ตอนที่ 6 ผู้ชายของเธอ
น้ำเสียงของเธอนั้นดูจริงจังมากกว่าครั้งไหน ๆ ในตอนที่หญิงสาวพูดออกมาเต็มปากเต็มคำ ผู้เป็นพ่ออย่างเทวทัต เตรียมที่จะเดินเข้ามากระชากแขนของลูกสาว แต่ในตอนนั้นเองก็ถูกเจ้าสัวทินกรห้ามเอาไว้เสียก่อน
“หนูหมายถึง ไม่อยากแต่งงานกับลูกชายของลุงเพราะกำลังคบกับผู้ชายคนนี้อย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะคุณลุง แล้วหนูก็จะไม่มีทางเลิกกับผู้ชายคนนี้เพื่อไปแต่งงานกับลูกชายของลุงด้วยค่ะ”
“เค้กส้ม! นี่แกกำลังพูดอะไรออกมารู้ตัวไหม!” ในตอนที่เธอพูดออกไปนั้นก็มั่นใจอยู่แล้วว่าคนเป็นพ่อต้องไม่ยินดีแน่นอน แต่เรื่องนั้นเธอเองก็ไม่สนเช่นกัน
“หนูแน่ใจเหรอว่ากำลังคบกับผู้ชายคนนี้อยู่ นี่ไม่ได้หลอกลุงอยู่ใช่ไหม”
ในตอนที่เธอเห็นว่าเจ้าสัวทินกรนั้นเอ่ยถามราวกับว่ากำลังสงสัยอะไรสักอย่าง ก็ทำให้เค้กส้มรู้สึกสะกิดใจอยู่เล็กน้อย ก่อนที่เธอจะหันไปมองชายหนุ่มด้านข้างราวกับต้องการความช่วยเหลือ
“ทรัมป์ปี้! นายก็อย่ายืนเป็นรูปปั้นสิช่วยฉันพูดอะไรหน่อย ฉันเพิ่มเงินเดือนให้นายอีกเท่าหนึ่งเลยอะ!”
ชายหนุ่มเหลือบตามองหญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ กวาดสายตามองคนรอบงาน เขามั่นใจว่าตัวเองไม่ได้คิดไปเองแน่นอนว่าตอนนี้ทุกสายตากำลังจดจ้องมาที่เขา โดยเฉพาะสายตาของเจ้าสัวทินกรที่จ้องมาด้วยแววตาเป็นประกายนั้น
“คือ—”
“ไม่ใช่แน่นอนทินกร! เดี๋ยวเรื่องนี้ฉันจัดการเอง แกอย่าเพิ่งคิดอะไรนะ”
แต่ยังไม่ทันพี่เขาจะได้เอ่ยอะไรออกมา ก็เป็นพ่อของเค้กส้มที่เอ่ยขึ้นมาขัดเสียก่อน เพราะไม่ว่ายังไงคนที่จะต้องแต่งงานกับลูกสาวเพียงคนเดียวของเสี่ยเทวทัต จะต้องเป็นลูกชายของเจ้าสัวทินกรเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ฉันก็บอกให้แกใจเย็น ๆ ไงเทวทัต! ปล่อยให้เด็ก ๆ พูดไปก่อน” แต่ดูเหมือนคนที่ใจร้อนจะมีเพียงแค่เสี่ยเทวทัตเพียงคนเดียว เพราะในเวลานี้ดูเหมือนว่าทินกรนั้นจะยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างคนที่อารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก
“ตั้งแต่ลูกชายแกไปเรียนต่างประเทศตอน 10 ขวบ ฉันก็ไม่เคยเห็นอีกเลย อุตส่าห์ดีใจว่าสิ่งที่ปิยวดีเมียรักฉันฝากฝังไว้ฉันจะทำสำเร็จแล้วเสียอีก ยัยเค้กส้มดันไปหิ้วไอ้เด็กหน้าหล่อที่มาจากไหนก็ไม่รู้” และทันทีที่เทวทัตพูดออกมาแบบนั้น ก็เป็นเจ้าสัวทินกรที่หันขวับมามองเพื่อนสนิทก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง
“แกก็คิดแบบนั้นใช่ไหม ไอ้เด็กนี่มันหล่อจริง ๆ เลยเนอะ!” และคำพูดที่เจ้าสัวพูดออกมานั้นทำให้เทวทัตถึงกับอึ้ง เพราะหากมองกันดี ๆ แล้ว เด็กผู้ชายคนนี้ก็คือศัตรูกับลูกชายของตัวเอง แต่นอกจากที่เพื่อนคนนี้จะไม่โกรธแล้วกลับยังรู้สึกว่าเขากำลังดีอกดีใจอย่างออกนอกหน้าแปลก ๆ
“หรือว่าแก—” เทวทัตลอบกลืนคำพูดที่อยากจะถามลงคอไปอึกใหญ่ และก็เป็นเจ้าสัวทินกรที่กะพริบตาปริบ ๆ ราวกับกำลังรอฟังคำถามนั้นของเพื่อน
“อะไรเหรอ”
“นี่ไม่ใช่ว่าแกไม่อยากได้ลูกสาวฉันไปเป็นลูกสะใภ้แล้วหรอกใช่ไหม”
“ฮ่าฮ่า!”
แต่ทันทีที่เขาถามออกมาแบบนั้น กลับเป็นเจ้าสัวทินกรที่หัวเราะออกมาดังลั่น จนคนที่มาร่วมงานละแวกนั้นต่างพากันหันมามองเป็นตาเดียว และดูเหมือนว่าเขาเองจะไม่ได้สนใจสายตาคนอื่นเลยแม้แต่น้อย เพราะทันทีที่เขาเงียบเสียงหัวเราะลงสายตาของเจ้าสัวได้เหลือบไปมองทรัมป์ที่ยืนนิ่งไม่ขยับอีกครั้ง
“ว่ายังไง ผู้ชายคนนี้เป็นคนของหนูเค้กส้มจริง ๆ ใช่ไหม” ถึงแม้คำถามนั้นดูเหมือนว่าจะถามเค้กส้ม แต่สายตาของชายวัยกลางคนกลับจ้องที่ผู้ชายด้านข้างอย่างโจ่งแจ้ง ราวกับว่าเขากำลังคาดคั้นกดดันชายหนุ่มทางสายตา
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะผู้ชายคนนี้เป็นคนของหนูเอง เป็นคนที่จะเป็นสามีหนูในอนาคตแล้วก็จะมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นคุณลุงช่วยยกเลิกงานหมั้นกับลูกชายคุณลุงให้หน่อยได้ไหมคะ”
หญิงสาวพูดออกไปด้วยความตั้งใจแรก แต่ในตอนนั้นเธอกลับรู้สึกถึงสีหน้าและแววตาของเจ้าสัวทินกรที่ดูจะแตกต่างจากที่เธอคิด แววตาของเขาที่มองทรัมป์ปี้นั้นไม่ใช่แววตาของคนที่เพิ่งเจอกัน แต่มันดูเหมือนเป็นแววตาของคนที่เคยเจอกันมาก่อน และเหมือนว่าจะรู้จักดีเสียด้วย
แต่ในเมื่อเธอหน้าด้านหน้าทนมาถึงขั้นนี้แล้วมีหรือที่เค้กส้มจะยอมหยุด เธอจะต้องยกเลิกงานนี้ให้สำเร็จให้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของลุงทินกรเองก็ยังทำให้หญิงสาวติดใจอยู่ดี เพราะการที่เธอขอยกเลิกงานหมั้นต่อหน้าแขกเหรื่อมากมายขนาดนี้ เดิมทีคนอย่างเจ้าสัวทินกรที่ไม่ชอบการถูกหักหน้า ในความคิดของเธอแล้วเขาจะต้องระเบิดอารมณ์หรือมีแรงกดดันต่อเธอที่มากกว่านี้หลายเท่า แต่ตอนนี้กลับดูเหมือนว่าเขากำลังสนุกกับอะไรสักอย่าง
“งั้น.. ลุงขอฟังคำตอบจากผู้ชายด้านข้างหนูหน่อยได้ไหม”
ไม่ผิดแน่! ความรู้สึกของเธอกำลังบอกว่ามีอะไรที่แปลกไป น้ำเสียงของเจ้าสัวนั้นในยามที่หันมองทรัมป์มันช่างดูอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด สองคนนี้รู้จักกันมาก่อนแน่นอน แต่ถึงจะสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ อย่างน้อยเรื่องราวทั้งหมดก็กำลังเข้าทางเธอพอดี และหากทรัมป์ปี้ยืนยันสถานะความสัมพันธ์ของเธอกับเขาได้ การยกเลิกงานหมั้นนั้นก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม
“ว่ายังไงพ่อหนุ่ม” เค้กส้มหันไปกระตุกแขนเสื้อผู้ชายด้านข้างเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาเป็นประกายวิบวับ หากงานนี้สำเร็จโดยที่เธอไม่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวไปมากกว่านี้ก้คงจะดีไม่น้อย แต่สิ่งที่เธอรู้สึกกังวลเพราะไม่สามารถควบคุมได้เลยคงจะเป็นผู้ชายตรงหน้านี้มากกว่า
“ทรัมป์.. ทรัมป์ขา~ นายก็บอกกับเจ้าสัวทินกรกับคุณพ่อของฉันไปสิว่าเรารักกันขนาดไหน คุณจะยอมปล่อยมือฉันเพื่อให้ไปแต่งงานกับคนที่ฉันไม่รู้จักอย่างนั้นเหรอ คุณทนได้จริง ๆ เหรอ”
เค้กส้มกระตุกเสื้อเขาอยู่หลายครั้งพร้อมทั้งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน และดูเหมือนว่าคนที่เธอจะจัดการยากที่สุดก็คงจะเป็นเขาจริง ๆ เพราะนอกจากชายหนุ่มจะไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย เขากลับยังจ้องหน้าเธอที่กำลังแสดงละครออดอ้อนยั่วยวนเต็มที่ด้วยสายตาของคนที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเธอเลยสักนิด
“เฮ้อ~” และในตอนนั้นเองสิ่งที่เขาให้เธอได้ก็เป็นเพียงแค่การถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่ดวงตาคมนั้นจะกวาดมองช้า ๆ ก่อนจะไปหยุดที่เจ้าสัวทินกรอีกครั้ง
และเพราะว่าชายหนุ่มเองก็ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธอะไรเธอออกมา นั่นก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกโล่งใจไปเปราะใหญ่ เพราะอย่างน้อยเธอก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่ายังไงคนที่ใจดีอย่างเขาก็ต้องช่วยเธอในครั้งนี้แน่นอน และหากเธอยกเลิกงานหมั้นนี้ได้แล้วละก็จะไม่ลืมบุญคุณของคนขับรถคนใหม่ของเธอคนนี้เลยตลอดชีวิต
“ผม.. กำลังคุยกับคุณหนู เอ่อ.. น้องเค้กส้มอยู่จริง ๆ ครับ แต่ผมเองไม่รู้มาก่อนว่าคู่หมั้นที่คุณหนูพูดถึงนั้นคือลูกชายของเจ้าสัวทินกร พอเห็นแบบนี้แล้วฐานะของผมกับเธอนั้นแตกต่างกันชัดเจนเพราะฉะนั้น—”
“ทรัมป์! นี่นายกำลังจะพูดอะไร อย่าพูดอะไรบ้า ๆ นะฉันขอเตือน” และดูเหมือนว่าคำพูดของเขานั้นดูจะไม่ปลอดภัยสำหรับเธอในตอนนี้เลยสักนิด จึงทำให้เค้กส้มที่กำลังโล่งอกเมื่อครู่หันไปกระตุกแขนเขาอย่างแรง ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจแล้วเอ่ยถามออกไปด้วยเสียงเย็น ๆ
“ผมไม่เหมาะกับน้องเค้กส้มเลยสักนิด.. เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมจะเป็นคนไปเองครับ”