอเป็นลมอยู่ที่ริมถนน... น่ะค่ะ’
“อะไรนะครับ เป็นลมอยู่ริมถนนเลยเหรอ เดี๋ยวผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ” ว่าแล้วก็รีบวางสายและรีบขับรถสปอร์ตคันหรูไปที่โรงพยาบาล
ความเป็นห่วงมันเกิดขึ้นมาโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวเช่นกันว่ากำลังห่วง...
ณ โรงพยาบาล
“เธอเป็นโรคกระเพาะครับ และร่างกายก็อ่อนเพลียมากจากการพักผ่อนน้อย กินน้อย ทานอาหารไม่ตรงเวลา พออาการหนักเข้าจึงเป็นลม เดี๋ยวหมอจะจัดยาให้นะครับ น้ำเกลือหมดก็พากลับบ้านได้แล้ว ช่วยดูแลเธอให้ดีด้วยนะครับ ให้เธอพักผ่อนและรักษาตัวอย่างเต็มที่เป็นเวลา 2-3 วัน ถ้าทำได้เดี๋ยวก็หายเอง ขอตัวนะครับ”
“ขอบคุณนะครับ” จัสตินที่ดูเหมือนว่าจะเป็นคนแรกที่สามารถช่วยเหลือจิรัชญาได้ ได้ขอบคุณคุณหมอ ก่อนจะเดินเข้าไปดูสีหน้าคนที่ป่วยหนักจนป็นลม
“ตัวเล็กขนาดนี้ กินก็น้อย ทำงานก็หนัก ยังทำเป็นเก่งอีก นี่ถ้าไม่มีฉันแล้วใครจะมาดูเธอ” ว่าแล้วก็มองหน้าเธอด้วยความหงุดหงิดนิดๆ เพราะถึงจะแอบเป็นห่วงแต่ก็ไม่ชอบใจที่หล่อนทำร้ายสุขภาพร่างกายตัวเองด้วยการโหมทำงานหนัก ประหยัดกิน ประหยัดใช้จนเกินไป คนที่รักสุขภาพอย่างเขาก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
ชายหนุ่มไปจัดการจ่ายค่ายาค่ารักษาให้เธอเรียบร้อย ก่อนจะกลับมานั่งรอหญิงสาวที่ข้างเตียง
‘ตื่นขึ้นมาต้องดุสักหน่อยแล้ว ยัยนี่ดื้อเกินไปจริงๆ’