ในห้องน้ำ
‘อยากจะนอนแช่ให้มากกว่านี้จัง แต่ก็ต้องรีบเข้านอนแล้วตื่นแต่เช้า มันจะมีวันที่ฉันได้นอนแช่มากกว่าสิบนาทีมั้ยนะ’ บ่นอยู่ในใจขณะที่กำลังนอนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำอย่างสบาย
อ่างก็ใหญ่ ครีมอาบน้ำก็หอมมาก เธออิจฉาจัสตินจังที่เขาสามารถอาบน้ำได้เป็นชั่วโมงๆ แตกต่างจากหล่อนที่ชีวิตเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา
คิดแล้วเธอก็เศร้า ดังนั้นหญิงสาวจึงลุกขึ้นจากอ่างมาล้างตัว และเปิดที่ระบายน้ำในอ่างออก
พอเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าๆ หญิงสาวจึงตั้งใจจะขัดห้องน้ำก่อนนอน เพราะวันอื่นถ้าการบ้านเยอะกว่านี้ หล่อนอาจจะไม่มีเวลาได้ขัดห้องน้ำ หรือทำงานบ้านอย่างอื่นให้เขา
“นอนพักผ่อนก่อนดีกว่า ส่วนอย่างอื่นก็ค่อยทยอยทำในวันต่อๆ ไป” ว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอนที่โซฟาหนานุ่มที่บริเวณจุดนั่งเล่น ก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมตัว
อิจฉาเจ้าของห้องเหลือเกินที่ได้นอนหลับสบายๆ พรุ่งนี้ก็ได้มีเวลาเรียนและเที่ยวเล่นทั้งวัน ซึ่งแตกต่างจากเธอที่ต้องทำงานทุกวัน
วันหยุดก็ต้องรับจ๊อบเพราะอยากได้เงินเยอะๆ ทั้งที่เป็นวันหยุดหล่อนก็ไม่ยอมหยุด เพราะถ้าทำงานในวันหยุดด้วยก็จะได้เงินเพิ่ม
คนจนที่ขยันทำงานหาเงินช่วยครอบครัวอย่างหล่อน จึงไม่ยอมให้เงินนั้นหลุดมือไป
“โอ๊ย... เจ็บจัง” เธอนอนกุมมือตนเอง
ตอนแรกๆ ความเจ็บก็ทุเลาลงไปแล้ว แต่พอไปขัดห้องน้ำก็ทำให้รู้สึกเจ็บแผลมากๆ แต่ก็ต้องอดทนนอนหลับไปทั้งอย่างนั้น และคิดว่าพอถึงวันต่อๆ ไป เดี๋ยวมันก็จะหายเอง
ถึงแม้จะรู้ว่าถ้ามันพุพองขึ้นมาหล่อนจะเจ็บมากขนาดไหน แต่นี่ก็ไม่ใช่การเจ็บตัวครั้งแรก หญิงสาวจึงทำใจให้ลืมความเจ็บอย่างสบายๆ และหลับลงด้วยความอ่อนล้า
เช้าวันต่อมา
หล่อนตื่นมาชงกาแฟและทำแซนวิชให้เขาทานตั้งแต่เช้า ก่อนที่จะใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดห้องครัว และอาบน้ำเตรียมตัวจะไปทำงาน ทั้งๆ ที่วันนี้เป็นวันหยุดของมหาวิทยาลัย แต่หล่อนก็ไม่ยอมหยุดพัก ทั้งที่ยังเจ็บแผลอยู่
“เธอจะไปไหน นี่มันวันหยุด” คนที่เพิ่งตื่นและเตรียมตัวจะทานอาหารเช้าพูดขึ้น
“ไปทำงานค่ะ วันหยุดแต่ร้านฉันไม่หยุดนี่คะ” ตอบกลับด้วยท่าทีเรียบเฉย
“แล้วเลิกกี่โมง เมื่อคืนแสบมากนะ ให้ฉันรอจนหลับเลย”
เอื้อก...
หล่อนกลืนน้ำลาย พร้อมกับมองหนุ่มหล่อตรงหน้าด้วยท่าทีหวาดระแวง เพราะเมื่อคืนก็ปล่อยให้ชายหนุ่มรอจนหลับไปจริงๆ
“ขอโทษค่ะ แต่ฉันไม่ว่างนี่คะ” ยกมือไหว้เขาอีกครา
“อะไรกัน ไหว้อยู่ได้ ฉันไม่ใช่พระนะ”
“ก็มัน...” เธอจะพูดว่าน่ากลัว แต่ก็ไม่กล้าพูด เลยได้แต่ก้มหน้างุดบิดไปบิดมา
“มองฉันสิ ฉันไม่ใช่ผีนะ กลัวอยู่ได้ เอาแต่ตัวสั่นและหลบสายตาแบบนี้ เมื่อไหร่จะได้เริ่ม”
จัสตินไม่รู้ตัวว่าเขากำลังจะกลายเป็นคนพูดมากเมื่ออยู่กับหล่อน ทั้งที่สำหรับคนอื่นแล้ว เจ้าตัวเป็นคนพูดน้อยมากๆ เข้าขั้นสุขุมและเย็นชาเลย แต่พอมาเจอคนที่เงียบกว่า ผู้ชายคนนี้ก็กำลังจะกลายเป็นคนพูดมากโดยไม่รู้ตัว
และจะพูดมากกับหล่อนคนเดียว...
“ค่ะ ขอโทษนะคะ” ไหว้ขอโทษเขาอีกรอบ
“อีกแล้ว ฉันไม่ใช่พระนะ”
“ขะ... ขอโทษนะคะ ที่ทำให้หลับ”
และหล่อนก็ทำท่าจะไหว้อีกครั้ง
“พอเถอะๆ ฉันไม่ว่าอะไรเธอแล้ว เอาแต่ไหว้อยู่นั่นแหละ แล้ววันนี้เลิกงานกี่โมง”
“สี่ทุ่มเหมือนเดิมค่ะ กว่าจะเดินกลับถึงนี่ก็น่าจะไม่เกินสี่ทุ่มครึ่ง
“ฮะ! นี่เธอเดินเหรอ มันตั้งไกลนะ แล้วอีกอย่างถนนอเมริกาตอนกลางคืนก็อันตราย รถโดยสารมีทำไมไม่ขึ้น” พูดกึ่งบ่นสาวน้อยตรงหน้าที่มีท่าทางกลัวเขามาก แต่กลับไม่ระมัดระวังตัวให้ดี
“ก็มันประหยัดดีนี่คะ ทำงานมาได้เยอะ ฉันจะได้มีเงินส่งให้แม่กับน้อง”
“ยัยโง่เอ๊ย! ทำไมไม่คิดถึงความปลอดภัยของตัวเองบ้าง ปกติพวกตามร้านอาหาร ร้านขายของนี่ พนักงานเขามีการเปลี่ยนเวรกันตามเวลาไม่ใช่เหรอ ถ้าให้เดานี่เธอคงทำโอทีจนถึงสี่ทุ่มใช่มั้ย”
“ใช่ค่ะ ถ้าทำทั้งวันก็จะได้เงินเยอะกว่าทำแค่ครึ่งวัน”
“หน้าเงินจริงๆ ปกติเธอจะเลิกงาน 5-6 โมงเย็นใช่มั้ย ถ้าเข้างานตอนเช้า”
“ใช่ค่ะ”
“ฉันเข้าใจนะ ที่คนจนมักทำงานหนักเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่เธออย่าลืมงานของเธออีกงานนะ นั่นก็คือ ‘งานบนเตียง’ คืนนี้ฉันไม่อยากจะพลาดอีก เพราะฉะนั้นโทรไปบอกผู้จัดการซะว่าจะเลิกงานห้าโมงเย็น และให้เขารีบหาคนมาเปลี่ยน”
“แต่...”
“ไม่มีแต่ การใช้หนี้กับงานก็สำคัญพอๆ กัน”
จิรัชญาเริ่มหน้าซึด แต่ใช่ว่าจัสตินจะสน เพราะถ้าเธอกลับมาสี่ทุ่มอีก เขาก็จะพลาดเช่นเดิม
“ได้ค่ะ ฉันจะเริ่มใช้หนี้”
เธอหม่นหมองไปเลย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาผู้จัดการร้าน หญิงสาวได้แต่ปลอบใจตัวเองว่ารีบใช้หนี้ จะได้จบๆ ไป พอเขาเบื่อเมื่อไหร่เงื่อนไขที่ให้ไว้จะได้จบลง
“เรียบร้อยแล้ว ฉันไปนะคะ จะกลับมาในตอนห้าโมง”
“เดี๋ยวๆ ทำไว้ซะเยอะ ไม่กินหน่อยเหรอ ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก” พูดแล้วก็มองไปที่แซนวิชที่เธอทำไว้ตั้งสี่อัน ทั้งที่ปกติเขาจะทานไม่เกินสองอันเท่านั้น
“ฉันรีบน่ะค่ะ ไว้ทานตอนเที่ยงก็ได้”
“รีบขนาดนั้นเลยหรือไง เอานี่ไปทานไปเดินไปก็ได้”
“ไม่ดีกว่าค่ะ มันเหมือนกับมาแย่งคุณทานเลย” เพราะเขาเป็นนายเหนือหัว แถมหล่อนยังขี้เกรงใจจึงปฏิเสธทั้งที่ท้องหิว
“ฉันให้ก็รับสิ เอาแต่ปฏิเสธ”
“ขะ...”
“ไม่ต้องขอโทษ ถ้ากลัวฉันก็แค่เชื่อฟังก็พอ เอาไปทานซะ เธอขี้เหนียวมากไม่ใช่เหรอ เอานี่ไปกินระหว่างวันด้วยก็ได้ เช้าชิ้น กลางวันชิ้น” ว่าแล้วก็เดินไปหยิบแซนวิชสองชิ้นใส่กล่องใส่อาหารให้หล่อน
“ขอบคุณนะคะ”
รับอาหารมาจากมือเขา ท่าทางเกรงกลัวกลายเป็นซาบซึ้งแทน เพราะเธอตัวคนเดียวมาโดยตลอด นอกจากแม่และน้องสาวก็ไม่เคยมีใครหยิบยื่นอาหารมาให้เลย
‘คราวนี้ซึ้งใจเหรอ แปลกจริงๆ ยัยคนนี้’
“จะดีมาก ถ้าเธอกลับมาตรงเวลา และกลับมาด้วยรถโดยสาร”
“ค่ะ ฉันไปนะคะ” รับปากแต่ไม่ได้เชื่อฟังเขา เพราะคิดว่าดูแลตัวเองได้
ค่ารถถึงจะถูกแต่ถ้าใช้การเดินเท้าแทน เธอก็จะประหยัดเงินได้หลายบาท ประหยัดเล็กๆ น้อยๆ จึงจะได้กลายเป็นเงินก้อนที่มีมูลค่าเยอะๆ
“เดี๋ยวก่อน”
พูดจบก็ดึงเธอมาจูบอย่างดูดดื่มและเอาแต่ใจ ไร้ความอ่อนโยนเช่นเดิม
“อื้อ... พอเถอะค่ะ ฉันเจ็บ”
ลูบที่ริมฝีปากบางเบาๆ ทั้งเจ็บและตกใจ การจูบของเขาไม่ได้ทำให้เคลิบเคลิ้มเลย เพราะมันเป็นการจูบที่ดูใจร้ายมากๆ
“ใครสนล่ะ กลับมาให้ตรงเวลา ถ้าไม่ตรงฉันจะโทรไปโกหกผู้จัดการว่าฉันเป็น ‘ผัว’ เธอ”
“ค่ะๆ ฉันจะกลับมาให้ตรงเวลา”
นี่เป็นอีกหนึ่งคำขู่ที่ทำให้หล่อนขัดขืนไม่ได้เลย