ตอนที่ 1 หาคนขับรถคนใหม่ | NC
แจ๊ะ! แจ๊ะ!
“อ๊ะ! อย่าขยับตรงนั้นแรงมันเสียว! อ๊ะ!! ตรงนั้นก็ไม่ได้ อื๊อ!”
ถึงแม้เสียงหวานจะเอ่ยห้ามอยู่หลายครั้ง แต่ร่องรักกลับขมิบตอดเรียวนิ้วแกร่งแทบไม่ให้ขยับ ทรัมป์คนขับรถคนใหม่ที่เธอนั้นเป็นคนเลือกมาเองกับมือ กำลังใช้นิ้วแหย่กระแทกกลางกายสาวจนเค้กส้ม คุณหนูหัวร้อนต้องบิดกายเร่า ๆ
“ทรัมป์ปี้ นี่นายจะแหย่ด้วยนิ้ว อื้อ อย่างเดียวจริง ๆ เหรอ อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ!”
“แค่สองนิ้วคุณหนูก็แฉะจนเปียกเบาะรถขนาดนี้ ถ้าผมเอาคุณหนูจริง ๆ จะทนไหวเหรอครับ”
ทรัมป์พูดด้วยเสียงกระเส่าแหบพร่าพร้อมทั้งขยับนิ้วให้ถี่ขึ้น จนร่างกายของเค้กส้มนั้นบิดเร่าไปมา เธอรู้สึกได้เลยว่าในร่องเสียวนั้นเกิดความต้องการบางอย่างที่มากกว่านิ้ว
“ทรัมป์ปี้ อ่า~ ฉันอยากลองของจริง นายช่วย อื้อ! อ๊ะ! อ๊ะ! สนองให้หน่อยได้ไหม”
“แต่คุณหนูมีคู่หมั้นแล้วนะครับ เราจะทำแบบนี้มันไม่ดีหรือเปล่า”
"ถ้าฉันต้องแต่งงานกับไอ้บ้ากาม หน้าแก่ พุงพลุ้ยที่ไหนก็ไม่รู้ สู้ฉันเอานายที่เป็นคนขับรถแต่หน้าโคตรหล่อแบบนี้มาทำผัวดีกว่า!"
“คิดดีแล้วเหรอครับ”
เรียวนิ้วแกร่งที่เขาขยับถี่ปรนเปรอเมื่อครู่หยุดชะงัก จนร่างกายของเค้กส้มนั้นรู้สึกเคว้งคว้างกลางอากาศ พร้อมทั้งสายตาที่จ้องมองมานั้นก็ดูจริงจังกว่าครั้งไหน ๆ และในเวลานี้บอกเลยว่าเธอไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ร่างกายของเธอต้องการให้เขากระแทกแรง ๆ เป็นการระบายเท่านั้น
“หรือว่านายไม่อยากได้ฉันเป็นเมียงั้นเหรอ”
สิ้นสุดคำถามนั้นของเธอ ทรัมป์ก็รีบยืดตัวเต็มความสูงแล้วจัดการปลดเข็มขัดและกางเกงของตัวเองออกทันที ดวงตาหวานจ้องมองความเป็นชายของเขาแล้วได้แต่อ้าปากค้าง เธอไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าสิ่งนั้นจะขยายได้พองมากถึงขนาดนี้
“เจ้านั่น—”
เธออ้าปากตาโตใช้นิ้วชี้ไปด้วยท่าทางหวาด ๆ ก่อนที่ทรัมป์จะจับขาเธอให้แยกออกกว้างกว่าเดิมแล้วสอดตัวเข้ามาใกล้ จนท่อนเนื้อนั้นสัมผัสถูไถไปที่ร่องเสียว
“จะถอนตัวตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วนะครับ มันตื่นแล้ว” เขาพูดไปใช้ปลายหัวมนถูไถร่องเสียวไป
“อื้อ ใครจะไปถอนตัวกัน! อ๊า!!”
คำพูดของเธอยังไม่ทันจบประโยคดี นิ้วแกร่งนั้นได้จับกลีบอูมให้แบะออก ก่อนที่เขาจะกดแก่นกายความเป็นชายเข้าไปในร่องเสียว ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าของเธอที่เหยเกไปด้วยความจุกแล้วได้แต่ยกยิ้มพอใจ
“ตอดแน่นจังเลยครับคุณหนู”
“อ่า!~ ทรัมป์ปี้ ขยับหน่อย ซี้ด!”
ปึก! ปึก! ปึก!
———————
ครึ่งเดือนก่อน
เพล้ง!!
เสียงแก้วแตกกระจายดังไปทั่วพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบของห้องโถงใหญ่ เค้กส้มลูกสาวคนเล็กของบ้านกำลังยืนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ อกอวบอิ่มเกินมาตรฐานนั้นกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่ถี่จัด
“พ่อทำบ้าอะไรเนี่ย! ใครจะไปหมั้นกับผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหน้าได้!”
พูดจบเธอก็เงื้อแจกันใบต่อไปขึ้นสูงเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะขว้างใส่กำแพง หรือขว้างใส่พ่อของเธอจริง ๆ ดี
เทวทัตรู้สึกหมดความอดทนกับนิสัยเอาแต่ใจของลูกตัวเองเป็นอย่างมาก เขายืนกอดอกแน่นอย่างคนที่ข่มอารมณ์ ใบหน้ามีอายุและริ้วรอยตามวัยดูราบเรียบ แต่แววตานั้นเต็มไปด้วยอำนาจของคนที่ชินกับการออกคำสั่ง
“ฉันตัดสินใจให้แกแล้ว แค่ไปหมั้นกับลูกชายเพื่อนฉันมันจะยากอะไร!”
เพล้ง!
หลังจากที่ได้ยินคำนั้น เค้กส้มก็ปาแจกันในมือลงพื้นอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ ตั้งแต่เกิดมาเธอคุยกับพ่อแทบนับคำได้ มีแต่แม่นมที่คอยเลี้ยง คอยสอนและดูแลมาจนโต หากเป็นเรื่องอื่นเธอยินดีทำตามที่เขาสั่งได้ไม่ติดในฐานะลูก แต่เรื่องชีวิตคู่ เขามีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนเธอ
“นี่มันยุคไหนแล้วคะ! นี่มัน2025จะ2026อยู่แล้ว การคลุมถุงชนมันไม่ควรมีแล้วนะพ่อ! ไม่รู้แหละฉันไม่แต่ง! ฉันไม่รู้จักเขา! ไม่ชอบ! ไม่อยากเห็นหน้า! เข้าใจไหม!”
“แต่แกต้องแต่ง!”
ถึงแม้เค้กส้มจะพยายามใช้เสียงดังเข้าข่มคนเป็นพ่อ แต่เทวทัตเองก็ดูเหมือนว่าจะฟิวส์ขาดไม่ต่างกัน และนี่คงเป็นครั้งแรกที่สองพ่อลูกจะคุยกันเกินสามประโยค และเป็นการคุยที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่ที่คนรับใช้ในบ้านเข้ามาอยู่ที่นี่เลยก็ว่าได้
“นี่มันชีวิตฉันทั้งชีวิตเลยนะ!” เค้กส้มที่โกรธจนลมออกหูชี้นิ้วไปใส่หน้าเขาลน ๆ
“ชีวิตฉันทั้งชีวิตนะพ่อ ไม่ใช่โครงการอสังหาฯ ของพ่อที่จะจับฉันไปเชื่อมสัมพันธ์เจ้านั้นเจ้านี่ตามใจได้!” เทวทัตกัดฟันกรอดที่เห็นท่าทางไม่เชื่อฟังของลูกสาว
“แต่แกต้องแต่ง! และต้องแต่งกับลูกชายเพื่อนพ่อเท่านั้น! ชีวิตแกฉันเป็นคนผลิตมา แกก็ต้องฟังฉัน!”
เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าใจคำว่าโมโหจนเลือดขึ้นหน้าลมออกหูเป็นยังไง และจากนิสัยของพ่อแล้ว ถ้าเขาพูดแบบนี้นั่นหมายความว่าต่อให้ทะเลาะหรือปาข้าวของไปก็ไม่เป็นผล เมื่อคิดได้แบบนั้นเธอจึงเป็นฝ่ายที่จะเดินหนีออกไปจากตรงนี้ก่อน
“ไม่แต่ง!!”
หลังจากที่ตะโกนออกไปแบบนั้น สองเท้าก็เดินไปคว้ากระเป๋าถือที่อยู่บนโซฟา แล้วเตรียมจะหนีออกไปช็อปปิ้งแก้เครียดใช้เงินแก้ปัญหาเหมือนทุกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะไม่ง่ายขนาดนั้น
“จะหนีปัญหาออกข้างนอกเหรอ หึ! ยัยเด็กน้อย! แกลองเรียกคนขับรถดูสิ แล้วดูว่าจะมีใครมันกล้าพาแกออกไปไหม ในเมื่อเงินเดือนทุกบาทฉันเป็นคนจ่าย! ถ้าแกไม่ตกลงแต่งงาน อย่าหวังจะได้ใช้เงินหรือคนของฉันแม้แต่บาทเดียว”
เค้กส้มสะอึกกับคำพูดนั้น เธอหันขวับไปมองพ่อที่ยืนเท้าสะเอวจ้องหน้าอย่างคนที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ถึงอย่างนั้นแล้วยังไง ถ้าคนของพ่อเค้กส้มคนนี้ยุ่งไม่ได้ก็จะไม่ยุ่ง
“เหรอคะ! คิดว่าคนขับรถของพ่อไม่ไปส่งฉัน แล้วฉันจะไปไม่ได้งั้นสิ” เธอพูดออกมาแบบนั้นก่อนจะสะบัดหน้าแรงจนคอแทบเคล็ด
“ฉันจะไป! เชิญพ่ออยู่คนเดียวกับความโบราณของพ่อไปเถอะ! ฉัน! ไม่! แต่ง!”
ว่าแล้วสองเท้าก็เดินเร่งออกจากห้องโถงไปอย่างไม่แยแสเสียงพ่อที่ตะโกนตามหลัง สองเท้าพาร่างกายบอบบางมายืนอารมณ์คุกรุ่นจนหน้าตาแดงจัดหน้าคฤหาสน์ ก่อนที่เธอจะหันไปชี้นิ้วสั่งลูกน้องพ่อเสียงดังลั่นลาน
“ไปหาคนขับรถใหม่ให้ฉันเดี๋ยวนี้! เป็นคนประจำตัวฉันคนใหม่ แค่ของฉันคนเดียวเข้าใจไหม!”
ลูกน้องสองสามคนที่ยืนอยู่นั้นมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่กลับไม่กล้าขยับไปไหนแม้แต่นิดเดียว และยิ่งเห็นแบบนั้นก็ยิ่งทำให้เค้กส้มรู้สึกหงุดหงิดเพิ่มขึ้น
และในตอนที่เธอกำลังจะตะคอกด่าลูกน้องเหล่านั้น ก็มีเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง เทวทัตที่เดินตามลูกสาวออกมาพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโมโหไม่แพ้กัน
“หึ! อยากมีคนขับรถส่วนตัว แล้วแกจะเอาเงินที่ไหนไปจ้าง! ทุกวันนี้ยังใช้เงินฉันอยู่เลย!”
คำพูดนั้นของคนเป็นพ่อทำให้เค้กส้มหันขวับไปมองเขา แต่แทนที่เธอจะรู้สึกหวาดกลัว กลับมองผู้เป็นพ่อด้วยรอยยิ้มเอาแต่ใจแบบคนรู้ว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า
“งั้นพ่อก็ตัดบัตรเครดิตฉันเลยสิ พ่อกล้าทำไหมล่ะ?”
เทวทัตที่ยืนอยู่นั้นกำมือแน่น ฟันคม ๆ ขบกันจนเส้นเลือดที่ขมับนั้นปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขารู้ดีว่าเขาทำไม่ได้ ก่อนที่เมียรักของเขาจะจากไปได้ขอเพียงแค่เรื่องของลูกสาวเท่านั้น
แม่ของเค้กส้มทิ้งคำสั่งและจำนวนเงินส่วนตัวก้อนใหญ่ไว้ชัดเจน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นลูกสาวของเขาต้องมีเงินใช้ ห้ามตัด ห้ามอั้น และต้องให้ขั้นต่ำห้าแสนบาทต่อเดือน และเทวทัตก็รักภรรยาที่จากไปมาก มากเกินกว่าจะละเมิดคำสัญญานั้น เขาเลยทำได้แค่ขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันบดกัน
“อยากทำอะไรก็ทำ! แต่จำไว้ว่าแกไม่มีทางหนีแต่งงานครั้งนี้ไปได้!”
พูดจบคนเป็นพ่อก็หันหลังกลับแล้วเดินเข้าบ้านอย่างคนที่กำลังเดือดจัด เขารู้สึกโกรธที่ลูกไม่เชื่อฟัง แต่ที่มากกว่านั้นคือเขากำลังโกรธตัวเองยิ่งกว่าที่เอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นที่ทะเลาะกับลูก
“แม่บ้าน! ต่อไปนี้ไม่ต้องเตรียมอาหารให้คุณหนู เธอเก่งนักก็ให้ใช้ชีวิตเองไปเลย!”
หลังจากที่พ่อเดินเข้าบ้านไปแล้วนั้น เค้กส้มเองก็ได้แต่ยืนนิ่งกับอารมณ์เดือดพล่านในใจ รู้สึกโกรธที่พ่อบังคับ แต่ที่โกรธกว่าก็คือเธอดันเอาเรื่องพวกนี้มาเป็นประเด็นให้ทะเลาะกับพ่อต่างหาก
แต่ถึงอย่างนั้นศักดิ์ศรีก็ยังค้ำคอ จะให้ไปขอโทษพ่อดี ๆ ตอนนี้ก็ไม่มีทางแน่ ๆ จนเกิดความหงุดหงิดในใจก้อนโตก่อนจะหันไปตะโกนใส่ลูกน้องพ่อด้วยความหงุดหงิดที่เกินจะอดกลั้นอีกครั้ง
“แล้วทำไมยังยืนกันอยู่ตรงนี้อีก! ไปหาคนขับรถประจำตัวให้ฉันเดี๋ยวนี้! เร็ว!”