ตอนที่ 1 คนไม่เอาไหน

2603 Words
ตอนที่ 1 คนไม่เอาไหน บนเตียงนุ่มขนาดคิงไซส์กำลังรองรับอารมณ์สวาทที่กำลังระอุของสองหนุ่มสาวที่สาดซัดใส่กัน เสียงครางของสาวสวยหุ่นดีปลุกเร้าให้ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาเร่งตัวเองมากขึ้นเพื่อไปให้ถึงปลายทาง แต่แล้ว เส้นทางสู่สวรรค์อันวิจิตรก็มีอันสะดุดเมื่อโทรศัพท์เครื่องหรูราคาแพงส่งเสียงร้องดัง ใบหน้าหล่อที่มีเหงื่อผุดพรายขมวดคิ้วยุ่งด้วยความขัดใจ แต่ก็ยังไม่หยุดกิจกรรมสุดร้อน ตอนนี้ไม่มีอะไรมาหยุดเขาได้แล้ว เสียงโทรศัพท์เงียบไปและดังขึ้นอีก...เงียบไปและดังขึ้นอีก เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้ง ปลายทางที่ใกล้แตะถึงเริ่มไกลออกไปทุกทีจนเหมือนจะเอื้อมขึ้นไปไม่ถึงแล้ว เขาถอนตัวออกจากร่างเล็ก สีหน้าดูเอาเรื่องพอสมควร ขณะที่หญิงสาวร่างเปลือยถึงกับทำหน้าเซ็ง เมื่อไปไม่ถึงสวรรค์ที่รอคอย “ใครโทรมาคะ ต้องด่าให้ลืมบ้านเลยนะคะ บ้าจริง ๆ” เสียงหวานร้องบอก สีหน้าขัดใจ “แน่นอน ผมไม่ปล่อยไว้อยู่แล้ว” เขาข่มเสียง แต่เมื่อเปิดดูหมายเลขที่โทรมา ทำเอาหนุ่มหล่อถึงกับหน้าถอดสี เขายิ้มแห้งให้คู่ขาก่อนพลิกตัวลงไปนอนบนเตียงแล้วกดรับ “ครับแม่” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงมาก “อยู่ไหนตาเทม” “อยู่กับเพื่อนครับ” “ที่ไหน แม่โทรหาตั้งหลายครั้งแล้ว ทำไมถึงเพิ่งรับ” “อยู่ที่ร้านอาหารครับ พอดีว่าเสียงดัง นี่ก็เพิ่งจะหาที่เงียบ ๆ คุยได้ คุณแม่มีอะไรหรือครับ” เขาถามพร้อมเสยผมให้เข้าที่เข้าทาง “วันนี้เราเข้าบริษัทหรือเปล่า เลขาบอกว่าเมื่อวานเราไม่เข้าวันนี้ก็หายไปทั้งวันอีก” “ไม่มีงานอะไรนี่ครับ” “ทำไมจะไม่มี งานก็เยอะแยะท่วมหัว เมื่อไหร่เราจะตั้งใจทำงานบ้างนะเทม อย่าปล่อยให้น้องทำคนเดียวสิ” “ทิวมันเก่งอยู่แล้วครับแม่ นี่แม่จะโทรมาด้วยเรื่องแค่นี้ใช่ไหมครับ งั้นผมวางก่อน เพื่อนเรียกแล้วครับ” “แล้วนี่จะกลับบ้านหรือเปล่า พ่อเราถามอยู่ว่าไม่เห็นหลายวันแล้ว ไปนอนที่ไหน” “ผมโตแล้วนะครับแม่ จะสามสิบอยู่แล้ว” “จ้ะ นายอัศนัย แซนเดอร์ อัตรคุปต์ อายุยี่สิบเก้าปีแล้วแต่ยังทำเหมือนยี่สิบไม่มีผิด” มารดาประชด “พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะครับ ผมหิวแล้ว ขอไปกินกับเพื่อนก่อน” เขาตัดบทก่อนวางสายโดยมีเสียงร้องห้ามดังลอดมา และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นอีก อัศนัยก็จัดการปิดเครื่องไปเสียเลย ทำเอาสาวสวยยิ้มแล้วยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาฟอดใหญ่เพื่อให้รางวัล “คุณน่ารักที่สุดเลยค่ะ ดีเลย จะได้ไม่ต้องมีใครมาขัดจังหวะเราได้อีก มาค่ะ เดี๋ยวยูมิจะทำให้คุณอิ่มเอง” น้ำเสียงของเธอยั่วยวนเต็มที่ก่อนเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมร่างของเขา อัศนัยกระตุกยิ้ม “ดีครับ ห้ามหยุดจนกว่าผมจะบอกว่าอิ่ม” “ได้ค่ะ อย่าเพิ่งอิ่มเร็วนะคะ” “ผมเป็นคนกินเยอะด้วยสิ” เขาบอกแล้วแตะปากตัวเองกับปากของเธอ ยูมิหัวเราะคิกก่อนมอบจุมพิตสุดร้อนกลับคืน ......................................................................... อัศนัย แซนเดอร์ อัตรคุปต์ หนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษในชุดสูทดูภูมิฐานเดินผ่านประตูกระจกอัตโนมัติเข้ามาในอาคารสูงนับสิบชั้น ประชาสัมพันธ์ด้านหน้ายกมือไหว้เขาอย่างนบน้อม ชายหนุ่มยิ้มมุมปากเป็นการทักทาย ทำให้ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลามากขึ้น “คุณเทมครับ” เสียงหนึ่งร้องทัก อัศนัยหันไปมองและเห็นวิศาล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายแผนงานก้าวยาว ๆ ตรงมา “สวัสดีคุณวิศาล มีอะไรครับ หน้าตาตื่นเชียว” “จะไม่ให้ตื่นได้ยังไงครับ คุณเล่นหายไปตั้งสามวัน นี่ผมพยายามติดต่อคุณแล้ว เปลี่ยนเบอร์หรือครับ” วิศาลถาม อายุของเขาล่วงเข้าเกือบห้าสิบปีแล้วแต่ยังแข็งแรงคล่องแคล่วอยู่มาก “คุณโทรผิดเบอร์หรือเปล่า ผมไม่ได้รับสายจากใครเลย” อัศนัยบอกแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา “แต่ช่างมันเถอะ คุณมีเรื่องด่วนอะไร” “ผมรอคุณสรุปโครงการหมู่บ้านที่ลำลูกกาอยู่ครับ ทางนู่นเขาเร่งมาแล้ว กลัวสร้างไม่เสร็จตามสัญญา” “เรื่องนี้ผมให้ทิวดูแล้วนี่ครับ” เขาอ้างถึงอัษฎา ผู้เป็นน้องชาย “คุณทิวไม่ดูครับ บอกว่าไม่ใช่หน้าที่” วิศาลบอกเบา ๆ น้ำเสียงเกรงใจ ทำเอาอัศนัยทำหน้ายุ่ง “อะไรนักหนา ขอช่วยแค่นี้ก็ทำเป็นหยิ่งหรือไง โอเคคุณวิศาล ขอผมไปคุยกับมันก่อนแล้วจะสรุปสเปกให้ ภายในวันนี้แหละ” ชายหนุ่มบอกแล้วก้าวเร็ว ๆ เข้าลิฟต์ ไม่นาน ประตูลิฟต์ก็เปิดยังชั้นสิบ ซึ่งเป็นส่วนทำงานของผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอัตรคุปต์ดีวิลอปเม้นท์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเมืองไทย หมู่บ้านหรูมูลค่าหลายสิบล้าน ล้วนเป็นโครงการของบริษัทนี้ทั้งสิ้น อัศนัยตรงไปยังประตูใหญ่บานหนึ่ง ทำเอาเลขาที่อยู่หน้าห้องรีบออกไปดัก “เดี๋ยวค่ะคุณเทม” “อะไรกัน มีปัญหาอะไร” เขาเลิกคิ้วถาม “ต้องแจ้งคุณทิวก่อนเข้าพบค่ะ” เลขาของน้องชายบอก “รู้ใช่ไหมว่าผมเป็นใคร” “รู้ค่ะ” “พี่จะเข้าไปหาน้อง ต้องแจ้งก่อนงั้นเหรอ” “คุณทิวบอกไว้ค่ะ ถ้าฟ่างไม่ทำ คุณทิวจะว่าได้นะคะ” เลขาทำหน้าเศร้า ทำเอาอัศนัยกลอกตา “ถ้ามันจะด่า ให้มาด่าผม ตอนนี้มีแขกหรือเปล่า” “ไม่มีค่ะ แต่ถึงไม่มีก็ต้องแจ้งก่อนค่ะ” “ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องแจ้ง เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูว่ามันแอบอู้หรือเปล่า มันคงให้แจ้งก่อนเพราะไม่อยากให้ใครรู้น่ะสิว่าแอบหลับเวลางาน หรือไม่มันก็คงดูหนังโป๊อยู่” อัศนัยบอกก่อนก้าวพรวด ๆ เข้าห้องน้องชาย เลขาจะตามไปดักก็ไม่ทันเสียแล้ว ................................................................................ ประตูไม้บานใหญ่ถูกเคาะพอเป็นพิธีก่อนอัศนัยจะเปิดเข้าไป เจ้าของห้องเป็นหนุ่มร่างสูงใบหน้าลูกครึ่ง ผมสีดำตาสีน้ำตาลเข้ม เมื่อเห็นคนที่เพิ่งเข้ามา อัษฎา แซนเดอร์ อัตรคุปต์ ทายาทของตระกูลอัตรคุปต์ก็ลอบถอนใจก่อนเอนตัวพิงพนัก ใบหน้าของเขามีเค้าเหมือนพี่ชายแต่มีความขรึมและดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่า “ทำไมพี่ไม่บอกเลขาก่อน” “นายไม่มีแขกนี่” อัศนัยเอ่ยแล้วเดินมานั่งตรงข้ามก่อนถือวิสาสะหมุนโน้ตบุ๊กของน้องมาดู และเห็นว่าหน้าจอเต็มไปด้วยภาพกราฟฟิกอันเป็นหมู่บ้านจำลองของโครงการที่ต้องสรุป “เพิ่มเปิดตอนที่ฉันเข้ามาใช่ไหม” พี่ชายพูดยิ้ม ๆ แบบรู้ทัน แต่กลับถูกมองกลับด้วยสายตาเคร่ง ๆ “อย่าเอานิสัยตัวเองไปยัดเยียดให้คนอื่น” อัษฎาว่าแล้วหมุนโน้ตบุ๊กกลับมา “ผมต้องรีบสรุปงานนี้ เพราะเจ้าของงานทิ้งไป ไม่ยอมดู นี่งานก็ช้ามาหลายวันแล้ว” “อยากจะด่าก็ด่ามาตรง ๆ เถอะ ไม่ต้องอ้อมโลกหรอก” พี่ชายบอกน้ำเสียงสบาย ๆ ไม่เดือดเนื้อร้อนใจสักนิด “พี่เทมน่าจะตั้งใจทำงานให้มากกว่านี้นะครับ อย่าให้ใครมาว่าได้ว่าน้องเก่งกว่าพี่ นี่แม่ก็ปวดหัวกับพี่จะแย่แล้ว” “น้องเก่งกว่าพี่แล้วไง ฉันไม่ถือเรื่องพี่ต้องเป็นผู้นำ น้องต้องเป็นผู้ตามหรอก นี่มันสมัยไหนแล้ว คนเก่งไม่จำเป็นต้องอายุมากกว่า” อัศนัยบอก หากเป็นคนอื่นได้ฟังคงรู้สึกดีที่เขามีความคิดแบบเสมอภาค แต่ไม่ใช่กับอัษฎา ผู้มีพี่ชายไม่เอาไหน “ตอนนี้พี่มาแล้วก็เอางานนี้ไปดูต่อแล้วกัน คุณวิศาลเขาจะเอาภายในวันนี้” “นี่ฉันก็มาหานายด้วยเรื่องนี้นี่แหละ เมื่อกี้เพิ่งเจอคุณวิศาล เห็นเขาบอกว่านายจะไม่ยุ่ง” “ไม่อยากยุ่งก็ต้องยุ่ง งานช้าขึ้นมาเกิดความเสียหายใครจะรับผิดชอบ พี่รับคนเดียวไม่ไหวหรอก นี่เป็นเรื่องของชื่อเสียงบริษัท คุณพ่อคงไม่ชอบ ถ้าประวัติดี ๆ ที่สร้างมาต้องเสียเพราะพี่” “ด่าได้ก็ด่าใหญ่เลยนะนายทิว” อัศนัยหรี่ตามองน้องก่อนขยับตัวลุกขึ้น “เอาละ ฉันไม่กวนเวลานายแล้ว ตั้งใจทำงานต่อไปนะ” “เดี๋ยวพี่เทม” อัษฏางง “ไม่กวนเวลางานอะไร ตอนนี้พี่มาแล้วก็เอางานไปทำสิ เดี๋ยวผมส่งเมลให้” “ไม่เอาละ นายดูอยู่ก็ดูต่อไปให้เสร็จแล้วกัน ทำงานครึ่ง ๆ กลาง ๆ งานมันก็ไม่ต่อเนื่องพอดี ไปก่อนนะ จะเข้าห้องทำงานซะหน่อย ไม่รู้ฝุ่นจับไปถึงไหนแล้ว” พี่ชายบอกก่อนเดินออกไป ปล่อยให้อัษฎานั่งงงกว่าจะรู้ตัว ภายในห้องก็เหลือเพียงแค่เขาคนเดียว ชายหนุ่มถอนใจ เรื่องหาข้ออ้างอู้งานไม่มีใครเกินพี่ชายเขาเลย ................................................................................ อัศนัยเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวด้วยสีหน้าสบายใจ เพราะงานที่ต้องรับผิดชอบมีคนทำแทนไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนสีหน้ายิ้มแย้มของเขาจะเปลี่ยนเป็นสลดเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างใหญ่แต่งตัวด้วยชุดสูทภูมิฐานยืนหันหลังไขว้แขน มองออกไปนอกหน้าต่าง “พี่ทิม” อัศนัยเรียก เป็นผลให้ชายลูกครึ่งใบหน้าหล่อเหลาแฝงความจริงจังหันมามอง ดวงตาคมสีน้ำตาลมองคนที่เพิ่งเข้ามาแบบตำหนิ ก่อนเดินไปนั่งหน้าโต๊ะทำงาน “มาทำงานได้ซะทีนะ คิดว่าจะลืมห้องทำงานของตัวเองไปแล้วเสียอีก” อธิป พี่ชายคนโตของตระกูลอัตรคุปต์เอ่ย ท่าทางของเขาน่าเกรงขามสมเป็นพี่ใหญ่ “แล้วพี่เข้ามาในห้องทำงานผมทำไม หรือว่าลืมห้องทำงานของตัวเองไปแล้ว” “นายเทม” อัศนัยลอบกลอกตาเมื่อเจอน้ำเสียงเคร่ง ๆ เขากับพี่ชายอายุห่างกันไม่กี่ปีแต่อธิปชอบทำเสียงขรึม ๆ เหมือนพวกเขาอายุห่างกันเป็นสิบปี “ถ้านายมาทำงานทุกวัน โดยที่ไม่ต้องมีใครโทรไปตามตัว พี่ก็คงไม่ต้องมาที่นี่” “เอาละครับ ตอนนี้ผมมาแล้ว พี่กลับไปดูแลบริษัทจิวเวอร์รี่ต่อเถอะครับ ผมไม่กวนเวลาแล้ว” อัศนัยบอก แม้อธิปจะเป็นลูกคนโตของตระกูล แต่เขาก็ไม่ได้รับผิดชอบงานในบริษัทซึ่งเป็นธุรกิจหลักของครอบครัว งานที่เขาต้องรับผิดชอบเป็นบริษัทเปิดใหม่ในเครือของครอบครัว คือโรงงานผลิตและส่งออกจิวเวอร์รี่ อันเป็นผลิตภัณฑ์ที่มารดาชื่นชอบ และด้วยความที่เป็นลูกคนโต เขาจึงต้องเข้าไปดูแลบริษัทนั้น ส่วนบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีบิดาและน้อง ๆ อีกสองคนดูแล ซึ่งหนึ่งในสอง ดูไม่ค่อยสนใจงานนัก เป็นที่ปวดหัวของคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก และหากจะมีใครจัดการกับอัศนัยได้ ก็เห็นจะเป็นอธิป พี่ชายคนโตของบ้าน ทุกเรื่องไม่เคยไปถึงมืออรรณพ ผู้เป็นบิดาและประมุขของบ้าน เพราะอรรณพอยากให้พี่น้องพูดคุยปกครองกันเอง หากเรื่องใดถึงมือเขา แสดงว่าเรื่องนั้นต้องเป็นเรื่องใหญ่ “ตั้งใจทำงานหน่อยนะเทม อย่าให้คุณพ่อต้องลงมาจัดการ ไม่งั้นนายจะเดือดร้อน” อธิปเตือน “เถอะน่าพี่ทิม ถึงงานจะช้าไปบ้างแต่ทุกอย่างก็เสร็จตามเวลา ผมรู้แหละน่าว่าอะไรเป็นอะไร” “ถ้ารู้มันก็ดี นายก็จะสามสิบปีแล้ว ไม่ใช่เด็ก ๆ อย่างน้องเทป รายนั้นถึงจะเพิ่งยี่สิบแต่ก็ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่านายซะอีก” “โอโห้ นี่เอาผมไปเปรียบกับน้องเทปเลยหรือครับ แค่นายทิวก็พอมั้งพี่” อัศนัยโวย เทปหรืออนุธิดาคือน้องสาวคนเล็กและคนเดียวของบ้านที่ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย “น้องเทปเข้ามาทำงานเมื่อไหร่ ระวังคุณพ่อจะย้ายนายไปคุมแผนกรักษาความสะอาด รู้ใช่ไหมว่าปรัชญาในการทำงานของคุณพ่อคืออะไร” “รู้หรอกน่า การทำงานให้ได้ผลดีที่สุดก็คือการลงมือทำด้วยตัวเอง” น้องชายท่องเสียงยานคาง และถ้าเขาต้องลงไปดูแลแผนกรักษาความสะอาด แสดงว่าเขาก็ต้องลงไปกวาดถูทุกอย่างด้วยน่ะสิ...แค่คิด อัศนัยก็รู้สึกเมื่อยตัวแล้ว “นับตั้งแต่พรุ่งนี้ ผมจะมาทำงานเป็นคนแรกและกลับถึงบ้านเป็นคนสุดท้าย” เขาประกาศ ขณะที่ผู้เป็นพี่กระตุกยิ้มแล้วส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยท่าทางอ่อนใจ “เอาเถอะ แล้วพี่จะรอดู อย่าลืมทำงานด้วยล่ะ ไม่ใช่อะไรก็โยนไปให้ทิวหมด” “ครับผม!” เจ้าของห้องยืนตรงแถมยังตะเบะรับคำแข็งขันอีกต่างหาก ................................................................................ ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ อัศนัยเดินดูร้านแบรนด์ดังแบบไม่รีบร้อน เพราะเวลานัดหมายของเขากับสาวคนหนึ่งคืออีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่มาก่อนหรือต้องมานั่งรอใคร แต่เพราะไม่มีงานเร่งด่วนแล้วและทราบข่าวจากเลขาว่าเย็นนี้มารดาของเขาจะมาหา ทำให้อัศนัยต้องรีบเผ่นออกจากบริษัทโดยด่วน ชายหนุ่มลูกครึ่งใบหน้าหล่อเหลาเดินมาหยุดหน้าร้านเสื้อแห่งหนึ่ง เขามองชุดสูทสีกรมท่าที่หุ่นตัวนั้นสวมอยู่ด้วยความพอใจ ขณะกำลังจะเดินเข้าร้านเพื่อแสดงเจตจำนงในการเป็นเจ้าของ ชายหนุ่มก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสาวสวยคนหนึ่งในชุดเดรสรัดรูปเดินออกจากร้านเสื้อที่อยู่ถัดไป หญิงสาวคนนั้นมากับเพื่อนอีกคน เธอยิ้มแย้มและพูดคุยกับเพื่อนอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินไปอีกทางและลงบันไดเลื่อนไป อัศนัยก้าวเท้าจะรีบตามไป แต่แล้วก็หยุดใจไว้ เขาจะตามไปทำไมอีก เธอคนนั้นจะใช่หรือไม่ใช่คนที่เขาคิดไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรเลย! เรื่องของเขากับเธอคนนั้นจบลงแล้ว เมื่อวันที่เธอเลือกทิ้งและเดินจากเขาไปเมื่อห้าปีก่อน มันนานพอที่จะทำให้เธอลืมเขาได้แล้ว แต่น่าแปลกที่เขาไม่เคยลืมเธอได้เลย ผู้หญิงที่ทิ้งเขาไป ผู้หญิงที่ทำให้เขากลายเป็นคนประชดชีวิตด้วยการคบสาวไม่เลือกและไม่เคยรับใครเข้ามาอีกเลย อัศนัยหมุนตัวกลับแล้วเดินไปอีกทางเพื่อถอยให้ห่างจากบันไดเลื่อนตรงนั้น เป็นจังหวะที่โทรศัพท์ของเขาส่งเสียงขึ้น ชายหนุ่มหยิบมาดูแล้วกดรับ “ครับ ใบเฟิร์น” “คุณเทมอยู่ไหนคะ ถึงหรือยังเอ่ย ตอนนี้เฟิร์นถึงหน้าห้างแล้วค่ะ รถติ๊ดติด เฟิร์นเกือบหลับคาแท็กซี่เลยค่ะ” “ตอนนี้ผมอยู่ในห้างแล้วครับ ชั้นสาม” “งั้นรอเฟิร์นแป๊บนะคะ เดี๋ยวเฟิร์นรีบไปหา” “ครับ” อัศนัยรับคำ  ....................................................................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD